ตอนที่ 700 น่าเวทนา
เมื่อเห็นภาพเช่นนี้และสัมผัสได้ถึงไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ห่อหุ้มลำแสงสีแดงเอาไว้
ไต้ลี่เวินก็ถึงกับตะลึงงัน
มิใช่สิ !
เอ่ยให้ถูกก็คือ นี่เป็นสายฟ้าสีเลือดที่แฝงไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งสายหนึ่ง
“ท่านบรรพบุรุษ……”
ไต้ลี่เวินอ้าปากพะงาบ ๆ พลางชี้ไปบนฟ้าให้หลี่ฉางหลิงดูด้วยท่าทางอึกอัก
หลี่ฉางหลิงดวงตาเบิกโพลง ท่าทางเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
ก่อนหน้านี้มัวแต่รีบหนีมา อีกทั้งระฆังนิรนามยังถูกกฎของเขตแดนวิถีกระบี่สะกดเอาไว้ ดังนั้นจึงมิสามารถนำระฆังนิรนามกลับมาด้วยได้
บัดนี้เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าตนกับระฆังนิรนามถูกตัดขาดจากกันแล้ว
ก็หมายความว่ามีคนทำลายรอยประทับสัญญาที่เขาทิ้งเอาไว้บนระฆังนิรนาม เพื่อให้เขากับระฆังนิรนามตัดขาดจากกัน
เช่นนั้นเขาก็จะต้องถูกครอบงำเป็นแน่
และสายฟ้าสีเลือดนี้ก็เกิดจากพลังแห่งการครอบงำนั่นเอง
สงบจิตใจลง
หลี่ฉางหลิงสะบัดแขนครั้งหนึ่ง ใช้พลังที่มองมิเห็นซัดไต้ลี่เวินให้กระเด็นออกไป จากนั้นก็หายตัวถอยหลังไปไกลหลายสิบจั้งในทันที
เปรี้ยง !
ทันใดนั้นสายฟ้าสีเลือดที่เกิดจากพลังแห่งการครอบงำ พลันฟาดฟันลงมายังป่าท้อด้านหลังในทันที
เพียงเสี้ยววินาที เสียงอันน่าสะพรึงกลัวก็สนั่นหวั่นไหวจนก้องไปทั่วบริเวณ
เมฆรูปเห็ดที่ดูตระการตาก็พลุ่งพล่านขึ้นมา ก่อนพุ่งขึ้นด้านบน
ส่วนป่าท้อที่เขียวชอุ่ม
แม้หลี่ฉางหลิงจะวางค่ายกลโบราณเอาไว้เองกับมือเพื่อปกป้องที่นี่ ทว่าเมื่อเจอกับสายฟ้าสีเลือดสายนี้ก็พังทลายลงแทบจะในพริบตา
ดังนั้นเพียงแค่เสี้ยววินาที ต้นท้อนับพันต้นที่อยู่มานับหมื่นปีในป่าท้อแห่งนี้ก็กลายเป็นเถ้าธุลีภายในพริบตา
เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น
หลี่ฉางหลิงก็รู้สึกเหมือนมีเลือดหลั่งรินอยู่ภายในใจ
เพราะต้นท้อทุกต้นในป่าท้อแห่งนี้ เขาล้วนปลูกและดูแลมากับมือโดยมิใช้พลังปราณใด ๆ จนป่าท้ออุดมสมบูรณ์อย่างที่เห็นทุกวันนี้
ทว่าสุดท้ายเพียงแค่เสี้ยววินาที เขากลับมิเหลืออันใดเลย
“กล้าทำลายป่าท้อของข้า วันนี้ข้าจะดูสิว่าพลังแห่งการครอบงำนี้จะร้ายกาจเพียงใด ! ”
หลี่ฉางหลิงคำรามเสียงดังลั่น พลังปราณมหาศาลรอบกายพลันปะทุขึ้น ขณะเดียวกันก็มีนิมิตเกิดขึ้นมากมาย
มิเพียงเท่านั้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้าสีเลือดที่ทรงพลัง
เขาก็นำเคล็ดวิชาลับที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมาใช้ทันทีโดยมิลังเล
เคล็ดเด็ดดารา !
เพียงเสี้ยววินาที ร่างสีทองที่มีขนาดใหญ่ราวกับเขาลูกหนึ่งก็พุ่งขึ้นมาทำลายความว่างเปล่าเป็นวงกว้าง แผ่ไอพลังมหาศาลและปรากฏอยู่ด้านหลังของหลี่ฉางหลิง
ขณะที่สายฟ้าสีเลือดสายนั้นพุ่งขึ้นมาจากฝุ่นควันอีกครั้ง
หลี่ฉางหลิงที่หลับตาสนิทก็เพ่งสมาธิ ร่างสีทองอันสูงใหญ่ไร้ที่เปรียบก็ยื่นมือข้างหนึ่งออกมาและจับสายฟ้าสีเลือดเอาไว้
มือข้างนั้นจับสายฟ้าเอาไว้แน่น ไอพลังอันน่ากลัวแผ่ออกมา ทำลายความว่างเปล่าโดยรอบ ก่อนทำลายสายฟ้าสีเลือดลงในพริบตา
“สายฟ้าสีเลือดที่เกิดจากพลังแห่งการครอบงำก็แค่นี้เองหรอกหรือ ! ”
หลี่ฉางหลิงหัวเราะเสียงเย็น ใบหน้าหล่อเหลาเผยสีหน้าดูแคลนออกมา
ทว่ามินานอารมณ์ของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ระฆังนิรนามแม้ว่าจะเป็นสุดยอดของวิเศษที่เกือบจะเป็นสมบัติวิญญาณ ทว่าเคล็ดเด็ดดารานี้เป็นไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาแล้ว
บนเขตแดนรกร้างกระบี่นั้นของเย่ฉางชิงแม้ว่าจะน่ากลัวและพิสดารยิ่ง แต่หากเขาฝืนใช้เคล็ดเด็ดดารามิแน่ว่าอาจรับกระบี่แสงนั้นได้ ก็เป็นได้
‘ประมาทเกินไปแล้ว ! ’
‘หากให้โอกาสข้าอีกครั้ง’
‘ข้ามั่นใจถึงเจ็ดแปดส่วนว่าจะสามารถรับกระบี่แสงสายนั้นได้’
ผ่านไปมิกี่อึดใจ
ขณะไต้ลี่เวินเข้ามาหาอีกครั้ง และหลี่ฉางหลิงคิดว่าพลังแห่งการครอบงำได้หายไปแล้วนั้น
เปรี้ยง !
ตู้ม !
ตู้ม……
ครั้งนี้เมื่อเผชิญหน้ากับสายฟ้าสีเลือดนับร้อยสาย
หลี่ฉางหลิงจึงมิได้ลงมืออีก เพียงแค่เพ่งสมาธิทำให้ร่างสีทองที่มีขนาดสูงใหญ่ทางด้านหลังตั้งท่าป้องกันเท่านั้น
แขนอันแข็งแรงทั้งสองข้างกอดอกเอาไว้ งอตัวลง เป็นท่าที่ใช้ร่างกายรับการโจมตี แต่ใบหน้าจะโดนทำลายมิได้เด็ดขาด
ทว่าสายฟ้าสีเลือดที่เต็มไปด้วยพลังอันน่ากลัวมากมายเหล่านั้น ก็ฟาดฟันเข้าใส่ร่างสีทองอย่างต่อเนื่องแทบจะพร้อมกัน
เสียงอึกกระทึกกึกก้องดังขึ้นมิหยุด
คลื่นพลังอันรุนแรงไร้ที่เปรียบพุ่งทะยาน……
เวลามิถึงหนึ่งเคอ ร่างสีทองก็เริ่มปริแตก
ส่วนหุบเขาดอกท้อที่หลี่ฉางหลิงยืนอยู่ รวมถึงรัศมีร้อยลี้รอบบริเวณนั้นแทบจะราบเป็นหน้ากลอง
เปรี้ยง !
หลังจากเสียงดังสนั่นหวั่นไหวสงบลงแล้ว
ร่างสีทองก็พังทลายลงในพริบตา สายฟ้าสีเลือดที่เหลือก็เริ่มฟาดฟันเข้าใส่กายเนื้อของหลี่ฉางหลิงอย่างต่อเนื่อง
ในตอนแรกแม้สายฟ้าสีเลือดจะโจมตีลงบนไอเซียนป้องกันกายของหลี่ฉางหลิง ทว่าก็ทำให้เสื้อของเขาฉีกขาดออกได้
เขาฝืนความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทั่วร่าง และกลั้นเสียงร้องเอาไว้
แต่เมื่อสายฟ้าสีเลือดโจมตีมิหยุด และไอเซียนป้องกันกายสลายหายไป กายเนื้อของเขาก็มีเลือดสาดกระเซ็นขึ้นมิหยุด
ในที่สุดเขาก็ทนมิไหวอีกต่อไปและได้กรีดร้องออกมา
“อ๊ากกกกก……”
เลือดสีแดงฉานจำนวนมากกระเซ็นออกมา แทบจะปกคลุมร่างของหลี่ฉางหลิงเอาไว้
หลี่ฉางหลิงเจ็บปวดรวดร้าว ถึงขนาดส่งเสียงร้องอันน่าอนาถออกมา จนดังก้องไปทั่วบริเวณมิหยุดหย่อน……
เป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปครึ่งก้านธูป
เมื่อสายฟ้าสีเลือดเส้นสุดท้ายฟาดฟันเข้าใส่ร่างของหลี่ฉางหลิงอีกครั้ง ทำให้หลี่ฉางหลิงที่โชกไปด้วยเลือดสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะร่วงลงไปด้านล่าง
ภาพเช่นนี้ช่างน่าเวทนายิ่งนัก !

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน