เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 691

ตอนที่ 691 อาจารย์ ข้าเห็นแล้ว

ระหว่างที่สองพ่อลูกตระกูลสวี๋กำลังคุยกันอยู่ในห้องลับ

อีกด้านหนึ่ง

เย่ฉางชิงที่อยู่ภายในเรือนนอนที่สว่างไสว ตกแต่งอย่างประณีตสวยงามและหรูหราก็นอนมิหลับเช่นกัน

เดิมเขาตั้งใจที่จะเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย เมื่อได้ข่าวเกี่ยวกับเผ่าสวรรค์ก็จะจากไป

ทว่าสิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ เพียงเพราะต้องการใช้ภาพวาดแลกเปลี่ยนหินวิญญาณ จึงทำให้เกิดนิมิตฟ้าดินขึ้นโดยมิรู้ตัว

ประจวบเหมาะถูกคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นยอดฝีมือที่ไร้เทียมทานอีกครั้ง

และเย่ฉางชิงก็คิดว่าความแตกฉานในวิถีกระบี่ของตนนั้นมิด้อยไปกว่าผู้ใด ก็คงนับว่าเป็นผู้แข็งแกร่งท่านหนึ่งเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่มาถึงแดนเซียนจื่อฉงจนถึงวันนี้ เขายังมิเคยแสดงสองกระบวนท่ากระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาอย่างเต็มความสามารถเคยสักครั้ง

อีกทั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาเขายังบังเอิญทำให้มนุษย์สีทองตัวจิ๋ว ที่ทำหน้าที่ถอดเคล็ดกระบี่ปรากฏรูปร่างขึ้นมาได้

และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องรับสวี๋ฝู๋เป็นศิษย์

แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกปวดหัวก็คือ แม้ศิษย์เอกของเขาผู้นี้จะมีสมบัติเทพที่ไร้เทียมทานอย่างกระดูกกระบี่ ในอนาคตอันใกล้จะสามารถเป็นราชันเพียงหนึ่งเดียวของยุคนี้ได้

ส่วนเขาที่เป็นอาจารย์ของราชันก็จะมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือ

แต่สถานการณ์ตอนนี้ เนื่องจากเขาปล่อยเสวียหมิงไห่และลูกสมุนไป มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ศิษย์ของเขาผู้นี้กลายเป็นเป้าหมายของผู้คนมากมายในโลกวิถีเซียน

ดังนั้นอาจารย์เช่นเขาจึงมิสามารถทิ้งศิษย์ไปอย่างไร้ความรับผิดชอบได้

แต่ถึงกระนั้นเขาผู้เป็นอาจารย์ก็มิสามารถที่จะเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกเซียนนี้ได้กระมัง ?

ทว่าเยี่ยงไรซะนี่ก็เป็นโอกาสที่จะได้เป็นราชัน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่แม้แต่ผู้อมตะทั้งแปดก็อาจจะสนใจเช่นกัน

ทว่าด้วยตบะบารมีของเขาในตอนนี้ หากสู้กับผู้อมตะหนึ่งท่านจะมีโอกาสชนะกี่ส่วนกัน ?

อีกอย่างดูจากท่าทางของสวี๋ฉางเหอวันนี้แล้ว

หากเขาเดามิผิดแล้วล่ะก็ คงคิดว่าข้าอยากได้กระดูกกระบี่ภายในกายของสวี๋ฝู๋เป็นแน่

ดังนั้นต่อให้เขาต้องการให้สวี๋ฝู๋ก้าวหน้าในวิถีกระบี่โดยเร็ว ถึงขนาดปลุกกระดูกกระบี่ขึ้นมา คาดว่าก็คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันถึงจะสามารถไปจากเมืองเหอซี และเริ่มถ่ายทอดวิถีกระบี่ของเขาให้แก่สวี๋ฝู๋ได้

ดังนั้นความหวังเดียวของเขาในตอนนี้ก็คือ เสวียหมิงไห่คงจะมิได้เสียสติบอกเรื่องกระดูกกระบี่ให้คนทั้งใต้หล้ารู้ก่อนหรอกนะ

เฮ้อ !

เย่ฉางชิงค่อย ๆ แง้มประตูเรือนออก สายลมเย็น ๆ พลันพัดเข้ามาในทันที

เขาเงยหน้าขึ้นมองหมู่ดาวมากมายที่พร่างพราว รวมทั้งพระจันทร์เสี้ยวกระจ่างตา อดมิได้ที่จะเผยท่าทีจนปัญญาออกมา

“ชิงเฟิง มิว่าเยี่ยงไรเจ้าต้องมีชีวิตรอด รอข้าจัดการเรื่องสวี๋ฝู๋เสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าจะรีบไปตามหาเจ้า……”

……

……

เพียงพริบตา

วันต่อมา

เมื่อฟ้าสาง

ประตูเรือนนอนของเย่ฉางชิงก็ค่อย ๆ เปิดออกอีกครั้ง

เมื่อมองออกไปก็เห็นสาวใช้รูปร่างสะโอดสะองนับสิบคน รวมทั้งสวี๋ฝู๋ที่สวมชุดกระโปรงยาวรัดช่วงเอวสีเขียวยืนอยู่สองฝั่งของทางเดิน เหมือนพวกนางมารอเขาอยู่นานแล้ว

“ท่านเย่ ของใช้ในการล้างหน้าพวกเราเตรียมพร้อมแล้วเจ้าค่ะ มิทราบว่าท่านจะล้างตอนนี้เลยหรือไม่เจ้าคะ ? ”

เมื่อเห็นเย่ฉางชิงปรากฏกายที่หน้าประตูเรือน

สาวใช้ที่เป็นหัวหน้าก็พากลุ่มสาวใช้คำนับอย่างนอบน้อม ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา

“ช้าก่อน”

เย่ฉางชิงยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยถามสวี๋ฝู๋ “เสี่ยวสวี๋ มาแต่เช้าเชียว”

‘เสี่ยวสวี๋ ? ’

เมื่อได้ยินคำเรียกขานเช่นนี้

สวี๋ฝู๋ก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน พร้อมทั้งคำนับและเอ่ยว่า “เรียนอาจารย์ ท่านพ่อได้เดินทางไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยแล้ว ดังนั้นศิษย์ตั้งใจมารายงานให้ทราบ ขออาจารย์ได้โปรดวางใจเจ้าค่ะ”

“ท่านเจ้าเมืองสวี๋ไปแต่เช้าเลยงั้นหรือ ? ”

นี่เป็นสุดยอดภาพเทพที่เขาบังเอิญได้มาตอนที่เขาเข้าไปอยู่สำนักชิงหยาง และนับเป็นสุดยอดเคล็ดวิชาแรกในวิถีกระบี่ที่เขาเลือกบำเพ็ญเพียรอีกด้วย

สวี๋ฝู๋เป็นศิษย์คนแรกของเขา ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลแล้วที่เขาจะมอบภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดให้แก่สวี๋ฝู๋

“อาจารย์ สิ่งนี่คือ ? ”

เมื่อเห็นภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดอันว่างเปล่า

สวี๋ฝู๋ก็กะพริบตาปริบ ๆ อดมิได้ที่จะถามอย่างตกตะลึง

เย่ฉางชิงเอามือไพล่หลัง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “สิ่งนี้คือภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด เป็นสิ่งที่ข้าใช้ในการฝึกวิถีกระบี่”

“เจ้าจงตั้งใจดูตั้งใจเรียนรู้ เพราะภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดนี้แฝงเจตจำนงที่แท้จริงของกระบี่เอาไว้ และสามารถถอดเคล็ดกระบี่ทั้งหมดในโลกนี้ได้ ในเมื่อเจ้าคารวะข้าเป็นอาจารย์ ทั้งยังมีกระดูกกระบี่ในตำนาน ย่อมต้องรู้แจ้งภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดเอาไว้”

สวี๋ฝู๋เอ่ยด้วยความงุนงงว่า “อาจารย์……เหตุใดข้าถึงเห็นเพียงความว่างเปล่า หรือเป็นเพราะคุณสมบัติของศิษย์หรือเจ้าคะ ? ”

ว่างเปล่า ?

เย่ฉางชิงชะงักงัน ก่อนจะกวาดตามองในทันที

เขากลับพบว่าตรงกลางภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดในเวลานี้มีมนุษย์สีทองตัวจิ๋วตัวหนึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ ดูสงบนิ่งมิหวั่นไหวใด ๆ ความจริงกลับกำลังแสดงเคล็ดกระบี่ จิตกระบี่ พลังกระบี่มากมาย ที่ดูประหลาดยิ่ง

‘นี่เรียกว่าว่างเปล่าเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘หรือคุณสมบัติวิถีเซียนของสวี๋ฝู๋ยังมิดีพอ จึงมิสามารถมองเห็นสุดยอดเคล็ดวิถีกระบี่ที่ไร้เทียมทานเช่นนี้’

‘มิใช่กระมัง ! ’

‘ศิษย์ผู้นี้ของข้า จะได้เป็นราชันเพียงผู้เดียวของยุคนี้เชียวนะ’

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงจึงเอ่ยแนะนำว่า “มิต้องใช้ตามอง ให้เพ่งสมาธิไปสัมผัส”

สวี๋ฝู๋จึงหลับตาลงทันที จากนั้นก็เพ่งสมาธิไปสัมผัสอย่างละเอียด

จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป

ในที่สุดสวี๋ฝู๋ก็เหมือนเห็นอันใดบางอย่าง จึงรีบเอ่ยออกมาด้วยความดีใจว่า “อาจารย์ ข้ามองเห็นแล้วเจ้าค่ะ”

เย่ฉางชิง “……”

[1] หมู่ คือหน่วยวัดพื้นที่ของจีน มีขนาดประมาณ 0.0006667 ตารางกิโลเมตร

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน