ตอนที่ 641 วิถีวาดภาพคือสิ่งใด ?
คิดถึงตรงนี้ ลู่ชิงเหอแม้จะยังก้มหน้ามิเอ่ยมิจา แต่กลับส่งกระแสจิตไปซักไซ้ทันทีว่า “เอี้ยนฉีเซิ่ง พวกเจ้าศิษย์อาจารย์ตั้งใจใช่หรือไม่ ? ”
ได้ยินดังนั้น เอี้ยนฉีเซิ่งก็ใจสั่นขึ้นมาน้อย ๆ พลางเอ่ยอย่างมิเข้าใจว่า “พี่ลู่ ตั้งใจอันใดกัน ? ”
ลู่ชิงเหอมุมปากกระตุกเล็กน้อย พลางเอ่ยเสียงเข้มว่า “ผู้อาวุโสท่านนี้แท้จริงแล้วเก่งกาจเพียงใด มิเพียงแต่ข้ามิสามารถคาดเดาได้ แม้แต่เจ้าเองก็เกรงว่าคงมีพลังมิถึงเหมือนกันกระมัง ? ”
“แล้วพิษที่เขามิสามารถขจัดได้ ฝีมือเช่นข้าจะสามารถขจัดพิษได้เยี่ยงนั้นหรือ ? ”
เอี้ยนฉีเซิ่งเหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบอธิบายว่า “พี่ลู่ ท่านเข้าใจข้าผิดแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าผู้อาวุโสเย่ท่านนี้เป็นสหายเก่าของท่าน จึงได้ให้ลวี่ฮวยเจี้ยนไปเชิญท่านมาพบ แล้วจะได้ลบล้างความโกรธแค้นระหว่างเราด้วย”
“แต่สิ่งที่ข้าคาดมิถึงก็คือ ผู้อาวุโสเย่กลับเชิญท่านมาเพื่อถอนพิษให้แก่จ้าวปีศาจท่านนี้”
ลู่ชิงเหอตอบกลับด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “ข้าเชื่อเจ้าก็โง่แล้ว ! ”
ตอนนั้นเอง เมื่อเห็นอ๋องลู่ท่านยังคงมิเอ่ยมิจา และยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น
เย่ฉางชิงจึงเอ่ยอีกครั้งว่า “ท่านอ๋องลู่ ท่านมีวิธีขจัดพิษให้ราชันทมิฬหรือไม่ ? ”
สิ้นเสียง ลู่ชิงเหอก็ตัวสั่นเทาขึ้นมาอย่างอดมิได้ จากนั้นก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเย่ฉางชิง
“ผู้อาวุโสเย่ ผู้น้อยขอลองดูก่อนขอรับ”
ลู่ชิงเหอประสานมือคารวะ พลางเอ่ยกับเย่ฉางชิงอย่างนอบน้อม “ถึงแม้ก่อนหน้านี้ผู้น้อยบำเพ็ญเพียรวิถีพิษ มีความรู้เกี่ยวกับพิษประหลาดหายาก และวิธีขจัดพิษบ้างก็จริง”
“ทว่าเมื่อหลายหมื่นปีก่อน หลังจากที่ผู้น้อยพ่ายแพ้ให้แก่อ๋องเจี้ยน จึงได้ตัดทอนวิถีของตนเองและเปลี่ยนไปบำเพ็ญเพียรวิถีวาดภาพ ดังนั้นผู้น้อยจึงมิกล้ารับปากว่าจะสามารถแก้พิษนี้ได้หรือไม่นะขอรับ”
ตอนนี้ดูเหมือนว่าเอี้ยนฉีเซิ่งและศิษย์จะเป็นคนวางแผนให้เขามาเจอกับเรื่องยุ่งยากเช่นนี้
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น มิว่าเขาจะสามารถแก้พิษนี้ได้หรือไม่ ก็ต้องลากเอี้ยนฉีเซิ่งไปด้วยให้ได้
ส่วนเอี้ยนฉีเซิ่งนั้นทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่น และส่ายหน้าอย่างระอา
‘วิถีวาดภาพ ? ’
เมื่อเย่ฉางชิงได้ยินประโยคนี้ ลึกเข้าไปในดวงตาเรียวยาวคู่นั้นกลับทอประกายประหลาดใจออกมา
เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินวิธีบำเพ็ญเพียรเช่นนี้
เพราะตัวเขานั้นถนัดพิณ หมากล้อม อักษรพู่กัน และการวาดภาพมากที่สุด ก่อนหน้านี้เคยได้ยินวิถีดนตรีและวิถีหมากมาแล้ว ทว่าวิถีวาดภาพนั้นมันคือสิ่งใดกันแน่ ?
‘เป็นวิธีฝึกจิตใจประเภทหนึ่งงั้นหรือ ? ’
‘อืม ! ’
‘คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง ! ’
‘หากอ๋องลู่ผู้นี้สามารถถอนพิษประหลาดให้กับราชันทมิฬได้ ข้าคงต้องสอบถามอ๋องลู่ผู้นี้เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าวิถีวาดภาพสักหน่อย’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็สะบัดแขนเบา ๆ พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “มิเป็นไร เจ้าลองดูก่อนเถอะ ข้าจะมิตำหนิเจ้าอย่างแน่นอน”
ลู่ชิงเหอลอบถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นจึงพยักหน้าให้แก่เย่ฉางชิงอย่างนอบน้อม แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองราชันทมิฬที่ยังคงสลบไสลอยู่
เขาสัมผัสถึงไอพลังของราชันทมิฬได้เล็กน้อย และดูเหมือนว่าจะมิมีความผิดปกติใด ๆ
จากนั้นก็ค่อย ๆ ผสานพลังวิญญาณของตนเองเข้าไปภายในร่างของราชันทมิฬอย่างระมัดระวัง และแล่นไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป
ลู่ชิงเหอเหมือนสัมผัสได้ถึงอันใดบางอย่างเข้า
เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ พร้อมกับเผยท่าทีประหลาดใจออกมา ก่อนจะส่ายหน้าและเริ่มสัมผัสอีกครั้งว่าภายในกายของราชันทมิฬมีพิษอื่นอีกหรือไม่
จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม
ลู่ชิงเหอลังเลอยู่สักพัก จากนั้นก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
“ผู้อาวุโสเย่”
ลู่ชิงเหอใคร่ครวญอยู่สักพัก จึงเงยหน้าขึ้นเอ่ยกับเย่ฉางชิงว่า “ผู้น้อยพบเพียงพิษของปีศาจงูตาเขียวภายในกายของจ้าวปีศาจท่านนี้ และมิพบพิษใด ๆ อีกขอรับ”
มุมปากของเย่ฉางชิงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม พร้อมกับพยักหน้าและเอ่ยว่า “มีวิธีถอนพิษหรือไม่ ? ”
ลู่ชิงเหอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเผยท่าทางสงสัยออกมาแทน
‘เพียงแค่รักษาพิษของปีศาจงูตาเขียวงั้นหรือ ? ’
‘เป็นเรื่องจริงหรือ ? ’
‘แค่นั้นจริง ๆ น่ะหรือ ? ’
‘ผู้อาวุโสเย่ท่านคงมิได้กำลังล้อผู้น้อยเล่นหรอกกระมัง ? ’
‘ท่านคงยังมิทราบ’
‘ตอนนั้นเป็นเพราะอาศัยพิษประหลาดมากมาย ถึงได้เป็นใหญ่เป็นโตบนเส้นทางโบราณได้’


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน