ตอนที่ 639 คุกเข่าเพื่อเป็นการเคารพ
‘ท่านเย่ ? ’
‘ท่านเย่ไหน ? ’
‘หรือว่าอ๋องเจี้ยนจะพ่ายแพ้ให้กับท่านเย่ผู้นี้เยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘อีกทั้งท่านเย่ผู้นี้ยังอยู่ที่เรือนของอ๋องเจี้ยน ? ’
‘แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วเขาจะให้ข้าไปพบทำไมกัน ? ’
หลังจากใคร่ครวญอยู่สักพัก อ๋องลู่ก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ พลางลูบหนวดและมองลวี่ฮวยเจี้ยนด้วยสายตาเย็นชา “เด็กน้อย ท่านเย่ผู้นี้มันเรื่องอันใดกัน ? ”
ท่านเย่ ?
เมื่อได้ยินคำเรียกขานเช่นนี้
ลวี่ฮวยเจี้ยนก็ใจสั่นระรัว และได้สติขึ้นมาทันที
“ท่านเย่อันใดหรือขอรับ”
ลวี่ฮวยเจี้ยนกะพริบตาปริบ ๆ แสร้งเอ่ยอย่างมิเข้าใจว่า “ท่านอ๋องลู่ ท่านเย่ที่ท่านเอ่ยถึงคือใครหรือขอรับ ? ”
อ๋องลู่เม้มริมฝีปากอย่างหมดความอดทน ก่อนจะแค่นออกมาเสียงเย็นว่า “ข้ากำลังถามเจ้าอยู่ ! ”
ลวี่ฮวยเจี้ยนกลอกตาไปมา แล้วจึงยักไหล่พร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอ๋องลู่ ผู้น้อยมิรู้ว่าท่านกำลังเอ่ยถึงเรื่องอันใดอยู่จริง ๆ ขอรับ ! ”
“บังอาจ ! ”
อ๋องลู่เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลันปล่อยพลานุภาพอันรุนแรงออกมาจากกาย และพุ่งไปสะกดลวี่ฮวยเจี้ยนเอาไว้ในทันที
“เด็กน้อย เจ้าคิดว่าที่ข้าแพ้ให้กับอ๋องเจี้ยนตอนนั้น ข้ามิรู้สึกโกรธเคืองจริง ๆ น่ะหรือ ? ”
อ๋องลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยียบ ปรายตามองลวี่ฮวยเจี้ยนที่กำลังหมอบอยู่ด้วยใบหน้าตื่นตระหนก พลางเอ่ยต่ออีกว่า “ข้าให้เวลาเจ้าสองอึดใจ หากยังกล้าปิดบังข้าอีกล่ะก็ ข้าจะทำลายรากฐานปราณของเจ้าซะ”
ได้ยินดังนั้น ลวี่ฮวยเจี้ยนถึงกับเบิกตาโพลง ตัวสั่นงันงกขึ้นมาทันที
อ๋องลู่เป็นถึงหนึ่งในสี่อ๋องของเมืองโลกวิญญาณ ชื่อเสียงและความเฉียบขาดของเขานั้น
ลวี่ฮวยเจี้ยนย่อมเคยได้ยินได้ฟังมาแล้ว
บัดนี้เมื่ออ๋องลู่ซักไซ้เช่นนี้ แสดงว่าต้องพบพิรุธบางอย่างเข้าแล้ว
ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็มิจำเป็นจะต้องปิดบังใด ๆ อีก
เพราะมิว่าเยี่ยงไรก็มิสามารถให้อ๋องลู่ทำลายรากฐานปราณของเขาได้เด็ดขาด
หลังจากใคร่ครวญอยู่สักพัก ลวี่ฮวยเจี้ยนก็กระแอมออกมาเล็กน้อย จากนั้นจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองอ๋องลู่ แล้วเอ่ยตามความจริงว่า “ท่านอ๋องลู่ ก่อนหน้านี้ผู้น้อยได้โกหกท่านจริง ๆ ขอรับ”
“พูดต่อไป”
ดวงตาลุ่มลึกของอ๋องลู่เย็นชาลงกว่าเดิม พลางแค่นเสียงเย็นออกมา
ลวี่ฮวยเจี้ยนพยักหน้าแล้วจึงรีบเอ่ยต่อว่า “แต่อาจารย์พ่ายแพ้จริง ๆ ขอรับ และคนที่อาจารย์แพ้ให้คราวนี้ก็คือท่านเย่ ที่ผู้น้อยบังเอิญหลุดปากไปก่อนหน้านี้ขอรับ”
“อีกทั้งมิใช่อาจารย์ที่อยากพบท่าน แต่เป็นท่านเย่ผู้นี้ขอรับ”
“ท่านเย่ ? ”
“ข้ามิเคยรู้จักท่านเย่อันใดนั่น เหตุใดเขาต้องอยากเจอข้าด้วย ? ”
อ๋องลู่อดมิได้ที่จะชะงักไป ก่อนจะมีท่าทางอ่อนลง และถามออกมาด้วยความสงสัย
เมื่อได้รู้ว่าผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังหาใช่เอี้ยนฉีเซิ่ง แต่กลับเป็นท่านเย่อันใดนั่น
ราชาที่ตกต่ำเช่นอ๋องลู่ก็รู้สึกตื่นตกหนกขึ้นมา
ความแตกฉานในวิถีกระบี่ของเอี้ยนฉีเซิ่งเป็นเช่นไร เขาย่อมรู้ดีแก่ใจ
ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่ที่พวกเขาสู้กันในครานั้นเวลาก็ได้ผ่านมาหลายหมื่นปีแล้ว
เอี้ยนฉีเซิ่งจะเกิดการบรรลุในวิถีกระบี่ถึงระดับไหนแล้ว เขาเองก็มิสามารถที่จะคาดเดาได้
ทว่าแม้แต่เอี้ยนฉีเซิ่งก็ยังพ่ายแพ้ให้กับท่านเย่ผู้นั้น และหากเขาต้องเผชิญหน้ากับท่านเย่ผู้นั้น คาดว่าก็คงยืนหยัดได้เพียงมิกี่รอบเป็นแน่
ในตอนนั้นเอง ลวี่ฮวยเจี้ยนจึงเอ่ยขึ้นอีกว่า “ท่านอ๋องลู่ ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านเย่ผู้นั้นน่ากลัวเพียงใด ? ”
มุมปากของอ๋องลู่กระตุกเล็กน้อย แต่มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก
ทว่าจากนั้นลวี่ฮวยเจี้ยนกลับเอ่ยประโยค ที่ทำให้คนตกใจอย่างสุดขีดออกมา “แม้แต่ความแตกฉานในวิถีกระบี่ระดับอาจารย์ ก็ยังมิสามารถรับกระบี่เดียวของท่านเย่ได้ขอรับ”
“อันใดนะ ? ”
อ๋องลู่หน้าถอดสีขึ้นมาทันที ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
แต่มินานเขาก็นึกขึ้นได้ว่า


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน