ตอนที่ 699 หายนะกำลังจะเกิดขึ้น
ได้ยินดังนั้น จิตวิญญาณอาวุธหญิงก็เพ่งสมาธิ สองมือทำท่ามุทราอย่างรวดเร็ว
มินานระฆังนิรนามก็เหมือนสัมผัสได้
ลวดลายที่แน่นขนัดเปล่งแสงขึ้นมาในทันที และเปล่งแสงอันลุกโชนราวกับเปลวไฟออกมา สัญลักษณ์สีทองมากมายปรากฏขึ้น ราวกับฝนดาวตกล้อมรอบระฆังนิรนามเอาไว้
วินาทีนี้ระฆังนิรนามจึงดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง แผ่กลิ่นอายโบราณออกมา และปล่อยคลื่นแสงเป็นชั้น ๆ ออกไปโดยรอบอย่างต่อเนื่อง
จนเมื่อจิตวิญญาณอาวุธหญิงทำให้รอยประทับอันระยิบระยับสายแล้วสายเล่าผสานขึ้นไปบนตัวของระฆังนิรนาม
แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง !
ระฆังนิรนามก็ส่งเสียงดังสนั่นราวกับระฆังทองคำขนาดใหญ่ก็มิปาน กึกก้องไปทั่วดินแดนรกร้างแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง
เสียงอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังสนั่นหวั่นไหวนี้ ดังยาวนานต่อเนื่องอยู่ครึ่งก้านธูป
ด้านบนของระฆังนิรนามพลันเกิดลำแสงสีเลือดพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ที่ตระการตายิ่ง
ในตอนนั้นเอง รอยประทับสีเลือดที่แผ่ไอพลังอันน่ากลัวรอยหนึ่ง ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางการสั่นสะเทือนของความว่างเปล่า
“นี่ก็คือรอยประทับสัญญาที่ข้าและหลี่ฉางหลิงสร้างขึ้นมา ขอเพียงทำลายรอยประทับนี้ได้ก็จะสามารถตัดขาดกับหลี่ฉางหลิงได้เจ้าค่ะ”
จิตวิญญาณอาวุธหญิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและเอ่ยกับเย่ฉางชิง
แน่นอนว่าตอนที่นางอธิบายกลับมิได้บอกทุกอย่างจนหมด
เพราะเยี่ยงไรซะหลี่ฉางหลิงก็มีตบะบารมีระดับอมตะ เป็นผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนแห่งยุคนี้
หากฝืนทำลายรอยประทับสัญญานี่ หลี่ฉางหลิงจะต้องถูกครอบงำอย่างรุนแรง
กล่าวอีกนัยก็คือ การทำลายรอยประทับสัญญาจะต้องได้รับผลกรรม
แต่สิ่งที่เรียกว่าผลกรรมมีไว้สำหรับผู้อ่อนแอเท่านั้น
ทว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้า หลี่ฉางหลิงยังมิสามารถรับกระบี่ของเขาได้ นับประสาอันใดกับเรื่องผลกรรม ?
เย่ฉางชิงกวาดตามองสิ่งที่เรียกว่ารอยประทับสัญญา
รอยประทับสัญญามีรูปทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน และลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงอันเจิดจ้า ขณะเดียวกันก็แผ่ไอพลังอันเย็นเยียบที่น่าประหลาดออกมา
หลังจากพิจารณาอยู่สักพัก
เย่ฉางชิงก็ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นมา ที่ปลายนิ้วมีกระบี่แสงส่องระยิบระยับขึ้นมา
จากนั้นก็ค่อย ๆ ยกมือแตะไปที่รอยประทับสัญญา
วินาทีต่อมา
ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่แสงและรอยประทับสัญญาปะทะกัน
เปรี้ยง !
เสียงอันน่าสะพรึงกลัวและก้องกังวานเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
ก็พบว่ากระบี่แสงจากปลายนิ้วของเย่ฉางชิงได้ทะลวงผ่านรอยประทับสัญญาไปอย่างง่ายดาย ก่อนที่รอยประทับจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ราวกับกระจก และระเบิดออกในที่สุด
คลื่นพลังสีแดงสาดส่องออกไปไกลนับร้อยจั้งในพริบตา
จากนั้นรอยประทับสัญญาก็มลายหายไปอย่างรวดเร็ว
นี่ก็หมายความว่าระฆังนิรนามกับหลี่ฉางหลิงได้ตัดขาดจากกันอย่างสมบูรณ์แล้ว
เห็นดังนั้น เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามไปยังจิตวิญญาณอาวุธหญิง
จิตวิญญาณอาวุธหญิงจึงพยักหน้าและเอ่ยว่า “รอยประทับสัญญาถูกทำลายแล้ว ข้าและหลี่ฉางหลิงได้ตัดขาดจากกันอย่างสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้ต้องการเพียงเลือดหนึ่งหยดของนายท่าน และเคล็ดวิชาลับก็สามารถสร้างรอยประทับสัญญาใหม่ได้แล้วเจ้าค่ะ”
เย่ฉางชิงเหมือนยังมิได้ดึงสติกลับมา ใบหน้าหล่อเหลานั้นแม้จะยังคงเรียบนิ่ง แต่ก็อดมิได้ที่จะกะพริบตาปริบ ๆ
‘แค่นี้เองหรือ ? ’
‘ที่เรียกว่ารอยประทับเพียงเท่านี้ก็ทำลายได้แล้วงั้นหรือ ? ’
‘ข้ายังทันมิได้ออกแรงใด ๆ เลยด้วยซ้ำ ! ’
‘ก่อนหน้านี้จิตวิญญาณอาวุธอย่างเจ้าตั้งใจเอ่ยเกินจริงไปหรือเปล่า ? ’
‘แต่ก็ช่างเถอะ’
‘ตัวหลี่ฉางหลิงยังมิใช่คู่ต่อสู้ของข้า เช่นนั้นระฆังสัมฤทธิ์ที่เขาทิ้งเอาไว้ใบนี้จะสูงส่งไปกว่ากันได้เยี่ยงไร ? ’
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็หันไปทางสวี๋ฝู๋ที่ยืนอยู่มิไกลนัก พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มเรียบ ๆ ว่า “เสี่ยวสวี๋ เช่นนั้นก็รีบสร้างรอยประทับกับระฆังนิรนามเถอะ พวกเราจะได้รีบกลับไปเสียที”
สวี๋ฝู๋ชะงักงันไปสักพัก จากนั้นก็คำนับให้กับเย่ฉางชิงอย่างนอบน้อม
จิตวิญญาณอาวุธหญิงเองก็รีบหายตัวไปและปรากฏกายอีกครั้งตรงหน้าของสวี๋ฝู๋
“นายท่าน ข้าต้องการเลือดของท่านหนึ่งหยดเจ้าค่ะ”
“อืม ! ”
“นายท่าน ตอนนี้ข้าจะส่งเคล็ดวิชาลับให้กับท่าน ท่านใช้เคล็ดวิชาลับนี้สร้างรอยประทับสัญญา จากนั้นค่อยผสานเข้าไปบนระฆังนิรนามนะเจ้าคะ”
ไต้ลี่เวินนิ่งงัน ก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “ ท่านบรรพบุรุษ ศิษย์รับประกันได้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ แล้วขอรับ”
มุมปากของหลี่ฉางหลิงกระตุกน้อย ๆ พลางเอ่ยอย่างหมดความอดทนว่า “เช่นนั้นก็รีบเอ่ยมา”
ดวงตาของไต้ลี่เวินเปล่งประกายขึ้นมาทันที พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิดว่า “ท่านบรรพบุรุษ พิจารณาจิตใจที่ท่านเคยกล่าวก่อนหน้านี้ ศิษย์รู้แล้วว่าจะต้องทำเช่นไร นั่นก็คือศิษย์จะต้องเข้าไปในโลกมนุษย์ เพื่อค้นหาและสัมผัสจิตใจตั้งแต่การเริ่มต้นบำเพ็ญเพียรวิถีเซียนขอรับ”
หลี่ฉางหลิงมีท่าทางอ่อนลง ปลายตามองไต้ลี่เวินเล็กน้อยและเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ถามใจตนเองก็พอ จะมาถามข้าทำไมกัน”
เอ่ยถึงตรงนี้ หลี่ฉางหลิงก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า “แต่ตอนนี้เจ้ายังมิสามารถไปที่โลกมนุษย์ได้ เพราะหายนะกำลังจะเกิดขึ้น มิแน่แดนฉางหลิงรวมถึงแดนเซียนจื่อฉงก็อาจจะได้รับภัยพิบัติครั้งนี้ไปด้วย”
‘หายนะกำลังจะเกิดขึ้น ? ’
‘ภัยพิบัติ ? ’
‘ท่านบรรพบุรุษกำลังล้อข้าเล่นเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘เหตุใดข้ามิเห็นรู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เลยเล่า ? ’
ไต้ลี่เวินชะงักงัน ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางหยั่งเชิงว่า “ท่านบรรพบุรุษ ท่านกำลังล้อข้าเล่นอยู่ใช่หรือไม่ขอรับ ? ”
“ข้าเหมือนกำลังล้อเจ้าเล่นเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
หลี่ฉางหลิงหันไปเอ่ยกับไต้ลี่เวินด้วยท่าทางเคร่งเครียดอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน “เจ้ายังจำคำสั่งเจ้าแดนที่ส่งมาก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ ? ”
ดวงตาของไต้ลี่เวินเปล่งประกายขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยไปตามตรงว่า “ท่านบรรพบุรุษ ท่านหมายความว่า ท่านพบเจ้าหมอนั่นแล้วหรือขอรับ ? ”
หลี่ฉางหลิงไตร่ตรองอยู่สักพัก จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างระอาว่า “ข้ามิเพียงได้พบ แต่ยังประมือกับเขา……หลายร้อยรอบ”
“เพียงแต่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณผู้นี้พลังแข็งแกร่งยิ่งนัก ทั้งยังเหนือกว่าข้าอีกด้วย หากมิใช่เพราะข้าใช้ไพ่ไม้ตายสุดท้าย เกรงว่าวันนี้คงมิสามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้แล้ว”
ได้ยินดังนั้น ไต้ลี่เวินก็มีสีหน้ามิสู้ดีในทันที
คิดมิถึงว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แม้แต่ตบะบารมีของท่านบรรพบุรุษยังมิสามารถต่อกรได้
นี่ก็หมายความว่าทั่วทั้งแดนเซียนจื่อฉง คงมีเพียงเจ้าแดนเซียนในตำนานเท่านั้นที่จะสามารถสู้กับเขาได้
เช่นนั้นก็คงจะเป็นหายนะจริง ๆ !
ระหว่างที่ไต้ลี่เวินกำลังจะเอ่ยปากนั้น
เปรี้ยง !
บนท้องฟ้าพลันแตกออก และเกิดเป็นรอยแยกที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมาสายหนึ่ง
แสงสีแดงที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างทะลักออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าใส่หลี่ฉางหลิง……

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน