ตอนที่ 640 ความเปลี่ยนแปลงของราชันทมิฬ
ทว่าสิ่งที่อ๋องลู่คาดมิถึง ก็คือ การคุกเข่าของเขาในครั้งนี้จะกินเวลาไปเกือบหนึ่งเดือน
และในระหว่างนี้เบื้องหน้าของเย่ฉางชิงก็ได้ปรากฏมนุษย์สีทองตัวจิ๋วขึ้นมาหลายตัว เมื่อสำแดงเคล็ดกระบี่ถึงขั้นสูงสุดแล้ว ก็เริ่มซ้อนทับกันไปเรื่อย ๆ
จากนั้นเคล็ดกระบี่ที่แสดงก็เริ่มเปลี่ยนจากเร็วไปช้า
จนสุดท้าย
เมื่อมนุษย์สีทองตัวจิ๋วหลอมรวมกันเป็นหนึ่งแล้ว ก็ได้หยุดลงและยืนอยู่ด้านหน้าของเย่ฉางชิงเงียบ ๆ
ทว่าแค่มนุษย์สีทองตัวจิ๋วยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้น ก็ทำให้เกิดความรู้สึกกดดันบางอย่างได้แล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมนุษย์สีทองตัวจิ๋วที่รวมกันเป็นหนึ่งแล้ว ราวกับเป็นรูปร่างของวิถีกระบี่ก็มิปาน
เพียงมองแค่แวบเดียวก็ถือเป็นโอกาสและวาสนาอันพลิกฟ้าแล้ว
และในเช้าวันสุดท้าย
เมื่อมนุษย์สีทองตัวจิ๋วกลายเป็นลำแสงสีทองสายพุ่งหายเข้าไปที่หว่างคิ้วของเย่ฉางชิง
ในที่สุดเขาก็ตื่นจากภวังค์
เมื่อเขาค่อย ๆ ลืมตาเรียวยาวคู่นั้นขึ้นและกวาดมองทุกคน สายตาก็ทอประกายความเอือมระอาออกมาอย่างอดมิได้
ถูกต้อง !
ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน
เย่ฉางชิงได้รู้แจ้งเคล็ดกระบี่อีกหนึ่งกระบวนท่า จากการถอดภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด
อีกทั้งเขายังมั่นใจว่าเคล็ดกระบี่ท่านี้ยังเหนือกว่าเคล็ดกระบี่ที่รู้แจ้งบนทะเลดำอีกด้วย
แต่ปัญหาก็คือ อ๋องเจี้ยนผู้เป็นหนึ่งในสี่อ๋องของเมืองโลกวิญญาณ ยังมิสามารถรับกระบี่กระบวนท่าก่อนหน้าของเขาได้ เช่นนั้นกระบี่นี้ของเขาจะมีสักกี่คนที่สามารถรับมันได้ ?
‘บ้าจริง ! ’
‘ยังหาคนทดสอบเคล็ดกระบี่กระบวนท่าก่อนหน้ามิได้ เหตุใดถึงรู้แจ้งเคล็ดกระบี่ที่แข็งแกร่งได้อีก ! ’
‘หรือนี่ก็คือความรู้สึกของการเป็นผู้ไร้พ่ายเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘ช่างโดดเดี่ยวจริง ๆ อีกทั้งยังอัดอั้นตันใจอีกด้วย’
‘ความรู้สึกเช่นนี้แย่ที่สุด ! ’
‘มิใช่สิ ! ’
‘เรียกได้ว่าแย่สุด ๆ ไปเลย ! ’
‘แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะต้องรีบไปจากที่นี่ และไปยังปลายทางของเส้นทางโบราณได้แล้ว’
‘สวรรค์บูรพาแห่งนี้มิมีคนที่สามารถรับกระบี่ของข้าได้แล้ว ตอนนี้ทำได้เพียงฝากความหวังเอาไว้ที่แดนเซียนโบราณในตำนานเท่านั้น’
ทว่าในตอนนั้นเอง เย่ฉางชิงเพิ่งจะสังเกตเห็นมังกรกระบี่อันทรงพลังที่ม้วนตัวไปมาอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
‘เอ๊ะ ? ’
‘เหตุใดถึงมีกระบี่มากมายเช่นนี้ได้ ? ’
‘หรือเป็นเพราะข้าเขียนคำว่ากระบี่จงมา จึงทำให้กระบี่มากมายเหล่านี้มาหาเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘อืม ! ’
‘คงจะเป็นเช่นนั้นแน่ ! ’
‘เคล็ดกระบี่กระบวนท่านี้ทรงพลังจริง ๆ เพียงแค่คิดก็ทำให้กระบี่มากมายพุ่งมาหาได้แล้ว’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็เอ่ยกับมังกรกระบี่ใต้ฝ่าเท้าอย่างเรียบ ๆ ว่า “พวกเจ้ามาจากที่ใดก็กลับไปที่นั่นเถอะ”
สิ้นเสียง กระบี่วิเศษเหล่านั้นก็ทำตามคำสั่งของเย่ฉางชิงราวกับมีชีวิตก็มิปาน
เปรี้ยง !
หลังจากมีเสียงดังกึกก้องขึ้น
กระบี่วิเศษนับหมื่นเล่มก็พุ่งไปคนละทิศละทางตามที่ต่าง ๆ
ปรากฏการณ์เช่นนี้ ช่างหาได้ยากยิ่งนัก
ขณะเดียวกัน มิว่าจะเป็นพวกหนิงซู่ซู่ หรือว่าอ๋องลู่ที่ยังคงคุกเข่าอยู่นั้น ก็ได้สติหลุดจากภวังค์บางอย่างมาได้
“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่รู้แจ้งในวิถีกระบี่อีกครั้ง ! ”
“ขอแสดงความยินดีกับท่านเย่ที่ความแตกฉานในวิถีกระบี่ก้าวหน้าขึ้น ! ”
ทุกคนต่างโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิง ด้วยความเคารพยำเกรงยิ่ง
เย่ฉางชิงจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะแวบหายตัวและปรากฏกายขึ้นอีกครั้งบนเกาะกลางทะเลสาบ
เขากวาดตามองทุกคน ก่อนจะหันไปถามลวี่ฮวยเจี้ยนที่ฉีกยิ้มกว้างอยู่ว่า “เชิญอ๋องลู่ท่านนั้นมาได้หรือไม่ ? ”
ลวี่ฮวยเจี้ยนจึงหันไปมองอ๋องลู่ที่ยังคงคุกเข่าอยู่ทางด้านหลัง พลันชะงักงันไปทันที
‘ตาเฒ่าผู้นี้ช่างรู้งานจริง ๆ ’
‘เพียงพบหน้าท่านเย่ก็รีบคุกเข่าให้เสียแล้ว หาได้หยิ่งในศักดิ์ศรีเหมือนก่อนหน้านี้ไม่’
แม้จะเป็นเช่นนั้น ลวี่ฮวยเจี้ยนก็ยังส่งกระแสจิตออกไปว่า “ท่านอ๋องลู่ ท่านเย่ถามหาท่านอยู่ขอรับ”
‘อันใดนะ ! ’
‘หากพวกเราสามารถเข้าไปอยู่ในนั้นสักสองสามเดือน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นไรกันนะ ? ’
‘น่าเหลือเชื่อ ! ’
‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’
ในตอนนั้นเอง เย่ฉางชิงเองก็รู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง พร้อมกับใช้นิ้วมือลูบไปที่แหวนเก็บสมบัติวงนั้นอย่างอดมิได้
เท่าที่จำได้ตอนที่เขาได้แหวนเก็บสมบัติวงนี้มาตอนที่อยู่โลกเบื้องล่าง ก็พบว่าภายในแหวนเก็บสมบัติวงนี้ได้มีอีกจักรวาลอยู่ภายในนั้น
แต่สิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ จักรวาลที่อยู่ภายในแหวนเก็บสมบัติวงนี้จะอัศจรรย์ถึงเพียงนี้
หากเป็นเช่นนั้นจริง เขาจะเข้าไปบำเพ็ญเพียรในแหวนเก็บสมบัติวงนี้บ้างจะได้หรือไม่ ?
‘มิได้ ! ’
‘มิได้อย่างเด็ดขาด ! ’
‘ตอนนี้ข้ามีเคล็ดกระบี่สองกระบวนท่าที่ยังมิได้แสดงฝีมือออกมา หากเกิดการบรรลุใหม่ขึ้นมาอีกล่ะก็’
‘ถึงตอนนั้นจะเอาไปใช้กับผู้ใดกัน ? ’
‘อืม ! ’
‘นับตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะมิฝึกกระบี่แล้ว จนกว่าจะได้พบผู้แข็งแกร่งวิถีกระบี่ ที่สามารถรับกระบี่ทั้งสองกระบวนท่าของข้าได้’
‘จริงสิ ! ’
‘ราชันทมิฬติดตามข้างกายมาตั้งแต่โลกเบื้องล่าง หรือเขาจะรู้นานแล้วว่าภายในแหวนเก็บสมบัติมีจักรวาลอันน่าอัศจรรย์นี้อยู่ จึงได้ตั้งใจแกล้งตายเช่นนี้ ? ’
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็ใช้อิทธิฤทธิ์หายตัวดังใจนึก พาลู่ชิงเหอมาอยู่ตรงหน้าของราชันทมิฬ
“อ๋องลู่ ก่อนหน้านี้ราชันทมิฬถูกพิษเข้า จนถึงบัดนี้ก็ยังสลบมิฟื้น”
เย่ฉางชิงปรายตาไปทางหวงอิงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “ว่ากันว่ามีเพียงท่านที่สามารถขจัดพิษนี้ได้ ท่านลองวินิจฉัยดูหน่อยว่าอาการของเขาตอนนี้เป็นเช่นไรบ้าง”
ลู่ชิงเหอจึงได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะรีบสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่อย่างหวาดหวั่น
‘พิษประหลาดที่แม้แต่ยอดฝีมือที่ไร้เทียมทานอย่างผู้อาวุโสเย่ยังมิสามารถขจัดได้ แล้วข้าจะมีวิธีขจัดได้เยี่ยงไรกัน ? ’
‘บัดซบ ! ’
‘มันเป็นผู้ใดกันที่กล้าทำร้ายข้า ? ’
‘จะให้ข้ามาสอนจระเข้ว่ายน้ำต่อหน้าผู้อาวุโสเย่เยี่ยงนั้นหรือ’
‘จริงสิ ! ’
‘ต้องเป็นตาเฒ่าเอี้ยนฉีเซิ่งกับศิษย์ที่หลอกข้ามาเป็นแน่ ! ’

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน