เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 713

ตอนที่ 713 เขาเป็นพี่น้องของข้าสงเอ้อผู้นี้ !

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป

ขณะที่พวกเย่ฉางชิงยังนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่บนชั้นสูงสุดของหอคอยที่ตั้งอยู่ตรงกลาง

เสียงอันก้องกังวานเสียงหนึ่ง ก็ดังขึ้นราวกับเสียงอสนีบาต แผ่พลานุภาพอันมหาศาล มาจากทางทิศใต้ของเมือง

“มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณ พวกข้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรอมตะแห่งแดนเซียนจื่อฉงแห่งนี้”

“วันนี้ได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าแดน ให้มาจัดการกับเจ้า……”

ยังมิทันสิ้นเสียง ทั่วทั้งเมืองเหอซีจู่ ๆ ก็ตกอยู่ในความเงียบ

ก่อนที่จะเกิดความโกลาหลขึ้นมาในพริบตา

“มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณ ? ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะ ? ”

“นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ เหตุใดผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะถึงมาที่เมืองเหอซีได้ ? ”

“เจ้าโง่ เจ้ามิมีสมองหรือเยี่ยงไร ? เขาก็บอกอยู่ว่าผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะมาเพราะจะจัดการกับมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณ”

“แต่เผ่าจิ้งหรีดโบราณนี่คือเผ่าอันใดกัน เพียงแค่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนเดียวถึงกับต้องให้ผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะมาจัดการด้วยตนเองเชียวหรือ ? ”

“จริงด้วย มิเคยได้ยินชื่อเผ่าจิ้งหรีดโบราณมาก่อน แสดงว่าต้องเป็นเผ่าที่พวกเราคาดมิถึงอย่างแน่นอน”

“มิสนใจแล้ว การต่อสู้ระหว่างผู้อมตะเป็นสิ่งที่หาดูมิได้ง่าย ๆ มิแน่ด้วยคุณสมบัติของข้า อาจจะสามารถครูพักลักจำอันใดได้บ้างก็เป็นได้”

“ครูพักลักจำ ? เศษสวะเยี่ยงเจ้าน่ะหรือ ต่อให้อีกหมื่นปีก็คงมองอันใดมิออกอยู่ดี”

“พี่ชาย การประลองของเรา……”

“ยังจะประลองอันใดอีก รอศึกยิ่งใหญ่นี้จบลงก่อน ค่อยสู้กันใหม่ก็แล้วกัน”

“……”

“……”

ขณะเดียวกัน หลังจากได้ยินเสียงนี้

เย่ฉางชิงก็ถอนสายตากลับมา มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ

“มาแล้ว”

เย่ฉางชิงถอนหายใจออกมาน้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนทันที

ก่อนหน้านี้ยังกังวลอยู่ว่าหากผู้แข็งแกร่งระดับอมตะเหล่านี้มาเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป จะกระทบกับการอวดเบ่งของเขาหรือไม่

เพราะงานรวมตัวของเมืองเหอซีอย่างมากก็จัดเพียงสองวันเท่านั้น คาดว่าพรุ่งนี้กลางวันก็คงจะจบลงแล้ว

ทว่าบัดนี้รอบประลองยุทธ์เพิ่งจะเริ่มขึ้นได้มิกี่ชั่วยาม พวกเขาก็มาทันเวลาพอดี

‘เยี่ยม ! ’

‘เยี่ยมมาก ! ’

‘เยี่ยมจริง ๆ ! ’

เมื่อเห็นเย่ฉางชิงลุกขึ้นยืน

สวี๋ฉางเหอและสวี๋ฝู๋ก็ลุกขึ้นตามไปด้วย

“อาจารย์……”

สวี๋ฝู๋มีท่าทางอึกอัก บนใบหน้างามนั้นเต็มไปด้วยความกังวล

“เสี่ยวสวี๋ เจ้ามิมั่นใจในตัวอาจารย์ของเจ้างั้นหรือ ? ”

เย่ฉางชิงหัวเราะออกมาอย่างมิใส่ใจ พลางเอ่ยว่า “ครั้งนี้ก็ให้เจ้าอยู่ดูการต่อสู้ด้วยก็แล้วกัน เพราะก่อนหน้านี้ตอนเผชิญหน้ากับหลี่ฉางหลิง ข้ายั้งมือกะทันหันในช่วงเวลาสำคัญพอดี”

“แต่ครั้งนี้เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับอมตะร่วมมือกัน ข้าคงสามารถออกกระบี่ได้อย่างเต็มที่เสียที หากเป็นไปได้ล่ะก็ ข้าจะออกกระบี่ท่าที่สองด้วย”

“เจ้าต้องตั้งใจดู ตั้งใจศึกษาให้ดีล่ะ”

สวี๋ฝู๋พยักหน้าน้อย ๆ พลางเอ่ยกำชับว่า “อาจารย์ เยี่ยงไรซะก็มีผู้แข็งแกร่งระดับอมตะหลายคนร่วมมือกัน ท่านจะประมาทมิได้นะเจ้าคะ”

เย่ฉางชิงยื่นมือออกไปตบเบา ๆ ที่บ่าของสวี๋ฝู๋ แต่มิได้เอ่ยสิ่งใด

“ท่านเย่ ผู้น้อยจะไปกับท่านด้วยขอรับ”

สวี๋ฉางเหอไตร่ตรองอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างครุ่นคิด “ถึงแม้เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับอมตะ ผู้น้อยจะมิต่างอันใดกับมดปลวก มิมีคุณสมบัติที่จะช่วยต่อสู้ด้วยได้”

“แต่เยี่ยงไรซะผู้น้อยก็เป็นถึงเจ้าเมืองเหอซี เป็นพ่อของฝู๋เอ๋อ”

เย่ฉางชิงได้ยินดังนั้นก็มิได้ปฏิเสธ “ได้”

เอ่ยจบ เย่ฉางชิงก็แวบหายตัวไปทันที ก่อนปรากฏกายขึ้นอีกครั้งกลางอากาศที่ด้านข้างของหอคอย

จากนั้นก็เอามือไพล่หลัง พลางเดินบนอากาศด้วยใบหน้าที่แฝงรอยยิ้มบาง ๆ

ดูสง่างามยิ่ง อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความสูงส่งอีกด้วย

ในเมื่อเป้าหมายของวันนี้คือการวางก้าม หากใช้อิทธิฤทธิ์หายตัวดังใจนึกไปปรากฏตัวที่นอกเมืองเลย เช่นนั้นจะได้โชว์อันใดเล่า ?

สงเอ้อยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห สุดท้ายก็เลยร้องไห้ฟูมฟายออกมา

เสียงร้องไห้ของเขาน่าเวทนายิ่งนัก ราวกับหมูที่ถูกเชือดก็มิปาน

“พี่ชาย ท่านเป็นอันใดไป ? ”

“โอกาสที่จะได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอันใดกัน ? ”

ชายชราที่ดูแข็งแรงและสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่งเดินผ่านสงเอ้อ เมื่อได้ยินคำว่าโอกาส ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

สงเอ้อเช็ดน้ำตาที่ไหลริน ก่อนจะชี้ไปยังด้านหลังของเย่ฉางชิงที่ไกลออกไป พลางเอ่ยอย่างสะอึกสะอื้นว่า “เขาเป็นพี่น้องของข้า สงเอ้อผู้นี้ ! ”

ชายชราชุดขาวมองไปตามทางที่สงเอ้อชี้ไป ก่อนจะเอ่ยเยาะเย้ยออกมาอย่างมิเกรงใจว่า “พี่น้องของท่าน ? ”

“เช่นนั้นข้าก็เอ่ยได้เช่นกันว่าคนผู้นั้น ที่สามารถสู้กับผู้แข็งแกร่งระดับอมตะได้ เป็นอาจารย์ของข้าตั้งแต่ข้าเริ่มบำเพ็ญเพียรมา ? ”

“ถุย ! เจ้านี่ช่างเพ้อเจ้อ ไร้สาระจริง ๆ ! ”

เอ่ยจบ ชายชราชุดขาวก็ทำท่าฟึดฟัดใส่สงเอ้ออย่างมิเกรงใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อพร้อมจากไปทันที

ทว่าเมื่อชายชราชุดขาวมองตามแผ่นหลังของเย่ฉางชิง ก็อดมิได้ที่จะเกิดความรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างมิทราบสาเหตุ

‘เป็นไปมิได้ ! ’

‘เป็นไปมิได้อย่างเด็ดขาด ! ’

‘ข้าเป็นเพียงแค่ผู้บำเพ็ญเพียรไร้สังกัดคนหนึ่ง จะมีโอกาสรู้จักผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานเทียบเคียงกับระดับอมตะได้เยี่ยงไรกัน ? ’

‘คงจะเข้าใจผิดไปเองเท่านั้น’

‘อืม ! ’

‘ต้องเข้าใจผิดเป็นแน่ ! ’

ชายชราเดินไป พลางส่ายหน้ายิ้ม ๆ

ทว่ากลับเดินไปได้เพียงมิกี่ก้าว เขาก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะมีสีหน้าตื่นตระหนกขึ้นมาทันที

“นั่นมัน……นั่นมันเจ้าหนุ่มที่ขายภาพวาดคนนั้นนี่นา ? ”

“แต่หากเป็นเช่นนั้นจริง ภาพที่เขาขายมิเท่ากับเป็นโอกาสและวาสนาอันยิ่งใหญ่หรอกหรือ……”

ชายชราอดมิได้ที่จะพึมพำกับตนเอง

มินานชายชราผู้นั้นก็น้ำตาไหลพราก พร้อมกับยกมือขึ้นกุมศีรษะและร้องไห้ออกมาเช่นกัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน