แยนนี่จ้องข้อมูลเกี่ยวกับปีเตอร์ที่เธอรวบรวมไว้บนโต๊ะ เธอสั่งให้กีกิจองเที่ยวบินไปยังเอ็มเพรส ทรี ซิตี้ในนทันที
เอ็มเพรส ทรี ซิตี้เป็นเมืองในภูเขาที่งดงาม ในตอนนี้ปีเตอร์กำลังอาศัยอยู่ในแฟรี่ ครีก วิลเลจ แห่ง คาร์ฮิล เคาน์ตี้ เอ็มเพรส ทรี ซิตี้
กีกิจองเที่ยวบินที่เร็วที่สุดที่จะไปยังเอ็มเพรส ทรี ซิตี้ “บอสคะ ฉันจองตั๋วเที่ยวบินรอบห้าโมงเย็นของวันนี้ไว้ให้แล้วค่ะ คุณควรรีบเก็บกระเป๋าและเตรียมพร้อมไปได้แล้วนะคะ ฉันกลัวว่าคุณจะตกเครื่องเอา”
แยนนี่พยักหน้าแล้วนำแท็ปเล็ทและเอกสารต่าง ๆ ใส่ลงในกระเป๋าที่เธอถือตลอดเวลา เธอสั่ง “ฉันอาจจะไม่อยู่ที่นี่อย่างน้อย ๆ สองอาทิตย์ โทรหาฉันถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในบริษัท”
“ค่ะบอส พยายามเข้านะคะ!”
กีกิยกนิ้วโป้งให้
แยนนี่ขบขัน แล้วคว้ากระเป๋าถือและกระเป๋าเดินทางเข้าไปในลิฟท์ เธอเดินออกมายังลานจอดรถชั้นใต้ดิน
ก่อนที่เธอจะได้สตาร์ทรถ แยนนี่เผลอเหลือบมองโทรศัพท์มือถือที่ปิดเอาไว้ข้าง ๆ โดยไม่รู้ตัว เธอคว้ามันแล้วกดปุ่มเปิด สักพักเธอก็โยนมันกลับลงในกระเป๋า
ช่างเถอะ ไว้ค่อยปิดอีกทีตอนขึ้นเครื่องอีกทีก็แล้วกัน
การเปิดมันขึ้นมากลับทวีความกังวลให้เธอ
ช่องว่างความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับคน ๆ นั้น ไม่มีทางจะเติมเต็มมันได้อีกตลอดชีวิต
แยนนี่สตาร์ทรถ พอร์ชสีขาวมุ่งออกจากลานจอดรถอย่างไว
พอรถพอร์ชสีขาวเพิ่งออกไปได้ไม่นาน บูกัตติสีเงินก็ขับเข้ามายังลานจอดรถใต้ดินของมูฟมีเดีย
เชนน์ถือซองเอกสารสีนํ้าตาลในมือแล้วขึ้นลิฟท์จากชั้นใต้ดิน เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงแผนกต้อนรับ
“คุณคะ ไม่ทราบว่าคุณมาหาใครเหรอคะ? ได้นัดไว้รึเปล่าคะ?”
“ผมเป็นคนรู้จักของผู้อำนวยการจอ…ผู้อำนวยการแฟรงค์ครัย ผมมาเพื่อพบเธอ”
“คุณได้นัดเอาไว้รึเปล่าคะ?”
บรรยากาศรอบตัวของเชนน์นั้นดูสะดุดตาและดูเหมือนจะเป็นคนที่มาจากสังคมชั้นสูง แต่ว่าหญิงสาวแผนกต้อนรับก็เป็นการเป็นงาน เธอไม่ยอมปล่อยให้เขาเข้าไปได้ง่าย ๆ
เชนน์นั้นตัวสูงอยู่ไม่น้อย นัยตาคมดำสนิทของเขามองจ้องเข้าไปในห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินตรงไปพร้อมกับซองสีนํ้าตาลในมือโดยไม่สนแผนกต้อนรับที่พยายามจะหยุดเขาเลยแม้แต่น้อย
“คุณค่ะ คุณเข้าไปไม่ได้ถ้าไม่ได้นัดไว้ก่อนนะคะ คุณ…”
กีกิวิ่งเข้ามาหาเชนน์ที่กำลังบุกเข้ามาในบริษัท “ผู้อำนวยการจินน์?”
เชนน์เหมือนจะจำกีกิได้ลาง ๆ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถาม “บอสของเธออยู่ไหน?”
กีกิที่กำลังถือแก้วกาแฟอยู่ในมือตอบกลับ “บอสเพิ่งออกไปทำธุรกิจค่ะ เธอน่าจะกำลังเดินทางไปสนามบิน ถ้าผู้อำนวยการจินน์ต้องการอะไร ฉันจะ…”
ก่อนที่กีกิจะทันได้กล่าวจบ เชนน์ก็ตัดบทสนทนาแล้วถาม “เธอจะไปที่ไหน?”
“คาร์ฮิล เคาน์ตี้ เอ็มเพรส ทรี ซิตี้ค่ะ” พูดจบกีกิก็รีบปิดปาก
ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะทำความลับของบริษัทรั่วไหล
ถ้าผู้อำนวยการจินน์รีบบึ่งไปยังเอ็มเพรส ทรี ซิตี้เพื่อเจรจาเรื่องหนังสือชุดเยลโลว์ ริเวอร์ของปีเตอร์ด้วยอีกคน เธอถึงคราวซวยแน่ ๆ
กีกิพยายามหาทางกอบกู้สถานการณ์ แต่เชนน์ก็หันหลังเตรียมจะออกจากบริษัทแล้ว
‘ไม่นะ! ผู้อำนวยการจินน์จะชิงแย่งทำธุรกิจของเรางั้นเหรอ?!’
วางเรื่องความรักไว้ก่อน ยังไงพวกเขาก็ยังเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน…
‘บอสคะ คุณห้ามหลงเสน่ห์ผู้อำนวยการจินน์นะคะ!’
…
เชนน์มองหาเธอตลอดทาง
ในสนามบินผู้คนคับคั่ง ขนาดเชนน์ที่ตัวสูงใหญ่ ยังใช้เวลาอยู่นานในการเดินรอบสนามบินกว้าง ก่อนที่จะสะดุดเข้ากับแถวยาวเหยียดนอกโถงรองรับผู้โดยสารของสนามบิน
แยนนี่กำลังตรวจตั๋วเครื่องบิน เตรียมพร้อมขึ้นเครื่อง
“แยนนี่!”
แยนนี่คิดว่าเธอหูฝาดไปและเลือกที่จะไม่สนใจเสียงนั่น จนเสียงคุ้นเคยที่แสดงความกังวลออกมานั้นเรียกชื่อเธออีกครั้ง
“แยนนี่!”
ในที่สุดเธอก็หันมาเพื่อดูต้นเสียง
เชนน์กำลังยืนอกกระเพื่อมขึ้นลง สูดลมหายใจหอบ ตายตาของเขาจ้องมาที่เธอแต่เพียงผู้เดียว
เขามันไร้ค่า
แยนนี่จ้องเขาด้วยแววตาแดงกํ่า ประกาศกร้าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เชนน์ จินน์ เลิกรังควานฉันสักที ฉันเหนื่อย”
เลิกรังควานเธอซะ
เชนน์ไม่อาจรับมันได้ พอแยนนี่หันหลังกลับไป เขาก็ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน เขาแข็งแกรง แข็งแกรงมากพอจะกันไม่ให้แยนนี่หลุดออกไป
เขาสวมกอดเธอแน่น ราวกับกำลังพยายามจะดึงเธอเอาไว้ ให้แนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาวางหัวไว้บนไหล่ของเธอ หลับตาลงแล้วเอ่ยออกมาจากใจจริง “แยนนี่ ฉันทำมันไม่ได้หรอก”
ตอนที่เขาคิดว่าเธอตายไปแล้ว เชนน์ไม่สามารถลบเธอออกไปจากชีวิตได้เลย
ตอนนี้เขารู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ดี เขาจะปล่อยเธอไปได้อย่างไรกัน?
ริมฝีปากของแยนนี่ยกยิ้ม เธอหัวเราะแล้วตอบด้วยนํ้าเสียงไร้หัวใจ “ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้หรอก แล้วคุณจะชินกับมันเอง เชนน์ คุณจะปล่อยฉันไปได้ ทุกครั้งที่ฉันเห็นคุณ เหมือนมีมีดชำแหละเข้าที่หัวใจฉัน”
การเจอเขาสำหรับเธอคือความเจ็บปวดสินะ
“แต่เธอบอก…เธอบอกว่าเธอยังรักฉันนี่”
แยนนี่กระซิบข้างหู “ฉันปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันยังรักคุณแต่ฉันก็บอกลาคุณได้เหมือนกัน ฉันคิดถึงคุณแต่ฉันก็สบายใจที่จะได้ไม่ต้องเห็นคุณอีก”
ร่างกายของเชนน์แข็งทื่อ เลือดที่ไหลเหวียนในกายเหมือนหยุดไปชั่วขณะ ทุกอย่างภายในของเขาชะงักราวกับโดนแช่แข็ง
เขารู้สึกเหมือนตกลงไปในนรกขุมแห่งความสิ้นหวังในทันที
ก่อนจะค่อย ๆ คลายอ้อมกอด ไม่มีประโยชน์ที่จะยึดเธอเอาไว้อีกต่อไป
เขาทนทำร้ายเธออีกต่อไปไม่ไหว
แยนนี่หันหลังกลับแล้วตรงเข้าห้องรองรับในทันที
แชนน์ยืนอยู่ที่เดิมท่ามกลางผู้คนอัดแน่นในสนามบิน เขาเสียคนที่เขารักที่สุดไป เขากลายเป็นเหมือนเด็กหลงทางที่กุมหน้าตัวเองเอาไว้
เขาอยากจะอ้อนวอนของความเมตตาจากเธอ แต่เขาไม่แม้จะคู่ควรจะได้รับมัน
เขามันช่างไร้ค่าสิ้นดี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เล่ห์รัก ท่านประธาน