ตอนที่ 668 เหตุใดข้าต้องเป็นคนมีเมตตาเช่นนี้ด้วย
ใกล้ยามค่ำ
ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังเตรียมที่จะวาดภาพ เพื่อพรุ่งนี้จะนำไปขายแลกหินวิญญาณนั้น
สงเอ้อก็ถือสุรากาหนึ่งเดินเข้าประตูมาด้วยความร่าเริง
ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ตอนที่จ่ายค่าห้องให้กับเจ้าของโรงเตี้ยม
แม้ใบหน้าของเขาจะมิบ่งบอกอารมณ์ใด ๆ ทว่าภายในใจของสงเอ้อกลับกำลังหลั่งเลือดหลั่งอยู่
เพราะเขาขึ้นมาแดนเซียนจื่อฉงเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว
เนื่องจากพรสวรรค์วิถีเซียนของตนเองมิดีพอ ทำให้จนถึงวันนี้จึงยังมิมีสำนักเซียนใดยอมรับเขาเป็นศิษย์เสียที
ส่วนการจะเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นยิ่งเป็นไปมิได้เลย
และการเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่ไร้สังกัดเช่นนี้
แม้ด้วยตบะบารมีขั้นสูงสุดของระดับเทพพิภพอย่างเขา ในโลกเบื้องล่างนั้นถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่มิมีผู้ใดเทียบเคียงได้
แต่ที่นี่คือแดนเซียนจื่อฉงอันเป็นหนึ่งในสิบสองแดนเซียนโบราณ
ผู้แข็งแกร่งและสำนักเซียนล้วนมีมากมาย
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเทพพิภพยิ่งมีมากจนนับมิถ้วน
แม้กระทั่งลูกเศรษฐีธรรมดาทั่วไป เขาก็ยังต้องก้มหัวให้
ส่วนเป้าหมายที่เขามาร่วมงานของเมืองเหอซีในครั้งนี้
ก็แค่ต้องการหาผู้มาใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาได้มินานสักหนึ่งหรือสองคน เพื่อหวังจะได้ทรัพย์สินและโอกาสเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เท่านั้น
แต่หากคนใหม่ที่เขาเคยปล้นไป ถูกสำนักเซียนใดสำนักเซียนหนึ่งคัดเลือกเข้าสำนักล่ะก็
เช่นนั้นเขาก็พร้อมจะหลบหนีโดยมิลังเลแม้แต่น้อย
จนเวลาผ่านไปหลายร้อยปี
เขาแทบจะท่องไปทั่วทั้งแปดเขตแดนของแดนเซียนจื่อฉง
แต่กระนั้นจนถึงบัดนี้เขากลับสะสมได้เพียงหมื่นหินวิญญาณเท่านั้น
ดังนั้นก่อนหน้านี้ตอนที่เขาต้องจ่ายค่าห้องเกือบสามพันหินวิญญาณ คิดดูก็รู้แล้วว่าจะเจ็บปวดใจมากเพียงใด
หากมิใช่เพราะเย่ฉางชิงเสนอว่าจะหาที่พักสักที่ อีกทั้งตัวเขาดูเป็นคนใจกว้างแล้วล่ะก็
ต่อให้ตีเขาให้ตาย ก็มิมีทางใช้จ่ายหลายพันหินวิญญาณเพื่อพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้อย่างแน่นอน
ดังคำกล่าวที่ว่ามิมีอันใดได้มาง่าย ๆ
การที่เขาพาเย่ฉางชิงมาพักที่โรงเตี๊ยมที่ฟุ่มเฟือยเช่นนี้ ก็เพราะมั่นใจว่าบนตัวของเย่ฉางชิงจะต้องมีสมบัติวิเศษติดกายมาด้วยอย่างแน่นอน
และขอเพียงเย่ฉางชิงดื่มสุราเลิศรสของเขาจนเมามายแล้ว
จากนั้นเขาก็จะสามารถขโมยสมบัติวิเศษบนกายของเย่ฉางชิง และหนีไปภายในคืนนี้เลย
“น้องเย่ เมื่อครู่ข้าได้ซื้อสุราเลิศรสจากข้างนอกมากาหนึ่ง พวกเราพี่น้องมาดื่มกันหน่อยเป็นไร ? ”
สงเอ้อแอบส่องเย่ฉางชิงที่กำลังวาดภาพผ่านทางประตูครู่หนึ่ง และดวงตาก็ฉายแววดูแคลนออกมา ทว่าก็ยังเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่เต็มใบหน้าอยู่
‘วาดภาพงั้นหรือ ? ’
‘เจ้าหนุ่มนี่คงมิคิดว่าภาพของตนเอง จะสามารถเทียบกับของวิเศษที่แฝงเจตจำนงของหลักเต๋าเหล่านั้นได้หรอกกระมัง ? ’
‘เฮ้อ ! ’
‘ช่างเป็นเด็กน้อยน่าสงสารและไร้เดียงสายิ่งกว่าข้าในเมื่อก่อนเสียอีก ! ’
‘แต่ทางที่ดีเจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวังจะดีกว่า มิเช่นนั้นครั้งนี้ข้าคงต้องเป็นคนเลวจริง ๆ ซะแล้ว’
“สุรา ? ”
เย่ฉางชิงได้ยินดังนั้น ใบหน้าพลันเผยรอยยิ้มยินดีออกมาทันที
มาถึงแดนเซียนจื่อฉง
เขาอยากจะรู้จริง ๆ ว่าสุราที่แดนเซียนจื่อฉงแห่งนี้ กับสุราของโลกเบื้องล่างจะต่างกันเพียงใด
คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็วางพู่กันในมือลงทันที จากนั้นก็ผลักประตูออกไป
“พี่สง ข้าทำให้ท่านสิ้นเปลืองแล้ว”
เย่ฉางชิงกวาดตามองกาสุราในมือของสงเอ้อ “จริงสิ พี่สง”
“รอพรุ่งนี้ขายภาพได้แล้ว ข้าจะนำค่าห้องวันนี้มาคืนให้ท่าน”
“น้องเย่ เจ้าทำเช่นนี้มิเท่ากับเป็นการตบหน้าข้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“แม้จนถึงบัดนี้ข้าจะยังเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรที่ไร้สังกัดผู้หนึ่ง แต่หินวิญญาณมิกี่พันหาได้อยู่ในสายตาข้าไม่”
สงเอ้อโบกมือปัดเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “พวกเราอย่าเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกเลย คืนนี้มิเมามิเลิกราเป็นเยี่ยงไร ? ”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มยินดีพลางตอบกลับไปทันทีว่า “ดี”
มินาน ด้วยการเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้นของสงเอ้อ ทั้งสองก็ออกมานั่งเผชิญหน้ากันบนโต๊ะหินกลางเรือน
“น้องเย่ มาดื่มสุรากันเถอะ”
สงเอ้อรินสุราให้ตนเองและเย่ฉางชิง จากนั้นก็ยกจอกขึ้นพลางเอ่ยกับเย่ฉางชิงด้วยรอยยิ้ม
“พี่สง”
เย่ฉางชิงยกจอกสุราเป็นสัญญาณให้สงเอ้อ จากนั้นก็ดื่มรวดเดียวจนหมดจอกภายใต้การจับตามองของสงเอ้อ



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน