ตอนที่ 701 อยู่ที่แดนฉางหลิง
ตู้ม !
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ฝุ่นควันจำนวนมหึมาปะทุขึ้น มินานก็กลบหลี่ฉางหลิงที่โชกไปด้วยเลือดเอาไว้
ห่างออกไปหลายร้อยลี้
ไต้ลี่เวินที่เห็นทุกสิ่งกับตาตนเอง เวลานี้ได้แต่ยืนดวงตาเบิกโพลง สีหน้าซีดเผือด รู้สึกราวกับจิตวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง
‘โหดเหี้ยม ! ’
‘ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก ! ’
‘ท่านนี้เป็นถึงบรรพบุรุษฉางหลิงผู้เป็นหนึ่งในแปดผู้อมตะของดินแดนเซียนจื่อฉง’
‘วันนี้กลับได้รับบาดเจ็บหนักเพียงนี้ ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก’
“คงจะจบลงแล้วกระมัง ? ”
ไต้ลี่เวินเอ่ยพึมพำเบา ๆ ใบหน้าแฝงไว้ด้วยความสงสัย
‘สายฟ้าสีเลือดที่น่ากลัวเช่นนี้ โชคดีที่เป็นท่านบรรพบุรุษฉางหลิง’
‘หากเป็นข้าล่ะก็คาดว่าสายฟ้าสีเลือดเพียงสายเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้ข้าบาดเจ็บหนักได้แล้ว’
ดังนั้นเขาต้องมั่นใจก่อนว่าสายฟ้าสีเลือดจะมิฟาดลงมาอีก ก่อนจะค่อย ๆ เข้าไปดูอาการหลี่ฉางหลิง
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป
เมื่อเห็นว่ามิมีวี่แววว่าสายฟ้าสีเลือดจะฟาดลงมาอีก
ไต้ลี่เวินจึงถอนหายใจหนัก ๆ ออกมา จากนั้นจึงแปลงกายเป็นลำแสงเหาะไปทางที่หลี่ฉางหลิงตกลงไปก่อนหน้านี้
“ท่านบรรพบุรุษ ท่านบรรพบุรุษ……”
และขุดหลี่ฉางหลิงออกมาจากใต้ดิน
เมื่อเห็นหลี่ฉางหลิงมีหน้าตาเปลี่ยนไป และดูน่าอนาถเป็นอย่างยิ่ง
ไต้ลี่เวินก็ขอบตาแดงก่ำ ก่อนส่งเสียงร้องอันน่าเวทนาออกมา
เพี๊ยะ !
ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดข้างหนึ่ง ตบไปที่ศีรษะของไต้ลี่เวินโดยมิบอกมิกล่าว
จากนั้นหลี่ฉางหลิงที่ทั้งร่างโชกไปด้วยเลือดก็เริ่มขยับน้อย ๆ คราบเลือดบนร่างพลันหายไป
“ในที่สุด……ก็ผ่านพ้นไปแล้วงั้นหรือ ? ”
หลี่ฉางหลิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าซีดขาวเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า พร้อมปรายตามองไปยังไต้ลี่เวิน พลางถามออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ท่านบรรพบุรุษ ผ่านไปแล้วขอรับ มันจบลงแล้วขอรับ”
ไต้ลี่เวินเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มยินดี
เพี๊ยะ !
ยังมิทันสิ้นเสียงของไต้ลี่เวิน
หลังมือของหลี่ฉางหลิงก็ตวัดลงบนใบหน้าของไต้ลี่เวินอย่างแรง
ไต้ลี่เวินชะงักงัน ก่อนจะเอ่ยถามอย่างมิเข้าใจ “ท่านบรรพบุรุษ ท่านตบข้าทำไมขอรับ ? ”
หลี่ฉางหลิงเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะใช้หลังมือก็ตบลงบนใบหน้าของไต้ลี่เวินอย่างแรงอีกครั้ง
มุมปากไต้ลี่เวินมุมกระตุกเบา ๆ พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง “ท่านบรรพบุรุษ ท่านหมายความว่าเยี่ยงไรขอรับ ? ”
หลี่ฉางหลิงใช้ฝ่ามือตบลงที่หน้าของไต้ลี่เวินอีกครั้งโดยมิได้ตอบคำถาม
ทว่าครั้งนี้ไต้ลี่เวินกลับมิปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจได้อีก พร้อมยื่นมือไปจับข้อมือของหลี่ฉางหลิงเอาไว้ แล้วเอ่ยขึ้นว่า “ท่านบรรพบุรุษ ท่านบาดเจ็บสาหัสอยู่ แต่กลับเอาแต่ทุบตีศิษย์เช่นนี้ มิกลัวศิษย์จะเอาคืนหรือขอรับ ? ”
ในที่สุดหลี่ฉางหลิงก็ปริปากเอ่ยออกมาว่า “ไสหัวไป”
ไต้ลี่เวินนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นยืนและแปลงกายเป็นลำแสงจากไปอย่างรวดเร็ว
เห็นดังนั้นหลี่ฉางหลิงก็ถอนหายใจที่ปนกลิ่นอายเลือดออกมา
ตั้งแต่ที่เขาเริ่มบำเพ็ญเพียรมา ก็คิดว่ารูปลักษณ์ของตนเป็นปมด้อยมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงระดับที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ได้ดังใจนึก ในที่สุดเขาก็กลับมามีความมั่นใจในตนเอง
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้นเขาก็ยังยอมมิได้ ที่จะให้ผู้อื่นมาเห็นสภาพของตนเองตกต่ำเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับอมตะอีกด้วย
ก่อนหน้านี้เขาส่งสัญญาณให้ไต้ลี่เวินหนีไปอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเจ้าคนที่ไร้ไหวพริบ กลับยืนนิ่งเป็นท่อนไม้
สุดท้ายหลังจากพลังแห่งการครอบงำหายไปแล้ว ก็ยังจะเข้ามาดูอีก
นี่มิเท่ากับรนหาที่อยากโดนตบเยี่ยงนั้นหรือ ?
ต้องบอกว่าหลังจากได้รับบาดเจ็บหนักที่หุบเขาดอกท้อ มิเพียงมิส่งผลกระทบต่อระดับจิตใจของหลี่ฉางหลิงแล้ว แต่กลับทำให้ระดับจิตใจของเขาบรรลุขึ้นอีกด้วย
อีกทั้งระดับเช่นเขา ขอเพียงระดับจิตใจเกิดการบรรลุ เช่นนั้นตบะบารมีย่อมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องประสบเมื่อหลายวันก่อน จึงนับว่ามีความโชคดีที่ซ่อนอยู่ในความโชคร้าย
แต่เขาก็ยังเข้าใจความจริงข้อหนึ่งเป็นอย่างดีว่า ตนเองในเวลานี้ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของเย่ฉางชิง
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจวางแผนใหม่ โดยส่งข่าวเรื่องมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณให้ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะคนอื่น ๆ ได้รู้
จากนั้นหลี่ฉางหลิงก็ได้แวบมาปรากฏที่ใจกลางของตำหนัก ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเอาหยกวิญญาณที่ดูธรรมดาและแกะสลักสัญลักษณ์เอาไว้มากมายชิ้นหนึ่งออกมา หยกชิ้นนั้นมีแสงพวยพุ่งออกมาขณะลอยอยู่กลางอากาศ
ผ่านไปชั่วอึดใจ
หลังจากที่หลี่ฉางหลิงผสานรอยตราเข้าไปในหยกวิญญาณแล้ว ก็มีม่านแสงปรากฏขึ้นตรงด้านหน้าเขาทันที
“ทุกท่าน ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษา”
คำกล่าวของหลี่ฉางหลิงราวกับเสียงแห่งมหามรรคาก็มิปาน ก่อนจะดังขึ้นภายในแดนต้องห้ามของเขตแดนอื่น ๆ ในแดนเซียนจื่อฉงอย่างรวดเร็ว
จากนั้นมินาน
“พี่หลี่ มีเรื่องดีอันใดงั้นหรือ ถึงได้คิดถึงคนแก่เยี่ยงพวกเราขึ้นมา ? ”
“พี่หลี่ คงมิใช่ว่าในที่สุดเจ้าก็หาคู่บำเพ็ญเพียรที่งดงามไร้ที่เปรียบเจอ จึงมาเชิญพวกเราให้ไปร่วมงานเลี้ยงหรอกกระมัง ? ”
“ทุกท่านอย่ามัวแต่ล้อเล่นกันอยู่เลย ทุกครั้งที่เปิดหินวิญญาณเวหาต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก พี่ฉางหลิงถึงกับใช้วิธีนี้ติดต่อพวกเรา ย่อมจะต้องมีเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน”
“หรือว่า……หรือว่าพบร่องรอยของมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณผู้นั้นแล้วเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
“เฮ้อ ! เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา ข้าอยากจะอัดคนจริง ๆ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หยุนคุนของข้าแทบจะส่งคนออกไปหมดทั้งสำนัก แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังมิพบร่องรอยใด ๆ เลย”
“พี่หยุนคุน อย่าว่าแต่ท่านเลย ข้าเองก็รู้สึกว่าคำสั่งที่ท่านเจ้าแดนสั่งมาครั้งนี้มิชอบมาพากลเช่นกัน”
“คำสั่งคงมิมีปัญหาอันใด เพียงแต่แดนเซียนจื่อฉงกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด การจะตามหามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณให้เจอไหนเลยจะเป็นเรื่องง่าย”
“เฒ่าซ่ง ทางเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง ? ”
“เฮ้อ ข้าเองก็มิมีข่าวคราวเช่นกัน หลายวันมานี้ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะเปิดหยกวิญญาณเวหาเพื่อติดต่อพวกเจ้าดีหรือไม่”
“จริงสิน้องฉางหลิง ที่แดนฉางหลิงของเจ้าเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ? ”
“ทุกท่าน วันนี้ที่ข้าเปิดใช้หยกวิญญาณเวหา ก็เพื่อจะบอกพวกท่านว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้นอยู่ที่แดนฉางหลิง”
“ว่าเยี่ยงไรนะ ? ! ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน