เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 694

ตอนที่ 694 ผู้น้อยหลี่ฉางหลิง

หลังจากที่ได้สติอีกครั้ง

ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดของยุคนี้ มิเพียงมิมีท่าทางตำหนิกลับรู้สึกสนุกอีกด้วย

ต้องยอมรับว่าเขาชอบความรู้สึกของการเป็นที่ต้องการของสตรีเหล่านี้เป็นอย่างมาก

เพราะก่อนหน้านี้ทุกหมื่นปี

เขาจะออกมาจากหุบเขาดอกท้อ ท่องไปยังเมืองน้อยใหญ่ในโลกมนุษย์และเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกของการเป็นที่ต้องการของสาว ๆ มากมาย

แม้ว่าตบะบารมีของเขาในตอนนี้จะนับว่าถึงระดับสูงสุดของวิถีเซียนแล้ว แต่เมื่อถึงระดับนี้ระดับจิตใจที่ผ่านการขัดเกลาอย่างต่อเนื่องก็แทบจะถึงจุดสูงสุดแล้วเช่นกัน

ทว่าในเวลานี้เหมือนระดับจิตใจของผู้บำเพ็ญเพียรเช่นเขา เหมือนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย

โลกมนุษย์มีคำกล่าวที่ว่า บ้านมีหนึ่งผู้เฒ่า ราวกับมีสมบัติ คำกล่าวนี้เหมาะสมกับระดับจิตใจของเขาตอนนี้เป็นอย่างมาก

และการที่ระดับจิตใจของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์ในตอนที่เริ่มบำเพ็ญเพียร

เขาในตอนนั้นเรียกได้ว่าอัปลักษณ์อย่างมาก ดังนั้นเมื่อบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ได้

เขาก็เริ่มตามหารูปลักษณ์ที่หล่อเหลาไร้ที่เปรียบ จากนั้นก็นำมาเป็นต้นแบบและสร้างรูปลักษณ์ของเขาในตอนนี้ขึ้นมา

แน่นอนว่าเมื่อเขาได้พบบุรุษหนุ่มที่หล่อเหลากว่าตนบนโลกมนุษย์ เขาก็จะรีบจากไป จากนั้นก็จะทำการแปลงโฉมรูปลักษณ์ของตนเอง แล้วกลับไปอีกครั้ง……

ระหว่างที่ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงหลับตาพริ้ม ใบหน้าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม ยืนอยู่ตรงฝั่งหนึ่งของถนนอย่างมีความสุข

จู่ ๆ ก็มีเสียงที่ขัดหูเสียงหนึ่งดังขึ้น

“พี่สาว คุณชายท่านนี้แม้ว่าจะหล่อเหลา แต่เมื่อเทียบกับท่านเย่ที่มากับพี่สวี๋ก่อนหน้านี้แล้วยังถือว่าห่างชั้นอยู่มากนะเจ้าคะ”

เด็กน้อยดวงตาดำขลับผู้หนึ่งดึงแขนเสื้อของพี่สาวที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางเอ่ยด้วยเสียงเล็กเสียงน้อย

ท่านเย่ ?

ขณะเดียวกันเมื่อสตรีคนอื่น ๆ ได้ยินคำเรียกขานนี้ต่างก็ชะงักงัน ก่อนจะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“น้องสาว คิดมิถึงว่าเจ้าจะยังจำท่านเย่ได้อีก ? ”

“ข้าบอกท่านแล้วมิใช่หรือว่ารอข้าโตแล้วข้าจะแต่งกับบุรุษที่หล่อเหลาเช่นท่านเย่เท่านั้น”

“น้องสาว เรื่องนี้เจ้าจะเที่ยวเอ่ยมั่วซั่วมิได้นะ ท่านเย่เป็นถึงอาจารย์ของพี่สวี๋ อีกทั้งตบะบารมีก็ยังสูงส่ง อีกอย่างแม้ว่ารูปลักษณ์และท่าทางของคนผู้นี้จะดูด้อยกว่าท่านเย่ไปบ้าง แต่ก็ยังดูเพลินตายิ่งนัก”

“พี่สาว ท่านมิมีความทะเยอทะยานเอาซะเลย”

“ฮ่าฮ่า……”

ทันใดนั้น การสนทนาของสองพี่น้องก็ทำให้ผู้คนสองฝั่งถนนต่างหัวเราะเสียงดังลั่น

ทว่าหลังจากที่ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงได้ยินบทสนทนานี้ สีหน้ากลับย่ำแย่ลงทันที ราวกับมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก

เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกนั้นด้วยอิทธิฤทธิ์ที่เขามีในตอนนี้สามารถแปลงโฉมได้ดังใจนึก ถึงขนาดที่ว่าเปลี่ยนให้เป็นคนผู้นั้นเลยก็ได้

ทว่าลักษณะท่าทางเหตุใดถึงยังสู้ท่านเย่ที่พวกนางเอ่ยถึงมิได้อีก ดูมิมีเหตุผลเอาซะเลย

เขาเป็นถึงหนึ่งในแปดผู้อมตะของแดนเซียนจื่อฉง

เรียกได้ว่าเป็นรองเพียงท่านเจ้าแดนเพียงเท่านั้น

แม้ตอนนี้เขาจะสะกดไอพลังระดับอมตะเอาไว้ แต่ลักษณะท่าทางที่พัฒนาขึ้นตามระดับตบะบารมีนั้น ถือว่าหาได้ยากยิ่งอย่างแน่นอน

‘เป็นไปมิได้ ! ’

‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงก็พยายามฉีกยิ้มออกมา จากนั้นก็ไปยืนตรงหน้าของเด็กน้อย และก้มลงไปลูบหัวนางเบา ๆ

“น้องสาว ท่านเย่ที่เจ้าเอ่ยถึงเป็นใครกันเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงหยีตาลง พลางถามด้วยรอยยิ้ม

ยังมิทันสิ้นเสียง เด็กน้อยก็ยืดตัวขึ้นและก้าวถอยหลังไปสองก้าว หลบมือของท่านบรรพบุรุษฉางหลิง พลางเอ่ยด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “เจ้าอย่ามาแตะข้านะ ! ”

“ข้าจะเป็นสตรีของท่านเย่ บุรุษอย่างพวกเจ้ามิว่าผู้ใดก็ห้ามมาแตะต้องข้า ข้าจะแต่งกับท่านเย่โดยที่ร่างกายมิด่างพร้อย”

เมื่อเด็กน้อยเอ่ยออกมา ทุกคนก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

ท่านบรรพบุรุษฉางหลิง (?﹏?)

พี่สาวที่อยู่ข้างกายของเด็กน้อยก็อดมิได้ที่จะหัวเราะออกมาเช่นกัน ก่อนจะอธิบายแก่ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงว่า “คุณชายได้โปรดอย่าถือสาคำกล่าวของเด็กเลยนะเจ้าคะ น้องสาวของข้าหลังจากที่นางได้พบท่านเย่ แม้แต่ท่านพ่อของข้าก็ยังมิอาจแตะต้องนางได้เช่นกันเจ้าค่ะ”

ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงได้ยินดังนั้นใบหน้าพลันเต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมา

เวลาผ่านไปชั่วอึดใจ

ขณะที่ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงเผชิญหน้ากับเย่ฉางชิง กลับรู้สึกเหมือนเคยรู้จักมาก่อนอย่างมิทราบสาเหตุ

……

……

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อเย่ฉางชิงบังเอิญเหลือบไปเห็นเจ้ามันเทศน้อยที่พบกันครั้งแรกก็คุยโวจะแต่งงานกับตน และเวลานี้กำลังวิ่งเข้ามาหาเขา

เขาก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ และรีบก้าวเข้าไปรับเจ้ามันเทศน้อยเข้าสู่อ้อมกอด

“ท่านเย่……ข้าคิดถึงท่านจังเลยเจ้าค่ะ”

เจ้ามันเทศน้อยกอดคอของเย่ฉางชิงเอาไว้แน่น พลางเอ่ยอย่างสะอึกสะอื้น

เย่ฉางชิงสบตากับสวี๋ฝู๋ที่กลั้นขำมิอยู่เล็กน้อย จากนั้นก็ลูบที่หลังของเจ้ามันเทศน้อยเบา ๆ พลางเอ่ยปลอบด้วยรอยยิ้มว่า “ในเมื่อคิดถึงข้า เช่นนั้นเจ้าก็มาหาข้าที่จวนเจ้าเมืองก็ได้นี่”

เจ้ามันเทศน้อยส่ายหน้าและเอ่ยว่า “ท่านพ่อมิให้ไปเจ้าค่ะ”

อู๋เยว่ผู้เป็นพี่สาวของเจ้ามันเทศน้อยรีบเดินเข้ามา ก่อนจะย่อตัวลงคำนับให้แก่เย่ฉางชิงและสวี๋ฝู๋ แล้วเอ่ยอธิบายว่า “ท่านเย่ พี่สวี๋ หลังจากที่เจ้ามันเทศน้อยได้พบกับท่านครั้งก่อนก็ร่ำร้องมิหยุด”

“สองวันมานี้เอาแต่งอแงจะมาพบท่านเย่ให้ได้ ท่านพ่อจึงได้ยอมอนุญาตให้ข้าพานางออกมา จากนั้นก็ได้ยินจากจวนเจ้าเมืองว่าพวกท่านเข้าฌานอยู่ ดังนั้นข้าเลยตัดสินใจพานางมาเดินที่นี่เจ้าค่ะ”

สวี๋ฝู๋หัวเราะออกมาอย่างมิใส่ใจ จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าของอู๋เยว่ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนว่า “น้องอู๋เยว่ ทหารจวนเจ้าเมืองมิรู้เรื่องรู้ราว เจ้าอย่าได้เก็บเอามาใส่ใจเลยนะ”

“สองวันมานี้ข้าฝึกฝนตามการชี้แนะของอาจารย์ แต่ก็ใช้เวลาแค่เพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น พวกเราสองครอบครัวสนิทสนมกันมานาน ทหารพวกนั้นจะเยี่ยงไรก็ควรพาเจ้าเข้าไปนั่งในจวน เหตุใดถึงขวางพวกเจ้าสองคนพี่น้องไว้นอกประตูได้”

“รอข้ากลับไป ข้าจะสั่งสอนแทนเจ้าเอง”

อู๋เยว่หัวเราะออกมา ก่อนจะส่ายหน้าน้อย ๆ

ทว่าในตอนนั้นเองจู่ ๆ ก็มีเสียงดังกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้นทางด้านหลังของอู๋เยว่

“ผู้น้อยหลี่ฉางหลิง วันนี้ตั้งใจมาขอประลองฝีมือกับท่านขอรับ”

ท่านบรรพบุรุษฉางหลิงที่สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ประสานมือคารวะ ขณะเอ่ยกับเย่ฉางชิง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน