เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 637

ตอนที่ 637 ควบคุมตนเองมิได้

ขณะเดียวกัน ภายในแดนต้องห้ามเขตแดนของอ๋องเจี้ยน

อ๋องเจี้ยนได้พาทุกคนผ่านองครักษ์มากมายเข้ามาด้วยความคุ้นเคย

เนื่องจากที่ผ่านมาอ๋องเจี้ยนอยู่อย่างสันโดษ

ดังนั้นจึงมีทหารจำนวนมิน้อย ที่มิเคยเห็นรูปลักษณ์ของอ๋องเจี้ยนด้วยตาตนเองมาก่อน

เมื่อเหล่าทหารอาวุโสเห็นอ๋องเจี้ยน ก็คุกเข่าลงคำนับทันทีโดยมิลังเล

ส่วนคนที่เหลือต่างก็สบตากันเล็กน้อย ก่อนจะรีบคุกเข่าลงคารวะตาม

ทว่าขณะที่ทหารใหม่เหล่านี้เหลือบไปเห็น ท่าทางยำเกรงที่เอี้ยนฉีเซิ่งมีต่อเย่ฉางชิง

พวกเขาต่างก็เข้าใจว่าเย่ฉางชิงก็คือท่านอ๋องเจี้ยนในตำนาน

แน่นอนว่าภาพนี้ก็ทำให้ทหารที่อาวุโสเห็นแล้วต่างรู้สึกหงุดหงิดใจมิน้อย

‘อ๋องเจี้ยน ! ’

‘คือราชาแห่งวิถีกระบี่ที่อยู่ในใจของพวกเขา ! ’

‘หนึ่งในสี่อ๋องของเมืองโลกวิญญาณ ! ’

‘พลังที่แท้จริงของเขาหาได้ด้อยกว่าอ๋องฉีไม่’

‘แต่สุดท้าย……สุดท้าย……กลับแทบจะหิ้วรองเท้าให้บุรุษหนุ่มผู้นี้อยู่แล้ว’

‘นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ! ’

‘น่าเหลือเชื่อ ! ’

‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’

‘มิหนำซ้ำยังจะทำหน้าตาเช่นนั้นอีก’

‘นี่ยังใช้อ๋องเจี้ยนผู้น่าเกรงขาม ที่ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่หลายแสนคนยอมศิโรราบผู้นั้นอยู่หรือไม่ ? ’

‘บัดซบสิ้นดี ! ’

‘ทนดูมิได้จริง ๆ ! ’

‘และยังมี……บุรุษหนุ่มที่ดูรูปงามไร้ที่ติ ท่าทางโดดเด่นผู้นี้อีก’

‘เขาเป็นใครกันแน่ ! ’

‘ถึงกับทำให้อ๋องเจี้ยนเอาอกเอาใจเพียงนี้ได้ ! ’

‘หรือบุรุษหนุ่มที่อายุยังน้อยผู้นี้ เป็นผู้ที่น่ากลัวและยังอยู่เหนืออ๋องเจี้ยนอีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘อืม ! ’

‘คงจะเป็นเช่นนั้น ! ’

‘มิใช่สิ ! ’

‘ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ! ’

ขณะที่เหล่าทหารมองตามไป

อ๋องเจี้ยนหรือเอี้ยนฉีเซิ่งและพวกเย่ฉางชิงก็ค่อย ๆ หายลับไปจากสายตา

ในตอนนั้นเอง เหล่าทหารก็หันมาสบตากัน ก่อนจะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานาในทันที

“พี่หวาง บุรุษคนเมื่อครู่ที่ดูหนุ่มแน่นท่าทางโดดเด่นผู้นั้น ก็คือท่านอ๋องเจี้ยนใช่หรือไม่ขอรับ ? ”

“เรื่อง……เรื่องนี้……”

“พี่หวาง มิใช่ว่าท่านมิเคยเห็นท่านอ๋องเจี้ยนมาก่อนกระมัง ? ”

“สามหาว ข้าเป็นทหารของอ๋องเจี้ยนมาหลายหมื่นปี สองพันปีก่อนหลังจากที่รู้แจ้งป้ายกระบี่แล้ว ยังได้เข้าพบท่านอ๋องเจี้ยนเป็นการส่วนตัวอีกด้วย”

“เช่นนั้นท่านก็บอกมาสิ ว่าคนเมื่อครู่ใช่ท่านอ๋องเจี้ยนหรือไม่”

“คือว่า……ความจริงแล้วบุรุษชุดขาวผู้นั้นต่างหากคือท่านอ๋องเจี้ยน”

“มิใช่กระมัง ผู้ที่ยิ้มเต็มหน้าผู้นั้นจะเป็นท่านอ๋องเจี้ยนได้เยี่ยงไรกัน ? ”

“จริงด้วย ต่อให้ตีข้าให้ตายข้าก็มิเชื่อว่าเจ้าคนที่ดูร้ายกาจผู้นั้น จะเป็นท่านอ๋องเจี้ยนที่ข้าจินตนาการถึง”

“จริงด้วย พี่หวางท่านตั้งใจแกล้งพวกเราใช่หรือไม่ ? ”

“เฮ้อ ความจริงแล้วหลังจากที่เห็นภาพเมื่อครู่ ข้าเองก็มึนงงไปหมด แต่ใครเลยจะคิดว่าอ๋องเจี้ยนจะมีด้านนี้กับเขาด้วย”

“ในเมื่อท่านนั้นคืออ๋องเจี้ยน เช่นนั้นบุรุษหนุ่มผู้นั้นเป็นใครกันแน่ หรือจะเป็นผู้ที่อยู่เหนือกว่าอ๋องเจี้ยนอีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

“อาจจะใช่ ก่อนที่จะได้รู้ความจริง คาดว่าหลังจากนี้ข้าคงมิสามารถบำเพ็ญเพียรอย่างสงบได้เป็นแน่”

“มิทนแล้ว ต่อให้จะเป็นผู้ที่น่ากลัวเพียงใด ก็มิควรก้มหัวให้ถึงเพียงนั้น ยิ่งไปกว่านั้นพวกเราก็ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่อีกด้วย”

เห็นได้ชัดว่าป้ายกระบี่เหล่านี้จะต้องเป็นฝีมือของอ๋องเจี้ยน ที่ต้องการส่งต่อให้คนรุ่นหลังอย่างแน่นอน

เย่ฉางชิงยังคงนิ่งเงียบ และปรายตามองรอบ ๆ เล็กน้อยเท่านั้น

‘อ๋องเจี้ยนผู้นี้เป็นผู้ที่ชอบทำตัวสูงส่งจนเคยตัวจริง ๆ สินะ เห็นได้ชัดว่าต้องการส่งต่ออักษรของตนเองให้คนรุ่นหลัง เพื่อชื่อเสียงจะได้คงอยู่ไปชั่วนิรันดร์’

‘แต่ตัวอักษรบนแผ่นหินเหล่านั้น มองแวบเดียวก็รู้ว่ามิได้มีพลังใด ๆ แฝงอยู่ หากส่งต่อให้คนรุ่นหลัง มิเท่ากลับทำให้ตนเองต้องอับอายหรอกหรือ’

ระหว่างที่เย่ฉางชิงลอบเหน็บแนมอยู่ในใจอยู่นั้น

เอี้ยนฉีเซิ่งก็เอ่ยเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้มเต็มหน้าว่า “ผู้อาวุโสเย่ เชิญไปนั่งที่เกาะกลางทะเลสาบก่อนขอรับ”

เย่ฉางชิงพยักหน้ารับน้อย ๆ

ด้วยการเชิญชวนของเอี้ยนฉีเซิ่ง

เย่ฉางชิงจึงเข้ามาที่เกาะกลางทะเลสาบ และก็พบว่ามีภาพอักษรพู่กันมากมายที่เอี้ยนฉีเซิ่งทิ้งเอาไว้บนโต๊ะยาว

ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เอี้ยนฉีเซิ่งหรือผู้ที่ถูกเรียกว่าอ๋องเจี้ยนผู้นี้ กำลังคัดลอกอักษรบนป้ายทรงกระบี่ป้ายนั้น……….

กระบี่จงมา !

เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เย่ฉางชิงถึงกับเอ่ยมิออก ก็คือ เอี้ยนฉีเซิ่งผู้นี้คงจะทำการคัดลอกไปเกือบพันครั้งได้แล้ว ทว่ามิเพียงมิมีความก้าวหน้าใด ๆ แต่กลับยิ่งดูสับสนมากขึ้นอีกด้วย

‘ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่กล่าวกันว่า บนป้ายทรงกระบี่แผ่นนั้นสามารถรู้แจ้งถึงสุดยอดวิถีกระบี่ได้’

‘อีกทั้งอ๋องเจี้ยนผู้นี้ก็ยังทำการคัดลอกคำ ๆ นี้เอาไว้มากมาย’

‘หรือสิ่งที่เรียกว่าสุดยอดเคล็ดกระบี่ จะมาจากตัวอักษรเหล่านี้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’

คิดถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็หยิบพู่กันบนโต๊ะขึ้นมา และกางกระดาษแผ่นหนึ่งออก ราวกับมิสามารถควบคุมตนเองได้

วินาทีต่อมา ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นของเขาก็ปิดลง หวนคิดถึงสิ่งที่เห็นบนป้ายกระบี่ก่อนหน้านี้ครู่หนึ่ง

แต่มิรู้เพราะเหตุใด เขากลับยิ่งรู้สึกว่าประโยคนั้นเป็นลายมือของเขาเมื่อหลายปีก่อนจริง ๆ

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง พลางส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเริ่มตวัดพู่กันลงไป

ทว่าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เอี้ยนฉีเซิ่งที่ก่อนหน้านี้กำลังยิ้มเต็มใบหน้า และเตรียมที่จะต้มชาให้กับเย่ฉางชิง ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที สายตาจับจ้องไปยังเย่ฉางชิง

คนที่เหลือเองก็อดมิได้ที่จะมีสีหน้าเปลี่ยนไป พลางส่งสายตาสื่อสารกันเล็กน้อย ก่อนจะมองไปทางเย่ฉางชิง

และในตอนนั้นเอง วินาทีที่เย่ฉางชิงจรดพู่กันลงไปก็เกิดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตวัดพู่กันอย่างฉวัดเฉวียนและรวดเร็ว

มิเพียงเท่านั้น นิมิตอันน่ากลัวก็เริ่มเกิดขึ้นในวินาทีนี้เช่นกัน……

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน