เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 669

ตอนที่ 669 ผู้อาวุโสท่านนั้นมีเจตนาอันใดกันแน่ ?

ต่อจากนั้นเย่ฉางชิงก็ใช้เวลาประมาณหนึ่งก้านธูป

พาสงเอ้อที่มีน้ำหนักตัวสี่ห้าร้อยชั่งและหลับมิได้สติกลับไปที่ห้อง จากนั้นก็กลับมาที่ห้องของตนเอง

ก่อนจะล้างหน้าล้างตาอย่างลวก ๆ

แล้วจึงกลับมาที่หน้าโต๊ะหนังสือและยกพู่กันขึ้นมาวาดภาพอีกครั้ง

เพื่อที่จะให้ภาพวาดของตนเองขายได้ราคาดี

ครั้งนี้เย่ฉางชิงจึงตั้งใจเป็นอย่างมาก

เขาเริ่มจากการคิดหัวข้อและการจัดวางองค์ประกอบของภาพ จากนั้นจึงจรดพู่กันลงไป

ทว่าครั้งนี้เย่ฉางชิงมิเพียงมีนิมิตปรากฏขึ้นเท่านั้น แต่นิมิตอันน่าสะพรึงกลัวนี้ยังปกคลุมเมืองเหอซีเอาไว้อีกด้วย

เนื่องจากหัวข้อของเย่ฉางชิงในครั้งนี้คือวิถีกระบี่อันโชติช่วง ดังนั้นในวินาทีที่นิมิตปรากฏขึ้น

ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ทั่วทั้งเมืองเหอซีก็เหมือนจะสัมผัสได้ ต่างพากันลืมตาขึ้นมาทันที

ขณะเดียวกันกระบี่ที่พวกเขาพกติดกายก็เริ่มสั่นขึ้นมาเบา ๆ และส่งเสียงคำรามออกมาอย่างน่าประหลาด

ทันใดนั้นนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวก็ทำให้เมืองเหอซีเกิดความโกลาหลขึ้นทั่วไปหมด

“ไอพลังวิถีกระบี่นี่ช่างบริสุทธิ์ยิ่งนัก ! ”

“หรือว่ายอดฝีมือวิถีกระบี่ท่านใดมาเยือนเมืองเหอซี และเวลานี้กำลังบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่อยู่ ? ”

“เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ”

“ไอพลังวิถีกระบี่ที่บริสุทธิ์เช่นนี้ ก็พอจะอธิบายถึงความแตกฉานในวิถีกระบี่ของผู้แข็งแกร่งท่านนี้ได้แล้ว”

“ทว่าเมืองเหอซีห่างไกลเพียงนี้ ปราณวิญญาณฟ้าดินก็ค่อนข้างเหือดแห้ง จะมีผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ที่น่ากลัวเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นได้เยี่ยงไร ? ”

“เช่นนั้นมันเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ มีใครสามารถอธิบายได้บ้าง ? ”

“พวกเจ้าว่าจะใช่ผู้อาวุโสสูงสุดท่านใดท่านหนึ่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยหรือไม่ อีกทั้งวิถีที่ผู้อาวุโสสูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยท่านนี้เลือกบำเพ็ญเพียรยังเป็นวิถีกระบี่อีกด้วย ? ”

“ผู้อาวุโสสูงสุดท่านใดท่านหนึ่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย เกรงว่าคงเป็นไปมิได้กระมัง”

“พวกเจ้าอาจจะยังมิรู้ ตามที่ผู้อาวุโสท่านหนึ่งแนะนำมา งานรวมตัวของเมืองเหอซีอย่างมากก็มีเพียงศิษย์สายตรงผู้เดียวเท่านั้นที่จะมาร่วมงาน”

“……”

“……”

ระหว่างที่ทั่วทั้งเมืองเหอซีกำลังเกิดความโกลาหลอยู่นั้น

เมืองเหอซี

จวนเจ้าเมือง

จวนหลังใหญ่

ภายในจวนถูกตกแต่งเอาไว้หรูหรายิ่งนัก

เรือนหลังเล็ก หลังใหญ่ ตั้งเรียงรายกันอย่างสวยงาม

ทางเดินคดเคี้ยว มีการประดับประดาอย่างดี

ศาลาริมน้ำ ป่าไผ่เขียวขจี

ทะเลสาบขนาดใหญ่หลายสระตั้งอยู่เรียงราย……

ภายในตำหนักเก่าแก่ใหญ่โตหลังหนึ่ง

บุรุษท่าทางเคร่งขรึมมีผมขาวแซมข้างขมับทั้งสองข้าง และสวมชุดคลุมที่หรูหราผู้หนึ่ง กำลังนั่งสมาธิอยู่กลางอากาศ

รอบกายของเขาปกคลุมไปด้วยแสงอันเจิดจ้า ด้านหลังมีวงแสงที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งวงหนึ่งหมุนวนอย่างช้า ๆ พร้อมแผ่ไอพลังอันแข็งแกร่งออกมา

ในตอนนั้นเองบุรุษท่าทางเคร่งขรึมก็เหมือนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงรีบลืมตาคู่นั้นขึ้นทันที

ทันใดนั้น ภายในดวงตาก็มีสัญลักษณ์โบราณส่องประกายระยิบระยับ และแสงอันเจิดจ้าออกมา

เพียงพริบตาก็หายไปอย่างรวดเร็ว

“ข้าบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่มาช้านาน คิดมิถึงว่าโลกนี้จะมีไอพลังวิถีกระบี่ที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้ได้”

“เช่นนั้นวิถีกระบี่ของผู้อาวุโสท่านนี้จะสูงส่งระดับใดกัน ? ”

“น่าเหลือเชื่อ ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก คิดมิถึงว่าจะมีผู้อาวุโสวิถีกระบี่ที่น่ากลัวเช่นนี้มายังเมืองเหอซี……”

ขณะที่บุรุษท่าทางเคร่งขรึมแวบหายตัวไป ก่อนจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งกลางตำหนัก

จากนั้นก็มีเสียงหวานใสเสียงหนึ่งดังขึ้น

“ท่านพ่อ ท่านก็สัมผัสได้เหมือนกันหรือเจ้าคะ ?”

ยังมิทันสิ้นเสียง

แอ๊ด !

สวี๋ฝู๋เอ่ยออกมาด้วยท่าทางมิพอใจทันที “ข้ามิค่อยชอบศิษย์พี่เสวียเลยเจ้าคะ บางครั้งออกจะรำคาญเสียด้วยซ้ำเจ้าค่ะ”

สวี๋ฉางเหอหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ายิ้ม ๆ

ระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติอยู่นั้น

ผ่านไปมินาน มิเพียงแต่ไอพลังวิถีกระบี่จะทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว อีกทั้งบนท้องฟ้าทั่วทั้งเมืองเหอซีเวลานี้ ยังปกคลุมไปด้วยนิมิตบางอย่างอีกด้วย

ไอหมอกจำนวนมหาศาลพวยพุ่ง ยอดเขานับมิถ้วนผุดขึ้นมา

ทิวเขาซ้อนทับกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ตระการตายิ่ง

และในส่วนลึกของทิวเขา มีน้ำตกลอยฟ้าที่มีไอน้ำระเหยขึ้นมา

ลำธารหลายสายไหลเอื่อย ก่อนจะไหลรวมกันเป็นแม่น้ำที่เชี่ยวกรากสายหนึ่ง……

นิมิตทั้งหมดนี้ดูเหมือนภาพวาดสีน้ำหมึกภาพหนึ่งก็มิปาน

ทว่าภายในกลับแฝงเจตนาแท้จริงของกระบี่อันไร้สิ้นสุดเอาไว้

อีกทั้งยังเหมือนมีการถอดเคล็ดกระบี่ขั้นสูงที่ลึกล้ำชนิดหนึ่งลงไปด้วยเช่นกัน

ส่วนจะสามารถรู้แจ้งได้เพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและศักยภาพบนวิถีกระบี่ของคนนั้น ๆ

ด้านนอกตำหนักโบราณ

สวี๋ฉางเหอและสวี๋ฝู๋จ้องมองนิมิตอันตระการตาที่ปกคลุมบนท้องฟ้าเมืองเหอซีอย่างเงียบ ๆ

ทว่าสองพ่อลูกต่างก็ต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

แน่นอนว่าเวลานี้มิได้มีเพียงสองพ่อลูกคู่นี้เท่านั้น ทว่าแม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ทั่วทั้งเมืองเหอซีต่างก็มีอาการเช่นนี้ทั้งสิ้น

สูด !

เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ

สวี๋ฝู๋ก็ได้สติขึ้นมาอีกครั้ง พลันสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่

“ท่านพ่อ ผู้อาวุโสท่านนั้นมีเจตนาอันใดกันแน่หรือเจ้าคะ ? ”

สายตาของสวี๋ฝู๋ยังคงจับจ้องไปที่นิมิตบนท้องฟ้า พลางถามออกมาอย่างครุ่นคิด

สวี๋ฉางเหอขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ฝู๋เอ๋อ สงบสติอารมณ์ลงเสีย อย่าได้ไปคาดเดาความคิดของผู้อาวุโสท่านนี้เด็ดขาด”

“และจงใช้จิตใจของวิถีกระบี่ สัมผัสน้ำตก ลำธาร และแม่น้ำที่เชี่ยวกรากสายนั้นอย่างละเอียดดู”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน