ตอนที่ 692 คุณสมบัติของสวี๋ฝู๋
‘เห็นแล้ว ? ’
‘เพิ่งเห็นงั้นหรือ ! ’
ทันใดนั้น เย่ฉางชิงก็รู้สึกเอ่ยมิออก
คิดถึงตอนนั้นที่เขาได้เห็นภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดเป็นครั้งแรก เขาเห็นมนุษย์สีทองตัวจิ๋วที่ออกท่าเคล็ดกระบี่อยู่บนภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด
มินาน มนุษย์สีทองตัวจิ๋วก็เพิ่มจำนวนขึ้นมิหยุด ขณะเดียวกันก็แสดงเคล็ดกระบี่ที่ต่างกันไป……
หากเทียบกันแล้วคุณสมบัติวิถีกระบี่ของศิษย์เขาผู้นี้ มิได้มีความโดดเด่นเหนือใครอย่างที่คิดเอาไว้
ซึ่งเมื่อเทียบกับเขาแล้ว ก็แค่ไปวัดไปวาได้เท่านั้น
และหากศิษย์ผู้นี้สามารถกลายเป็นราชันคนแรกของยุคนี้ได้ เช่นนั้นความสำเร็จของเขามิเท่ากับอยู่เหนือราชันอีกเยี่ยงนั้นหรือ ?
มุมปากของเย่ฉางชิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ พลางเอ่ยถามว่า “เจ้ามองเห็นสิ่งใด ? ”
สวี๋ฝู๋ตอบโดยมิต้องคิดว่า “มนุษย์สีทองตัวจิ๋วตัวหนึ่งเจ้าค่ะ มิใช่สิ เอ่ยให้ถูกก็คือเป็นมนุษย์สีทองตัวจิ๋วตัวหนึ่งที่กำลังแสดงเคล็ดกระบี่อยู่เจ้าค่ะ”
เย่ฉางชิงพยักหน้าให้ ดูเหมือนว่าในที่สุดสวี๋ฝู๋จะเจอประตูของภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดแล้วสินะ
“เสี่ยวสวี๋ นับแต่นี้ไปเจ้าห้ามว่อกแว่กเป็นอันขาด ต้องตั้งใจพิจารณาเคล็ดกระบี่ ไอกระบี่ จิตกระบี่ พลังกระบี่ ที่มนุษย์สีทองตัวจิ๋วแสดงออกมาให้ละเอียด”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดได้รวมเจตจำนงแท้จริงของกระบี่ทั้งหมดบนโลกเอาไว้ เริ่มจากง่ายไปซับซ้อน และจากซับซ้อนกลับมาง่าย”
สวี๋ฝู๋เอ่ยรับทันที “อาจารย์ ศิษย์เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
เวลาผ่านไปอีกสองเค่อ สวี๋ฝู๋หลับตาแน่น มีท่าทางเคร่งเครียด ราวกับว่าในที่สุดก็ตั้งสมาธิได้มั่นคงแล้ว
ขณะเดียวกัน รอบกายของนางก็แผ่ไอหมอกออกมา ปราณวิญญาณฟ้าดินของที่นี่หนาแน่นจนแทบจะแยกมิออกพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากบำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ บนกายของนางจึงเริ่มแผ่จิตกระบี่ที่เบาบางออกมา
แต่สิ่งที่ทำให้เย่ฉางชิงมิเข้าใจก็คือ นับตั้งแต่ที่สวี๋ฝู๋รู้แจ้งในภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดมา ยังมิถึงหนึ่งชั่วยามไอพลังที่แผ่ออกมาจากภายในกลับปั่นป่วนไปหมด
เส้นเลือดที่ขมับของนางเต้นตุบ ๆ คิ้วอันเรียวยาวขมวดแน่น เหมือนมีสัญญาณของธาตุไฟเข้าแทรก
เมื่อเห็นดังนั้นเย่ฉางชิงจึงตัดสินใจสะบัดแขนเก็บภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดในทันที
วินาทีต่อมา ร่างอรชรของสวี๋ฝู๋ก็สะดุ้งน้อย ๆ มุมปากมีเลือดสีแดงสดไหลออกมา
“อาจารย์……”
สวี๋ฝู๋หนังตากระตุกน้อย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาดำขลับคู่นั้นขึ้น ท่าทางดูเหนื่อยล้ายิ่งนัก
เย่ฉางชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถามอย่างสงสัยว่า “รู้สึกเช่นไรบ้าง ? ”
สวี๋ฝู๋ส่ายหน้าอย่างละอายใจ น้ำเสียงค่อนข้างจืดเจื่อน “อาจารย์เจ้าคะ เคล็ดกระบี่ที่มนุษย์สีทองตัวจิ๋วบนภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดแสดงนั้นแม้จะยอดเยี่ยมไร้ที่เปรียบ แต่เนื่องจากรวดเร็วเกินไปจึงทำให้สติของศิษย์ถูกทำลายลงอย่างมาก จนมีสัญญาณเกิดธาตุไฟเข้าแทรกเจ้าค่ะ”
เย่ฉางชิงได้ยินดังนั้น ก็อดมิได้ที่จะส่ายหน้าอย่างระอา
‘คุณสมบัติของศิษย์คนแรกของข้าผู้นี้ช่างอ่อนด้อยนัก ! ’
แค่มนุษย์สีทองตัวจิ๋วหนึ่งตัวแสดงเคล็ดกระบี่ยังรับมิไหว ทนได้มิถึงหนึ่งชั่วยามเสียด้วยซ้ำ
อีกทั้งการบำเพ็ญเพียรสุดยอดเคล็ดวิชาอย่างภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด และการปรากฏขึ้นของมนุษย์สีทองตัวจิ๋วหนึ่งตัวนั้นเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นมนุษย์สีทองตัวจิ๋วก็เพิ่มจำนวนจากหนึ่งเป็นสอง จากสองกลายเป็นสี่……
เป็นเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ และเมื่อแสดงกระบวนท่าจากง่ายไปยากสำเร็จแล้ว จะมีมนุษย์สีทองตัวจิ๋วปรากฏขึ้นมาอีกนับมิถ้วน
ถึงตอนนั้นจึงจะเรียกได้ว่าละลานตา และกระทบกับสติของจริง
อีกทั้งนี่ยังมิใช่จุดที่ยากที่สุด เพราะจุดที่ยากที่สุดคือจากซับซ้อนกลับมาง่ายต่างหาก
เพราะต้องผสานมนุษย์สีทองตัวจิ๋วจำนวนมหาศาลที่แสดงเคล็ดกระบี่ จนเหลือมนุษย์สีทองตัวจิ๋วเพียงตัวเดียว จึงนับว่าบำเพ็ญเพียรภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดสำเร็จ
ทว่าด้วยความเร็วในการฝึกของสวี๋ฝู๋ แค่การบำเพ็ญเพียรภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดให้สำเร็จ เกรงว่ามิรู้จะถึงวันนั้นเมื่อไหร่
หากต้องใช้การพิสูจน์มรรคาเพื่อเป็นราชัน เช่นนั้นต้องรอไปจนถึงเมื่อใดกัน
คิดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเย่ฉางชิงก็เผยความเศร้าโศกออกมาน้อย ๆ
‘ซวย ! ’
‘ซวยจริง ๆ ! ’
เมื่อเห็นเย่ฉางชิงนิ่งเงียบ
สวี๋ฝู๋จึงเอ่ยถามอย่างขลาดกลัวว่า “อาจารย์เจ้าคะ ต้องฝึกต่อหรือไม่เจ้าคะ”
เย่ฉางชิงปัดมือและเอ่ยว่า “วันนี้พอแค่นี้เถอะ หากฝึกต่อไปมีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าจะเกิดธาตุไฟเข้าแทรกได้”
สวี๋ฝู๋เอ่ยอย่างอึกอักว่า “อาจารย์เจ้าคะ ข้าทำให้ท่านผิดหวังใช่หรือไม่เจ้าคะ ? ”
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน