เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 714

ตอนที่ 714 ข้ามองสถานการณ์ออกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ท้องฟ้าด้านนอกเมืองเหอซี

บัดนี้ได้มีผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานระดับอมตะ 7 คนยืนอยู่กลางอากาศ พร้อมแผ่พลังมหาศาลออกมาจากกาย

ด้านหลังของพวกเขา มีเรือเหาะขนาดใหญ่นับร้อยลำส่องประกายระยิบระยับ

ส่วนบนเรือเหาะก็มีธงรบต่าง ๆ โบกสะบัด มีผู้คนมากมายจนแน่นขนัด และบนเรือเหาะยังติดตั้งปืนใหญ่เอาไว้หลายกระบอกอีกด้วย

ด้านบนเมฆสีครามลอยต่ำ สายฟ้าคำราม และมีไอพลังอันน่ากลัวแฝงอยู่

ผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียนนับร้อยคน จับกลุ่มกันสิบคนบ้าง ยี่สิบกว่าคนบ้าง เพื่อสร้างค่ายกลสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักตนเอง เตรียมที่จะลงมือเปิดการโจมตีได้ตลอดเวลา

เมื่อมองเห็นร่างสองร่างที่ปรากฏขึ้นเหนือเมืองเหอซี และค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างมิรีบร้อน

หลี่ฉางหลิงหรี่ตาลง อดมิได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยความหวาดหวั่นว่า “ทุกท่าน บุรุษชุดเขียวผู้นั้นก็คือมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณ”

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของหญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทอง เผยท่าทางมิพอใจออกมา พลางเอ่ยเสียงเย็นว่า “คนผู้นี้ทำตัวสูงส่งถึงเพียงนี้เพราะอันใดกันแน่ ? ”

หมิงกู่ที่ได้สติกลับมาก็ขมวดคิ้วแน่น ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความดุดัน มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นและเอ่ยว่า “น้องดอกทองมิต้องร้อนใจไป ข้าจะไปตรวจสอบให้เอง”

“เชิญ”

หญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองขมวดคิ้วเล็กน้อย ปรายตามองคนที่เหลือพร้อมกับพยักหน้าและเอ่ย“ข้ารู้ดีว่าควรทำเช่นไร ! ”

หมิงกู่ตกปากรับคำ จากนั้นก็คำรามขึ้นฟ้าทันที พลังบนกายพลันเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดในพริบตา

จากนั้นร่างทั้งร่างก็ราวกับลูกไฟที่ลุกโชนลูกหนึ่ง ก่อนเหาะไปทางเมืองเหอซี

ขณะเดียวกัน เมื่อเย่ฉางชิงเห็นหมิงกู่เหาะมาหาอย่างรวดเร็ว พร้อมไอพลังมหาศาล ทุกที่ที่เขาเคลื่อนผ่านความว่างเปล่าล้วนพังทลายลง

“เจ้าเมืองสวี๋ ท่านหยุดอยู่ตรงนี้เถอะ”

เย่ฉางชิงโบกมือให้น้อย ๆ จากนั้นก็หลับตาลง ก่อนจะมองไปด้านหน้าและเอ่ยขึ้น

เมื่อเผชิญหน้ากับหมิงกู่ที่มาด้วยท่าทางดุดัน

สวี๋ฉางเหอที่ภายในใจเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นก็พยักหน้าและเอ่ยว่า “ท่านเย่ ท่านต้องระวังนะขอรับ”

เย่ฉางชิงมิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแค่เพ่งสมาธิ รอบกายพลันระเบิดจิตกระบี่อันรุนแรงออกมา

เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้น ใช้ปลายนิ้วแตะไปที่ด้านหน้าเบา ๆ

ฟิ้ว !

ไอกระบี่อันลุกโชนสายหนึ่งพุ่งออกไปหลายลี้ โดยห่อหุ้มจิตกระบี่อันมหาศาลเอาไว้

เวลาเพียงมิกี่อึดใจ

ไอกระบี่อันลุกโชนสายนี้ก็ปะทะเข้ากับหมิงกู่ที่พุ่งเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน

ก่อนที่จะระเบิดออกในพริบตา

ลำแสงที่เจิดจ้าราวกับเปลวเพลิงนับมิถ้วนเมื่อระเบิดออก พลังปราณอันน่ากลัวพลันพลุ่งพล่าน ทำให้ความว่างเปล่าในรัศมีหลายลี้เกิดรอยแตกร้าวขึ้น…….

แค่คิดก็รู้แล้วว่าภาพเช่นนี้แท้จริงแล้วน่าตื่นตระหนกเพียงใด !

มิเพียงเท่านั้น เมื่อเสียงอันกึกก้องเสียงหนึ่งดังขึ้น

คลื่นพลังอันรุนแรงสายหนึ่งพลันกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง

เพียงเสี้ยววินาที

พื้นดินก็เกิดการสั่นสะเทือนและแตกออก ขุนเขาที่ทอดยาวเรียงรายสลับซับซ้อนแทบจะราบเป็นหน้ากลองในพริบตา แม้แต่เมืองเหอซีเองก็เกือบถูกฉีกออกไปเช่นกัน

เพียงพริบตา ขณะที่ปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนี้ค่อย ๆ สงบลง ร่าง ๆ หนึ่งก็เหาะหนีไปอย่างรวดเร็ว

เห็นดังนั้น เย่ฉางชิงก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

ก่อนหน้านี้เนื่องจากมัวแต่สนใจแต่กับกระบี่สองกระบวนท่านั้น ทำให้ที่ผ่านมาเขามิเคยสังเกตถึงความแตกฉานในวิถีกระบี่ของตนเลยว่าแข็งแกร่งขึ้นเพียงใด

บัดนี้เพียงแค่ไอกระบี่ที่ปล่อยออกไปส่ง ๆ ก็สามารถสร้างความเสียหายได้มากถึงเพียงนี้

เห็นได้ชัดว่าความแตกฉานในวิถีกระบี่ของเขาในตอนนี้เป็นเช่นไร

‘ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ’

‘หรือว่าคนผู้นี้แท้จริงแล้วมิใช่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณ ตัวตนที่แท้จริงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเจ้าแดนของแดนเซียนอื่น ? ’

‘สู้ 300 กระบวนท่างั้นหรือ ? ’

‘หลี่ฉางหลิง เจ้าช่างมีจิตใจชั่วร้ายยิ่งนัก ! ’

‘คิดจะยืมมือคนอื่นสังหารข้าไว้ที่นี่’

‘ในเมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเราก็มิต้องสนใจมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณอันใดนั่นอีก จัดการเจ้าสารเลวนี่ก่อนค่อยคิดกันอีกทีก็แล้วกัน’

“ทุกท่าน หลี่ฉางหลิงมีจิตใจชั่วร้าย ต้องการยืมมือผู้อื่นมากำจัดพวกเรา เพื่อจะได้บรรลุตามแผนที่เขาวางเอาไว้”

หญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองเอ่ยอย่างหนักแน่น ด้วยสีหน้าที่เข้มกว่าปกติ “บัดนี้ความจริงกระจ่าง พวกเราร่วมมือกันจัดการเจ้าสารเลวมากแผนการผู้นี้เสียก่อนเถอะ ค่อยไปต่อกรกับมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้น”

เอ่ยถึงตรงนี้ หญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองก็เพ่งสมาธิ ชามหินธรรมดาใบนั้นพลันลอยอยู่กลางฝ่ามือ

ทว่าสิ่งที่ต่างไปจากก่อนหน้านี้ก็คือ เวลานี้ชามหินได้เปล่งแสงสีแดงเข้ม มีสัญลักษณ์มากมายลอยวนรอบ ๆ ชามหิน และแผ่ไอพลังอันเย็นยะเยือกจนน่าตกใจออกมา

หมิงกู่ที่สนิทสนมกับหญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองมากที่สุดก็มิได้ลังเลเช่นกัน สะบัดแขนหนึ่งครั้งพลันดาบโลหิตที่เต็มไปด้วยไอพลังเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา

พร้อมที่จะลงมือตลอดเวลา รอเพียงคำสั่งของหญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองเท่านั้น

ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมพร้อมที่จะสู้กันนั้น

อวี่จีก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ เหมือนนึกขึ้นมาได้ จึงหันไปมองซ่งเซียนเฟิงในทันที

“เซียนเฟิง วันนี้เจ้าเป็นอันใดไปงั้นหรือ ? ”

อวี่จีขมวดคิ้วน้อย ๆ พลางเอ่ยถามซ่งเซียนเฟิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

มุมปากซ่งเซียนเฟิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างช้า ๆ ว่า “มิมีอันใดมาก เพราะข้ามองสถานการณ์ออกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

เมื่อซ่งเซียนเฟิงเอ่ยออกมา คนที่เหลือต่างก็หันมามองเขาด้วยสายตาแปลกใจทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน