เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 715

ตอนที่ 715 เป็นผู้ไร้พ่ายแล้วจริง ๆ ด้วย

‘เจ้าเฒ่านี่เป็นอันใดไปกันแน่ ? ’

‘หลังจากหายหน้าหายตาไปช่วงหนึ่ง มิเพียงมีนิสัยเปลี่ยนไปแล้ว แต่ยังกลายเป็นคนเจ้าแผนการอีกด้วย’

‘ช่วงเวลานั้นเขาไปพบเจอกับสิ่งใดมากันแน่ ? ’

พวกหญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองพิจารณาซ่งเซียนเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอดมิได้ที่จะหันไปสบสายตากับคนอื่น ๆ

อวี่จีเอ่ยด้วยรอยยิ้มมีเสน่ห์ว่า “เซียนเฟิง เจ้าหมายความว่าเยี่ยงไรงั้นหรือ ? ”

เมื่ออวี่จีเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง คนที่เหลือต่างก็หันไปมองทางซ่งเซียนเฟิงจนเป็นตาเดียว

แต่ซ่งเซียนเฟิงกลับทอดสายตามองไปยังเย่ฉางชิงที่กำลังเดินอยู่กลางอากาศ แต่มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ทว่ากลับทำท่าทางครุ่นคิดถึงอันใดบางอย่าง

ประการแรก การที่เจ้าแดนออกคำสั่งเช่นนี้ ให้พวกเขาตามหาร่องรอยของเย่ฉางชิง

นั่นก็หมายความก่อนหน้านี้เย่ฉางชิงและท่านเจ้าแดนเคยพบกันมาก่อน

และระหว่างนั้นเกิดอันใดขึ้นระหว่างพวกเขา ย่อมมิอาจรู้ได้

ประการที่สอง พวกเขาเจ็ดผู้อมตะปรากฏกายอยู่ที่นี่ และการที่เย่ฉางชิงยังเดินเข้ามาหาเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องการที่จะลงมือกับพวกเขาด้วย

แน่นอนว่าหากมิมีสิ่งใดผิดพลาดแล้วล่ะก็

เย่ฉางชิงย่อมรู้ดีว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับอมตะ สำหรับเขาแล้วมิได้สำคัญใด ๆ

ดังนั้นความหมายนั้นย่อมต้องลึกซึ้งอย่างมาก……

หลังจากไตร่ตรองอยู่สักพัก ซ่งเซียนเฟิงก็เอามือไพล่หลัง กวาดตามองทุกคนด้วยท่าทางสบาย ๆ พลางเอ่ยถามเสียงเรียบว่า “ทุกท่าน หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดล่ะก็ คิดว่าพวกเจ้าก็คงจะเดาได้แล้วว่าผู้แข็งแกร่งท่านนี้หาใช่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณอันใดนั่นแล้วกระมัง ? ”

หลี่ฉางหลิงยังคงเอ่ยอย่างแน่วแน่ว่า “พี่ซ่ง หากคนผู้นี้มิใช่มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณ เช่นนั้นเหตุใดท่านเจ้าแดนต้องมีคำสั่งเช่นนั้นลงมา ให้พวกเราตามล่าตัวคนผู้นี้ด้วย ? ”

อวี่จีสำรวมท่าทีลงเล็กน้อย พร้อมกับมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของซ่งเซียนเฟิง พลางเอ่ยอย่างเห็นด้วย “ใช่แล้ว เฟิงเซียน”

“พวกเราต่างรู้ดีว่าเผ่าจิ้งหรีดโบราณเป็นหนึ่งในเผ่าราชาที่แข็งแกร่งอย่างมากของแปดแดนมาร มีอิทธิฤทธิ์อันน่ากลัว ถึงขนาดกลืนกินต้นกำเนิดของโลกเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น”

“กล่าวอีกนัยก็คือ มารเผ่าจิ้งหรีดโบราณผู้นี้เพิ่งมาถึงแดนเซียนจื่อฉงของเราหาได้แข็งแกร่งไม่ ทว่าภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะได้ดูดกลืนต้นกำเนิดของโลก จึงทำให้มีพลังที่น่ากลัวเช่นในตอนนี้ก็เป็นได้ ? ”

สิ้นเสียง คนที่เหลือต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับความคิดนี้

ซ่งเซียนเฟิงยังคงส่ายหน้าอย่างเอือมระอา และเอ่ยต่อว่า “ช่างเถอะ ข้าจะไปถามด้วยตนเองก็แล้วกัน”

‘ไปถาม ? ’

‘หรือว่าซ่งเซียนเฟิงรู้จักผู้แข็งแกร่งผู้นี้ ? ’

‘แต่หากคนผู้นี้เป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณตนนั้นจริง เช่นนั้นซ่งเซียนเฟิงกำลังเผชิญหน้ากับผู้ที่มิสามารถต่อกรได้อยู่นะ’

อวี่จีเผยสีหน้ากังวลออกมา พลางเอ่ยกับซ่งเซียนเฟิงด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “เซียนเฟิง เจ้ารู้จักคนผู้นี้จริง ๆ หรือ ? ”

หญิงชราที่ประดับดอกไม้สีทองขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ซ่งเซียนเฟิง หากคนผู้นี้เป็นมารเผ่าจิ้งหรีดโบราณจริง สิ่งนี้หมายความว่าเยี่ยงไร เจ้าคงจะรู้ดีใช่หรือไม่ ? ”

ซ่งเซียนเฟิงเพียงแค่ส่ายหน้าน้อย ๆ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

เขามิได้ยอมรับ และมิได้ปฏิเสธ

ตอนนี้เขายังมิแน่ใจในจุดประสงค์ของเย่ฉางชิง จึงมิสามารถเผยท่าทีใด ๆ ออกไปได้

จากนั้นซ่งเซียนเฟิงก็แวบหายตัวไปทันทีโดยมิลังเล

และแปลงกายเป็นลำแสงเหาะไปทางเย่ฉางชิง ท่ามกลางสายตาของทุกคน

อีกด้านหนึ่ง

หลังจากเย่ฉางชิงปล่อยไอกระบี่สายหนึ่งไปแบบส่ง ๆ จนทำให้หมิงกู่ถอยไปแล้ว

จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ก้าวเดินไปบนอากาศอีกครั้ง เดินมุ่งหน้าไปหากลุ่มผู้อมตะ

เมื่อเห็นลำแสงสายหนึ่งเหาะเข้ามา

เขาก็ชะงักฝีเท้าลงทันที

“ผู้อมตะเหล่านี้คิดจะทำอันใดกันแน่ แต่ละคนมาเพื่อหยั่งเชิงพลังของข้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

เย่ฉางชิงส่ายหน้าอย่างระอา พลางบ่นพึมพำกับตนเองไปเรื่อย

ผ่านไปมิกี่อึดใจ

‘เช่นนั้นข้ามิเท่ากับว่าข้าเป็นผู้ไร้พ่ายในแดนเซียนจื่อฉงแห่งนี้ รวมถึงสิบสองแดนเซียนโบราณแล้วหรอกหรือ ? ’

‘คงมิใช่กระมัง ! ’

‘เพราะตอนนี้ข้ามีตบะบารมีเพียงระดับสุขาวดีอยู่เท่านั้นนะ ! ’

คิดได้ดังนั้น เย่ฉางชิงก็มองซ่งเซียนเฟิง พลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “ช่างตีเหล็กซ่ง หลังจากที่ข้ามาถึงแดนเซียนจื่อฉงแห่งนี้ เคยบังเอิญพบมังกรดำตัวหนึ่งและสตรีลึกลับที่มีท่าทางสง่างามนางหนึ่ง ท่านว่าพวกเขาจะใช่เจ้าแดนของแดนเซียนจื่อฉงหรือไม่ ? ”

ซ่งเซียนเฟิงได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ใบหน้าขรุขระเต็มไปด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

ตามตำนานกล่าวว่าเจ้าแดนของแดนเซียนจื่อฉงเป็นสตรีที่สง่างามไร้ที่เปรียบ ทว่านับตั้งแต่เขาบำเพ็ญเพียรมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังมิเคยพบหน้าท่านเจ้าแดนแม้แต่ครั้งเดียว

ตามหลักปฏิบัติของยุคนี้ เมื่อมีคนบรรลุพันธนาการและก้าวเข้าสู่ระดับอมตะ ท่านเจ้าแดนจะต้องลงมาด้วยตนเอง

เยี่ยงไรซะผู้บำเพ็ญเพียรระดับอมตะก็นับว่าก้าวสู่จุดสูงสุดของวิถีเซียน ขณะบรรลุทัณฑ์สวรรค์ที่ฟาดฟันลงมาจะเกิดจากกฎของแดนเซียนจื่อฉง

อีกทั้งขณะที่ทัณฑ์สวรรค์ฟาดลงมา หากเกิดข้อผิดพลาดใดขึ้น

มิเพียงร่างของผู้รับการทดสอบจากสวรรค์จะแตกดับเท่านั้น ทว่าทัณฑ์สวรรค์เหล่านั้นก็จะฟาดฟันลงมายังโลกที่พวกเขาอยู่ราวกับหายนะก็มิปาน

อีกอย่างนี่เป็นยุคไร้ราชัน

ผู้ที่น่ากลัวระดับเจ้าแดนแม้จะเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของยุคนี้ แต่เยี่ยงไรซะก็ยังมิสามารถพิสูจน์มรรคาเพื่อเป็นราชันที่แท้จริงได้ ดังนั้นจึงยังมิถือว่าเป็นผู้ปกครองของแดนเซียนตัวจริง

และแม้จะมิเคยเห็นโฉมหน้าของท่านเจ้าแดนด้วยตาตนเองมาก่อน แต่ในตอนนั้นที่เขารับการทดสอบจากสวรรค์ เคยมีมังกรดำที่แข็งแกร่งตัวหนึ่งปรากฏขึ้น บอกว่าตนเป็นทูตข้างกายของท่านเจ้าแดน

ดังนั้นก็หมายความว่าก่อนหน้านี้ เย่ฉางชิงเคยพบท่านเจ้าแดนมาก่อนน่ะสิ

“ช่างตีเหล็กซ่ง สตรีลึกลับนางนั้นคงมิใช่เจ้าแดนของแดนเซียนจื่อฉงหรอกใช่หรือไม่ ? ”

เมื่อเห็นสีหน้าของซ่งเซียนเฟิงเปลี่ยนไป เย่ฉางชิงก็อดมิได้ที่จะถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง

ซ่งเซียนเฟิงพยักหน้าอย่างลังเลและเอ่ยว่า “หากมิมีสิ่งใดผิดพลาดล่ะก็ สตรีลึกลับที่ท่านเย่พบก็คือเจ้าแดนของแดนเซียนจื่อฉง ส่วนมังกรดำตัวนั้นก็คือ ทูตแดนของท่านเจ้าแดนขอรับ”

สิ้นเสียง มุมปากของเย่ฉางชิงก็โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันตนเอง

เป็นผู้ไร้พ่ายแล้วจริง ๆ ด้วย !

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน