ตอนที่ 711 เงื่อนไขของบุรุษชุดดำ
บุรุษชุดดำโยนม้วนหนังสัตว์ออกไปอย่างแรง
ขณะเดียวกันก็สะบัดแขน พลังปราณจำนวนมหาศาลกลุ่มหนึ่งแผ่ออก และค่อย ๆ คลี่ม้วนหนังสัตว์ออกมา
ผู้อาวุโสหมิงเติงหรี่ตาลง และมองไปบนม้วนหนังสัตว์ที่คุ้นเคย ทว่าภาพวาดบนนั้นกลับเลือนราง
‘มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้น ! ’
‘มีปัญหาอันใดเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
ผู้อาวุโสหมิงเติงขมวดคิ้ว และมองไปยังบุรุษชุดดำที่มีท่าทางเย็นชา
“ท่านมีข้อสงสัยอันใดเกี่ยวกับภาพวาดนี้เยี่ยงนั้นหรือ”
ผู้อาวุโสหมิงเติงเอ่ยถามหยั่งเชิง พร้อมด้วยสีหน้าสงสัย
“ข้อสงสัยอันใด ? ”
บุรุษชุดดำแค่นเสียงเย็น พลางเอ่ยอย่างดูแคลนว่า “ผู้ที่อยู่บนภาพวาดเป็นนายท่านของข้า และเป็นผู้ที่พวกเจ้ามิสามารถที่จะจินตนาการได้ แต่พวกเจ้ากลับมองเขาเป็นพวกมาร ยิ่งไปกว่านั้นยังคิดที่จะกำจัดเขาอีกด้วย”
“ที่ผ่านมานายท่านเป็นคนที่รักความสงบ มิชอบคิดเล็กคิดน้อยกับมดปลวกอย่างพวกเจ้า แต่นั่นมิได้หมายความว่าข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป”
‘นายท่าน ? ’
เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนี้
มิเพียงแค่เหล่าผู้อาวุโสสูงสุดระดับจักรพรรดิเซียนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อที่นิ่งค้าง แม้แต่ผู้อาวุโสหมิงเติงเองก็ตกตะลึงไปเช่นกัน
นายท่านที่บุรุษชุดดำเอ่ยออกมานั้น ปรากฏบนคำสั่งที่ท่านเจ้าแดนสั่งการลงมา
‘หรือครั้งนี้ท่านเจ้าแดนจะเข้าใจคนผู้นี้ผิด ? ’
‘อีกอย่างบุรุษชุดดำก็ยังเก่งกาจถึงเพียงนี้ สามารถบีบพวกเขาจนจำต้องใช้ค่ายกลสังหารคุกเจ็ดตำหนักที่สืบทอดมาช้านาน’
‘ทว่าแม้จะเปิดใช้ค่ายกลสังหารคุกเจ็ดตำหนัก ก็ยังสามารถสู้ได้แค่เพียงกระดานหมากในมือของบุรุษชุดดำเท่านั้น’
‘เช่นนั้นนายท่านที่บุรุษชุดดำเอ่ยถึง หรือก็คือมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนี้จะน่ากลัวเพียงใดกัน’
คิดถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสหมิงเติงกลับมีท่าทีโมโหขึ้นมา
คิดว่าเป็นเพราะท่านเจ้าแดนที่เป็นคนหาเรื่องมาให้แก่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อของพวกเขา
หากมิใช่เพราะท่านเจ้าแดนออกคำสั่งเช่นนี้ลงมา และยังสั่งให้พวกเขาออกตามหาคนผู้นี้ ไหนเลยบุรุษชุดดำผู้นี้จะมาสังหารผู้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อของพวกเขา ?
ทว่าเพียงมินานผู้อาวุโสหมิงเติงก็เหมือนคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ทำให้จู่ ๆ อารมณ์ก็สงบลง
ก่อนหน้านี้เขาอาศัยหยกวิญญาณเวหาตามคนมาช่วยเสริมทัพ เพื่อร่วมมือกันจัดการกับบุรุษชุดดำผู้นี้
ทว่าผู้แข็งแกร่งระดับอมตะที่เหลือกลับร่วมมือกันเตรียมต่อกรกับนายท่านของบุรุษชุดดำ
ตอนนี้ดูเหมือนว่าต่อให้ผู้แข็งแกร่งระดับอมตะ 7 คนร่วมมือกัน ก็มิแน่ว่าจะสามารถเอาชนะนายท่านของบุรุษชุดดำผู้นี้ได้
ในทางกลับกันหากพวกเขาไปล่วงเกินนายท่านของบุรุษชุดดำเข้าล่ะก็ เชื่อว่าจะต้องเจอกับความเกรี้ยวกราดของคนผู้นี้อย่างแน่นอน
‘เยี่ยม ! ’
‘ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ! ’
‘ในเมื่อพวกเจ้ามิยอมมาช่วยข้า เช่นนั้นข้าก็จะมิบอกความลับนี้ให้พวกเจ้าได้รู้’
‘รอเมื่อนายท่านของบุรุษชุดดำเกรี้ยวกราดขึ้นมา จากนั้นข้าค่อยไปที่แดนฉางหลิง เพื่อดูสภาพที่น่าเวทนาของพวกเจ้า’
มิกี่อึดใจต่อมา
บุรุษชุดดำก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “พวกเจ้าจงฟังให้ดี หากวางมือซะตั้งแต่ตอนนี้ ข้าจะให้โอกาสดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อของพวกเจ้ามีชีวิตรอดสักครั้ง”
“มิเช่นนั้นหากข้าทำลายค่ายกลนี้ได้ ถึงตอนนั้นมิเพียงจะทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อของพวกเจ้าให้สิ้นซากแล้ว ข้ายังจะทำให้ทั่วทั้งแดนหมิงเจ๋อกลายเป็นดินแดนคนตาย แม้แต่สุนัขสักตัวก็จะมิมีเหลือ”
ต้องยอมรับว่า ตลอดทางที่เขาไล่เข่นฆ่าสรรพสิ่งจนมาถึงที่นี่ พลังที่บุรุษชุดดำใช้ไปเรียกได้ว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หากมิใช่เพราะก่อนหน้านี้หลังจากที่ผ่านประตูโลกาเข้ามา บังเอิญไปโผล่ยังรอบ ๆ แดนเทพวาสนาแห่งหนึ่ง
และได้น้ำอมฤตที่หายากยิ่งหยดหนึ่งมาด้วยความยากลำบาก จนทำให้ร่างเดิมได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งแล้วล่ะก็
“ส่วนเรื่องภาพวาดนายท่านของท่านนั้น ข้าเองก็ได้รับคำสั่งมาจากท่านเจ้าแดน หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็ ผู้อมตะอีกเจ็ดคนของแดนเซียนจื่อฉงก็คงได้ภาพนี้ไปเหมือนกัน”
“อีกทั้งเมื่อครู่นี้เพราะข้ามิได้ไปที่แดนฉางหลิง เพื่อร่วมมือกับพวกเขาต่อกรกับนายท่านของท่านจึงทำให้ถูกซักถาม ดังนั้นท่านมิจำเป็นต้องสงสัยว่าคำกล่าวของข้าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”
ทันใดนั้น บุรุษชุดดำก็จมดิ่งอยู่กับความคิดของตนเองทันที
ทว่ารอบกายของเขากับอบอวลไปด้วยแสงสีขาวดำ และระเบิดไอสังหาร ไอปีศาจ อันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่มิเคยมีมาก่อนออกมา
กระดานหมากเก่าแก่ที่ลอยวนอยู่ข้างกายของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมา พร้อมแผ่ไอพลังอันน่ากลัวยิ่ง
‘ผู้แข็งแกร่งระดับอมตะ 7 คน ! ’
‘จักรพรรดิเซียนนับร้อย ! ’
‘เวลานี้นายท่านยังมิได้ปลดผนึกตบะบารมีและความทรงจำทั้งหมด จะสามารถรับมือกับผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนมากมายเช่นนี้ได้จริงหรือ ? ’
คิดถึงตรงนี้ บุรุษชุดดำก็อดมิได้ที่จะเป็นกังวลขึ้นมา
“ตกลง ! ”
บุรุษชุดดำนิ่งเงียบอยู่สักพัก จึงได้เอ่ยออกมาว่า “ข้าจะปล่อยดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อ รวมทั้งสรรพสิ่งทั้งหมดของแดนหมิงเจ๋อไปก็ได้ แต่ข้ามีข้อแม้อย่างหนึ่ง”
เมื่อเห็นว่ามีโอกาส
ผู้อาวุโสหมิงเติงก็รู้สึกดีใจขึ้นมา พลางเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็วว่า “เชิญกล่าวมาได้เลย”
บุรุษชุดดำจึงเอ่ยเข้าประเด็นทันทีว่า “หากข้าเดามิผิดแล้วล่ะก็ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อของเจ้าคงมีค่ายกลห้วงเวลาอยู่ใช่หรือไม่”
ผู้อาวุโสหมิงเติงจึงตอบกลับทันควันว่า “มีขอรับ ขอเพียงท่านมิทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมิงเจ๋อ ข้าจะสั่งให้คนเปิดค่ายกลห้วงเวลาให้กับท่าน”
“เงื่อนไขของข้าก็คือ เจ้าต้องเดินทางไปแดนฉางหลิงด้วยค่ายกลห้วงเวลาพร้อมกับข้า”
บุรุษชุดดำจ้องตาผู้อาวุโสหมิงเติงแล้วเอ่ยว่า “เจ้าวางใจ ตอนนี้ข้าจะยังมิทำอันใดเจ้า”
“และหากนายท่านอยู่ที่เมืองฉางหลิงจริง เหมือนอย่างที่เจ้ากล่าวเอาไว้ ข้าจะปล่อยให้เจ้าจากไปสักครั้ง แต่หากข้ามิเจอนายท่าน เจ้าคงรู้ดีว่าผลที่ตามมาจะเป็นเช่นไร”
“เอ่อ……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน