เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 642

ตอนที่ 642 วิธีการเข้าสู่วิถีที่ถูกต้อง

วิถีวาดภาพคือสิ่งใด ?

เมื่อถูกเย่ฉางชิงเอ่ยถามเช่นนี้

ใจที่สั่นระรัวของลู่ชิงเหอก็เหมือนจะกลับมาสงบลงอีกครั้ง

‘ที่แท้ผู้อาวุโสเย่หาได้ต้องการที่จะกลั่นแกล้งข้าไม่ เพียงแค่ต้องการที่จะถามข้าเรื่องวิถีวาดภาพก็เท่านั้น’

‘มิใช่สิ ! ’

‘เอ่ยให้ถูกก็คือผู้อาวุโสเย่ท่านนี้ต้องการที่จะชี้แนะข้า’

‘แต่นี่ดูมิสมเหตุสมผลเอาซะเลย’

‘ข้ากับผู้อาวุโสเย่ท่านนี้มิเคยพบหน้ากันมาก่อน เหตุใดอีกฝ่ายจะต้องลดตัวมาช่วยชี้แนะข้าด้วย’

‘หรือผู้อาวุโสเย่จะรู้จักกับคนคุ้นเคยของข้า จึงได้รับการไหว้วานมา ? ’

‘มิใช่ ! ’

‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’

‘ก่อนหน้านี้ข้าบำเพ็ญเพียรวิถีพิษที่หายากยิ่ง น้อยนักที่จะมีคนยอมเป็นสหายกับข้า’

‘ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนั้นข้าก็มิชอบไปล่วงเกินผู้ใด’

‘แต่หากผู้ใดกล้าล่วงเกินข้าแล้วล่ะก็ จะต้องถูกกำจัดให้สิ้นซาก……’

‘จริงสิ ! ’

‘หรือว่าจะเป็น……ศิษย์พี่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีหมอผู้นั้นของข้า ที่ขึ้นมายังโลกเบื้องบนเมื่อหลายแสนปีก่อน ? ’

‘อืม !’

‘คงจะเป็นศิษย์พี่เฉาที่เคยได้รับสุดยอดวาสนาวิสุทธิ์ผู้นั้น’

‘แต่ผู้อาวุโสเย่ท่านนี้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่มิใช่หรือ ? ’

‘ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเทียบกับวิถีกระบี่แล้ว วิถีวาดภาพลึกลับคลุมเครือ และยากที่จะรู้แจ้งยิ่งกว่า’

‘หรือว่าผู้อาวุโสเย่เคยได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพจารย์วิถีวาดภาพผู้ล่วงลับท่านใดท่านหนึ่งมา ดังนั้นจึงอยากจะมอบสุดยอดโอกาสและวาสนานี้ให้แก่ข้า’

‘และการที่เขาถามเช่นนี้ก็เพราะอยากรู้ถึงความแตกฉานและคุณสมบัติในวิถีวาดภาพของข้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

คิดถึงตรงนี้ เมฆหมอกที่ปกคลุมใบหน้าของลู่ชิงเหอก็พลันมลายหายไป ก่อนจะโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิง จากนั้นก็ค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น

“ผู้อาวุโสเย่ ผู้น้อยเปลี่ยนมาบำเพ็ญเพียรวิถีวาดภาพได้มินาน จึงยังมิมีมุมมองอันใดมากนัก”

ใบหน้าของลู่ชิงเหอแฝงด้วยรอยยิ้มกระจ่างใส พลางเอ่ยกับเย่ฉางชิงอย่างถ่อมตนว่า “แต่หลายปีมานี้จากการมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรในวิถีวาดภาพ จะมากจะน้อยก็พอมีสิ่งที่ได้เรียนรู้เองมาบ้าง”

เย่ฉางชิงพยักหน้าและเอ่ยว่า “เอ่ยมาเถอะ”

ลู่ชิงเหอโค้งคำนับให้แก่เย่ฉางชิงอีกครั้ง จากนั้นก็เรียบเรียงคำพูดอยู่สักพัก จึงได้เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ผู้อาวุโสเย่ขอรับ ผู้น้อยมองว่าการบำเพ็ญเพียรวิถีวาดภาพและวิถีหมากนับว่ามีความลึกลับมิต่างกัน”

“วิถีหมากมักจะใช้กระดานหมากเป็นเขต ใช้ตัวหมากเป็นค่ายกล จากนั้นก็ใช้การเปลี่ยนแปลงของกลหมาก ขังคู่ต่อสู้เอาไว้ในกลหมาก หรือใช้กลหมากสร้างค่ายกลสังหาร เพื่อสังหารศัตรูได้อย่างไร้ร่องรอย”

“วิถีวาดภาพเองก็เป็นเช่นนั้นขอรับ ใช้พู่กันในมือเป็นอาวุธเทพโจมตี จากนั้นก็ช่วงชิงพลังปราณของคู่ต่อสู้มากักเก็บเอาไว้ในภาพวาด จากนั้นภาพวาดก็กลายเป็นค่ายกล มีพลังปราณเป็นตัวนำ ดึงดูดจิตวิญญาณของคู่ต่อสู้ให้ดำดิ่งเข้าไปอยู่ในภาพวาด และใช้พลังแห่งมหามรรคาสะกดหรือสังหารคู่ต่อสู้”

“สิ่งนี้คือวิถีวาดภาพในความเข้าใจของผู้น้อยขอรับ”

เอ่ยถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่ชิงเหอก็กระจ่างขึ้นอีกหลายเท่า ถึงขนาดทำมือทำไม้แล้วเอ่ยออกมาว่า “และผู้น้อยยังมีอีกความคิดหนึ่งด้วยขอรับ”

“หากสามารถประสบความสำเร็จในวิถีวาดภาพ มหามรรคาฟ้าดินเกิดการขานรับ เพียงแค่คิดก็สามารถทำให้ทุกสิ่งรอบกายกลายเป็นภาพวาด และเราก็กลายเป็นเหมือนผู้ปกครองของโลกเล็ก ๆ ใบนั้น……”

ทว่าตอนนั้นเอง เย่ฉางชิงก็เกิดตื่นรู้ในบางอย่างขึ้นมา

อีกทั้งขณะที่ลู่ชิงเหอกำลังอธิบายความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีวาดภาพไปเรื่อย ๆ นั้น

บริเวณที่ทั้งสองยืนสนทนากันอยู่ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปโดยที่พวกเขามิทันรู้ตัว

จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป

ดวงตาเรียวยาวคู่นั้นของเย่ฉางชิงก็เป็นประกายขึ้นมา พลางกวาดตามองการเปลี่ยนแปลงโดยรอบ และอดมิได้ที่จะเอ่ยขัดขึ้นมาว่า “วิถีวาดภาพที่เจ้าหมายถึง เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่ ? ”

‘ห๊ะ ! ’

ลู่ชิงเหอชะงักไปเล็กน้อย

แต่วินาทีที่เขาได้สติขึ้นมา

ดวงตาคู่นั้นก็แทบจะถลนออกมาจากเบ้า มองการเปลี่ยนแปลงโดยรอบด้วยความเหลือเชื่อ

ก่อนจะพบว่าบนเกาะกลางทะเลสาบที่ทั้งสองยืนอยู่ และทุกสิ่งภายในรัศมีพันจั้งในเวลานี้เหลือเพียงสีขาวและดำเท่านั้น

‘มิใช่สิ ! ’

เอ่ยให้ถูกก็คือ เวลานี้ทั้งสองราวกับอยู่ในม้วนภาพที่มีเพียงสีขาวและดำ ไร้ซึ่งสีอื่นเจือปน

ส่วนเย่ฉางชิงแม้ว่าเวลานี้ใบหน้าของเขาจะยังคงเรียบนิ่ง และดูสง่างามสุภาพอ่อนโยนเป็นนิจ

แต่ทว่ากลับให้ความรู้สึกว่ามีบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป

ตอนที่ 642 วิธีการเข้าสู่วิถีที่ถูกต้อง 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน