ตอนที่ 702 ซ่งเซียนเฟิงผู้มาถึงก่อนใคร
หลังจากเหล่าผู้อมตะคนอื่น ๆ ได้รู้ว่ามารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้นอยู่ที่แดนฉางหลิง
ทันใดนั้นทุกคนต่างก็ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
ส่วนเป้าหมายของหลี่ฉางหลิงก็มิมีอันใดมาก นั่นก็คือรวบรวมผู้แข็งแกร่งทั้งหมดของแดนเซียนจื่อฉงให้ไปจัดการกับเย่ฉางชิงที่เมืองเหอซี
ทว่าเมื่อทุกคนได้ยินว่าหลี่ฉางหลิงสู้กับมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้สามร้อยกระบวนท่า แต่สุดท้ายก็ยังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จึงเริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมา
พวกเขาต่างรู้ดีว่าหลี่ฉางหลิงผู้นี้เป็นคนห่วงหน้าตา
แม้จะบอกว่าสามร้อยกระบวนท่า แต่คาดว่าที่จริงแล้วคงแพ้ภายในร้อยกระบวนท่าเท่านั้น
จะเห็นได้ว่าพลังของมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณผู้นี้จะต้องมิธรรมดาอย่างแน่นอน
ดังนั้นพวกเขาต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ
หากมิสามารถเอาชนะมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้ได้ และมันเกิดหนีไปได้แล้วบุกเข้าไปที่ดินแดนของพวกเขา รอคอยหาโอกาสแก้แค้น เช่นนั้นวันหน้าพวกเขาจะต้องอยู่กันอย่างมิเป็นสุขแน่นอน
หรือหากอีกฝ่ายบุกเข้ามาภายในดินแดนที่พวกเขาปกครองและสังหารผู้คน ถึงตอนนั้นใครจะสามารถช่วยได้ ?
แต่เนื่องจากมินานมานี้ท่านเจ้าแดนได้มีคำสั่งลงมา
หากมิทำตามคำสั่งแล้วเกิดมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้หนีไปได้ พวกเขาจะต้องถูกลงโทษเป็นแน่
ดังนั้นผู้อมตะที่เหลืออีกเจ็ดคนคงจะมาที่นี่ทุกคน เพียงแต่จะมาเมื่อใดและผู้แข็งแกร่งที่พามาจะมากน้อยเพียงใดนั้นยังมิสามารถยืนยันได้
เพียงพริบตา เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
นอกตำหนักโบราณมีเสียงชราเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ท่านบรรพบุรุษขอรับ ค่ายกลห้วงเวลาที่ปิดผนึกมานานมีความเคลื่อนไหว ดูเหมือนจะมีคนมาขอรับ”
สิ้นเสียง หลี่ฉางหลิงก็แวบหายตัวไปยังด้านนอกตำหนักโบราณทันที
เขากวาดตามองเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ย สุดท้ายก็เบนสายตาไปยังไต้ลี่เวินที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้าบันไดหยก
“ไต้ลี่เวิน เจ้ารู้ความผิดของตนเองหรือยัง ? ”
หลี่ฉางหลิงนิ่งเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยถามออกมาเรียบ ๆ
ไต้ลี่เวินสะดุ้งเล็กน้อย พลางก้มหน้าและเอ่ยว่า “ศิษย์ผิดไปแล้วขอรับ”
แม้เขาจะมิรู้ว่าตนเองทำสิ่งใดผิดกันแน่ แต่ในเมื่อท่านบรรพบุรุษเอ่ยเช่นนี้ เขาย่อมมิกล้าที่จะเถียง และทำได้เพียงยอมรับอย่างเงียบ ๆ
หลี่ฉางหลิงพยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้ายอมรับผิดแล้ว เช่นนั้นข้าขอสั่งให้เจ้าไปทำงานอย่างหนึ่ง”
ไต้ลี่เวินก้มหน้าและเอ่ยด้วยเสียงจริงจังว่า “คำสั่งของท่านบรรพบุรุษ ศิษย์จะทำสุดความสามารถแม้ตายก็มิเสียดายขอรับ”
หลี่ฉางหลิงเองก็มิอารัมภบทใด ๆ พร้อมเอ่ยเข้าประเด็นว่า “ไต้ลี่เวินรับคำสั่ง ! ”
“ข้าขอสั่งให้เจ้าพาศิษย์ระดับสุขาวดีขึ้นไปจำนวน 500 คนไปที่เมืองเหอซี แต่พวกเจ้าห้ามก้าวเข้าไปในเมืองเหอซีเด็ดขาด ให้รออยู่รอบนอกเมืองเหอซีเท่านั้น”
“และสิ่งที่พวกเจ้าต้องทำก็คือ วางค่ายกลสังหารและค่ายกลผนึกต่าง ๆ ที่ด้านนอกเมืองเหอซี และเพิ่มระเบิดหยวนจิงเพื่อป้องกันคนหนีออกจากเมืองเหอซีด้วย”
สิ้นเสียง ไต้ลี่เวินก็เอ่ยด้วยเสียงอันดังว่า “ศิษย์น้อมรับคำสั่ง ! ”
หลี่ฉางหลิงมิเอ่ยอันใดอีก ก่อนจะมองไปทางเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดที่เหลือ แล้วเอ่ยด้วยท่าทางจริงจังว่า “ผู้อมตะอีกเจ็ดท่านของแดนเซียนจื่อฉงและผู้แข็งแกร่งมากมายได้เดินทางมาผ่านค่ายกลห้วงเวลา พวกเจ้าตามข้าไปต้อนรับพวกเขา”
“ขอรับ ! ”
ผู้เฒ่าที่มีผมและหนวดขาวโพลน ใบหน้าซูบผอมหลายคนต่างขานรับทันที
จากนั้นวินาทีที่หลี่ฉางหลิงแวบหายตัวไป
พวกเขาก็ทยอยเหาะขึ้นฟ้า แปลงกายเป็นลำแสงในทันที
หลังจากที่พวกเขาทยอยจากไปแล้ว
ไต้ลี่เวินก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
เขามองไปทางที่ทุกคนจากไปแล้ว ก็อดมิได้ที่จะเผยท่าทางเคร่งเครียดออกมา
ท่านบรรพบุรุษให้เขาพาศิษย์ระดับสุขาวดีขึ้นไป 500 คนไปที่เมืองเหอซี บัดนี้ยังมีผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะทั้งเจ็ดมาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เสวียนเชวี่ยอีก
เห็นได้ชัดว่าท่านบรรพบุรุษกำลังเตรียมร่วมมือกับผู้แข็งแกร่งต่อกรกับผู้สูงส่งที่เมืองเหอซีผู้นั้น
และการที่ให้เขาพาคนไปวางค่ายกลสังหารและค่ายกลผนึกเวหา เห็นได้ชัดว่าต้องการใช้เขาเป็นโล่กำบัง


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน