ตอนที่ 634 ความต้องการแตกต่างกัน
ทันใดนั้น
เมื่อแสงกระบี่อันเจิดจ้าพุ่งขึ้นฟ้า จิตกระบี่จำนวนมหาศาลและไอพลังวิถีกระบี่อันบริสุทธิ์ไร้ที่เปรียบ ก็ปกคลุมอ๋องเจี้ยนเอาไว้ภายในพริบตา
มิเพียงเท่านั้น วินาทีนี้เวลาและความว่างเปล่าโดยรอบก็ถูกผนึกเอาไว้อีกด้วย
ส่วนอ๋องเจี้ยน ขณะที่เขากำลังประเมินอยู่ว่าจะต้องออกท่ากระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของตนหรือไม่นั้น
จู่ ๆ เขาก็พบว่าพลังวิญญาณภายในร่างของตนกลับมิสามารถโคจรได้ วิถีกระบี่รวมถึงความคิดก็ถูกสะกดเอาไว้จนหมด
อีกทั้งเมื่อเวลาและความว่างเปล่าถูกผนึกเช่นนี้ จึงทำให้เขามิสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกด้วย
‘นี่มัน ? ? ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘แม่จ๋าช่วยลูกด้วย ! ’
‘ท่านเย่ผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ ! ’
‘นี่มันใช่ประลองกระบี่จริง ๆ น่ะหรือ ? ’
‘เหมือนให้มนุษย์ธรรมดาไปสู้กับเทพชัด ๆ ’
‘อีกอย่างเมื่อถึงระดับเช่นเขาแล้ว ทุกแสนปีเจ้าผู้ปกครองโลกจะส่งราชโองการลงมาเร่งให้พวกเรารีบไปจากสวรรค์บูรพาในทันที’
‘แล้วผู้ที่เก่งกาจเช่นท่านเย่ เหตุใดยังปรากฏกายอยู่ในสวรรค์บูรพาได้อีก ? ’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
ทันใดนั้น อ๋องเจี้ยนผู้เป็นหนึ่งในสี่อ๋องของเมืองโลกวิญญาณ แม้จะมิได้เผยสีหน้าใด ๆ ออกมามากนัก ทว่าภายในใจกลับรู้สึกสับสนมึนงงไปหมด
และระหว่างที่เย่ฉางชิงออกกระบี่ เมื่อเห็นท่าทางสูงส่งของอ๋องเจี้ยนแล้ว ก็อดมิได้ที่จะรู้สึกลังเลขึ้นมา
‘ยืนเอามือไพล่หลัง ผมยาวสยาย’
‘ท่าทางสบาย ๆ ’
‘เป็นท่าทางของเหล่าผู้สูงส่งที่ดูแคลนสรรพสิ่งชัด ๆ ’
‘อ๋องเจี้ยนผู้นี้เป็นดั่งเช่นที่ผู้คนเล่าลือกันจริง ๆ ’
‘แต่กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดนี้แท้จริงแล้วน่ากลัวเพียงใด แม้แต่ข้าเองก็มิอาจคาดเดาได้’
‘แต่อ๋องเจี้ยนกลับยังคงยืนเอามือไพล่หลัง ด้วยท่าทีที่มิสะทกสะท้าน’
เห็นดังนั้น มุมปากของเย่ฉางชิงก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะเพ่งสมาธิและฟาดฟันกระบี่ที่มีพลังทำลายล้างอันรุนแรงสายนี้ลงไปที่อ๋องเจี้ยนในทันที
ทว่าขณะที่แสงอันลุกโชนราวกับเปลวไฟกระทบไปที่ใบหน้าของอ๋องเจี้ยน
เย่ฉางชิงกลับเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อ๋องเจี้ยนท่านนี้แม้จะยังยืนนิ่งมิไหวติง แต่มิรู้เพราะเหตุใดหางตาของเขากลับมีหยาดน้ำตารินไหลออกมา
‘น้ำตา ? ’
‘นี่มันหมายความว่าเยี่ยงไรกัน ? ’
‘อ๋องเจี้ยนผู้นี้คงมิใช่พวกวางท่าจนเคยตัวหรอกกระมัง ? ’
‘อีกอย่างเมื่อรู้อยู่แล้วว่ามิสามารถรับกระบี่ของข้าได้ แล้วเหตุใดยังฝืนรับกระบี่สายนี้อยู่อีกเล่า ? ’
‘การวางตัวสูงส่งแม้ตัวจะตายเช่นนี้ น่าเอาเป็นแบบอย่างยิ่งนัก ! ’
จากนั้นเมื่อแสงกระบี่อยู่ห่างจากอ๋องเจี้ยนเพียงครึ่งเชี๊ยะ
เย่ฉางชิงหลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก ก็ได้ตัดสินใจเพ่งสมาธิขจัดกระบี่ที่ตนฟาดฟันออกไปทิ้ง
ขณะเดียวกัน เมื่อแสงกระบี่หายไปแล้ว เวลาและความว่างเปล่าที่ถูกผนึกจากอำนาจของกระบี่ก็ถูกปลดผนึกออกเช่นกัน
ทว่าเวลานี้เส้นประสาทของอ๋องเจี้ยนกลับตึงเครียด รู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งร่าง ก่อนจะทรุดลงนั่งอยู่กลางอากาศราวกับคนไร้เรี่ยวแรง
หลังจากผ่านไปมิกี่อึดใจ
ขณะที่เย่ฉางชิงแวบหายตัวไป ก่อนจะปรากฏกายขึ้นตรงหน้าอ๋องเจี้ยนที่มีท่าทางน่าอนาถนั้น
อ๋องเจี้ยนจึงได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะรีบสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ พร้อมกับพลิกกายขึ้นมาคุกเข่าตรงหน้าเย่ฉางชิง
“ผู้น้อยเอี้ยนฉีเซิ่งมีตาหามีแววไม่ มิทราบว่าผู้อาวุโสเย่เป็นใคร ช่างสมควรตายยิ่งนัก”
อ๋องเจี้ยนที่มีนามเดิมว่าเอี้ยนฉีเซิ่งหมอบกราบให้กับเย่ฉางชิง พลางเอ่ยขึ้นอย่างหวั่นเกรง
เย่ฉางชิงลอบเม้มริมฝีปากเล็กน้อย พร้อมกับกวาดตามองเอี้ยนฉีเซิ่งอย่างสงสัย
‘คนผู้นี้เป็นหนึ่งในสี่อ๋องของเมืองโลกวิญญาณจริงหรือ ? ’
‘รู้จักแต่การวางท่าสูงส่ง แต่กลับมิสามารถรับกระบี่ของข้าได้ ? ’
‘หรือว่าสี่อ๋องแห่งเมืองโลกวิญญาณล้วนมิใช่ผู้แข็งแกร่งอันใด แต่ได้ตำแหน่งมาจากการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ? ’
‘และอีกความเป็นไปได้หนึ่งก็คือ’
‘กระบี่นี้ของข้าแข็งแกร่งเกินไป แข็งแกร่งถึงขนาดทำให้อ๋องเจี้ยนผู้นี้มิสามารถที่จะจินตนาการได้’

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน