ตอนที่ 633 ประลองกับอ๋องเจี้ยน
คิดได้ดังนั้น บุรุษชุดขาวก็ราวกับหายตัวไปในอากาศ
ถูกต้อง !
บุรุษชุดขาวก็คือหนึ่งในสี่อ๋องผู้ชอบเก็บตัว
อ๋องเจี้ยน !
เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ด้วยความแตกฉานในวิถีกระบี่และตบะบารมีของลวี่ฮวยเจี้ยน
ทั่วทั้งเมืองโลกวิญญาณนอกจากอ๋องทั้งสี่แล้ว คนในรุ่นเดียวกันแทบจะมิมีผู้ใดคู่ควรที่เขาจะต้องออกกระบี่กระบวนท่านี้แม้แต่คนเดียว
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หากเขาออกกระบี่นี้นอกจากอ๋องทั้งสี่แล้ว แทบจะมิมีใครสามารถเอาชีวิตรอดไปได้
แต่บัดนี้ลวี่ฮวยเจี้ยนกลับเลือกใช้กระบวนท่านี้
‘หรือว่าศิษย์คนใดคนหนึ่งของอีกสามอ๋องเกิดความก้าวหน้าในการบำเพ็ญเพียร จึงทำให้ลวี่ฮวยเจี้ยนต้องออกกระบวนท่านี้’
‘อืม ! ’
‘คงจะเป็นเช่นนั้น ! ’
‘มิใช่สิ ! ’
‘ต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน’
แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้อ๋องเจี้ยนกังวลที่สุดก็คือ กระบวนท่ากระบี่นี้ของลวี่ฮวยเจี้ยนแข็งแกร่งยิ่งนัก หากเผลอสังหารศิษย์เอกหรือทายาทของตาเฒ่าคนใดคนหนึ่งเข้าล่ะก็
ถึงตอนนั้น ต่อให้ลวี่ฮวยเจี้ยนจะถูกต้นกำเนิดวิถีกระบี่ครอบงำ ตาเฒ่าเหล่านั้นก็คงมิมีทางปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน
ส่วนเขาที่เป็นอาจารย์ก็จะต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยเป็นแน่
มินาน เมื่อพวกเย่ฉางชิงมาถึงแดนต้องห้ามภายในเขตแดนของอ๋องเจี้ยน ด้วยการนำทางที่ชำนาญของลวี่ฮวยเจี้ยน
อ๋องเจี้ยนที่อยู่ในชุดสีขาวก็ปรากฎกายขึ้น
“อาจารย์…….”
เมื่อเห็นอ๋องเจี้ยนปรากฏตัวขึ้น
ลวี่ฮวยเจี้ยนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ท่าทางเต็มไปด้วยความสับสน
แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังโค้งคำนับให้แก่อ๋องเจี้ยนด้วยความเคารพยำเกรงเช่นเคย
ขณะเดียวกัน พวกเย่ฉางชิงก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างอดมิได้ พร้อมกับเผยความประหลาดใจออกมา
อ๋องเจี้ยน !
หนึ่งในสี่อ๋องของเมืองโลกวิญญาณ !
จู่ ๆ กลับปรากฏกายขึ้นที่นี่ซะเอง
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ลวี่ฮวยเจี้ยนบอกว่าอ๋องเจี้ยนนั้นเข้าฌานอยู่มิใช่หรือ ?
เหตุใดจู่ ๆ ถึงมาปรากฏกายที่นี่ได้ !
หรือเพราะการต่อสู้เมื่อครู่ไปรบกวนเขาเข้า ?
เขาจึงปรากฏกายขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ?
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับลวี่ฮวยเจี้ยนที่มีท่าทางละอายแก่ใจ
อ๋องเจี้ยนที่ก่อนหน้านี้ยังภาคภูมิใจในตัวศิษย์ผู้นี้ เวลานี้กลับมิได้สนใจแม้แต่น้อย สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่เย่ฉางชิงเพียงคนเดียวเท่านั้น
ใช่แล้ว !
เขาถูกความหล่อเหล่า รวมถึงท่าทางที่แผ่ออกมาจากภายในของเย่ฉางชิงดึงดูดเข้าอย่างจัง
ต้องยอมรับว่าเขามิเคยพบบุรุษที่มีใบหน้าหล่อเหลา และท่าทางโดดเด่นเช่นนี้มาก่อน
เดิมที่เขาคิดว่าการที่ตนกลับมาหนุ่มแน่นอีกครั้ง ก็นับว่าหล่อเหลาอย่างมากแล้ว
ทว่าบัดนี้เพียงมองอีกฝ่ายแค่แวบเดียว เขาก็อดมิได้ที่จะรู้สึกละอายแก่ใจขึ้นมา
‘รูปงาม ! ’
‘คิดมิถึงว่าโลกนี้จะมีบุรุษที่รูปงามเช่นนี้อยู่ด้วย ! ’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง
มุมปากของอ๋องเจี้ยนก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน พลางชำเลืองมองลวี่ฮวยเจี้ยนที่มีสีหน้าซีดเซียว ก่อนจะเอ่ยถามออกมา “ฮวยเจี้ยน พวกเขาเป็นสหายใหม่ของเจ้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ทว่าเมื่อลวี่ฮวยเจี้ยนได้ยินดังนั้น รวมทั้งเห็นดวงตาที่เป็นประกายของอาจารย์ตนเองแล้ว กลับรู้สึกอยากจะกระอักเลือดออกมา
‘อีกทั้งตั้งแต่ได้พบหน้ากันบนกายของท่านเย่ผู้นี้ ก็หาได้มีไอพลังวิถีเซียนเล็ดลอดออกมาไม่’
‘ผู้แข็งแกร่ง ! ’
‘พลังของคนผู้นี้มิธรรมดาจริง ๆ ! ’
‘ก็ดีเหมือนกัน หากความแตกฉานในวิถีกระบี่ของคนผู้นี้มิธรรมดาจริง ๆ แล้วล่ะก็ บางทีอาจจะช่วยให้ข้าบรรลุระดับ วิถีกระบี่ก้าวเข้าสู่ระดับใหม่ก็เป็นได้’
คิดถึงตรงนี้ อ๋องเจี้ยนก็เพ่งสมาธิแปลงร่างเป็นลำแสงอันเจิดจ้าสายหนึ่ง พร้อมทะยานขึ้นไปบนฟ้าทันที
ผ่านไปมิกี่อึดใจ
เย่ฉางชิงและอ๋องเจี้ยนต่างก็ยืนเผชิญหน้ากันอยู่บนฟ้าที่สูงนับหมื่นจั้ง
“อ๋องเจี้ยน กระบวนท่านี้เป็นกระบวนท่าที่ข้าคิดว่าแข็งแกร่งที่สุดแล้ว นับตั้งแต่ที่ข้าบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่มา ดังนั้นขอท่านมิต้องยั้งมือแต่อย่างใด”
เย่ฉางชิงประสานมือให้แก่อ๋องเจี้ยน พลางเอ่ยขึ้นอย่างสบายอารมณ์
อ๋องเจี้ยนได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะออกมา พร้อมกับประสานมือให้แก่เย่ฉางชิงเช่นกัน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “นับตั้งแต่ที่ข้าอยู่ที่เมืองโลกวิญญาณแห่งนี้มา ก็คิดว่าในวิถีกระบี่หามีผู้ใดเทียบเคียงข้าได้ไม่”
“แต่ในเมื่อท่านเย่เอ่ยถึงขนาดนี้แล้ว เช่นนั้นข้าก็จะมิยั้งมือก็แล้วกัน”
สิ้นเสียง เย่ฉางชิงก็หลับตาทั้งสองข้างลง พลันเริ่มใช้ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดทอดกระบวนท่ากระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด ที่เขาได้รู้แจ้งตอนอยู่บนเรือสีดำอีกครั้ง
แต่ก่อนหน้านี้ตอนสู้กับลวี่ฮวยเจี้ยน เย่ฉางชิงมิได้ปล่อยกระบวนท่านี้ออกมาก็เพราะ
เยี่ยงไรซะลวี่ฮวยเจี้ยนก็เป็นเพียงศิษย์สายสืบทอดผู้หนึ่งของอ๋องเจี้ยนเท่านั้น
ดังนั้นระหว่างที่ลวี่ฮวยเจี้ยนออกกระบี่ เขาจึงตัดสินใจใช้ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดทอดกระบวนท่ากระบี่นั้นของลวี่ฮวยเจี้ยนแทน
โดยใช้กระบวนท่าของลวี่ฮวยเจี้ยนในการต้านกระบี่ของเขาเอง
และทำให้ตัวเขานั้นดูสูงส่งขึ้นมาอีกระดับ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาคาดมิถึงก็คือ ตอนที่เขาถอดเคล็ดกระบี่ของลวี่ฮวยเจี้ยน ได้เกิดสิ่งที่เหนือความคาดหมายขึ้น
บัดนี้เมื่อเผชิญหน้ากับอ๋องเจี้ยนผู้เป็นหนึ่งในสี่อ๋องของเมืองโลกวิญญาณแล้ว เขาจะต้องปล่อยกระบี่กระบวนท่าที่เก็บกดมานานนั้นออกมาให้จงได้
เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ
วินาทีที่เย่ฉางชิงลืมดวงตาเรียวยาวคู่นั้นขึ้นมา
แสงกระบี่อันยิ่งใหญ่ไร้ที่เปรียบสายหนึ่งพลันพุ่งขึ้นฟ้า……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน