“นี่คือพระชายารองของเจ้า ไม่ใช่ของข้า ดังนั้นเจ้ามีสิทธิเลือกคนที่เจ้าชื่นชอบ มิเช่นนั้นในอนาคตหากเบาะแว้งกันขึ้นมาจะหาว่าเป็นเพราะข้าเอาได้”
หมิงเฟยวางถ้วยน้ำชาลงแล้วส่งเสียงหึๆ ออกมาเบาๆ
เซียวเย่หลันมองไปทางไหนก็ไม่รู้สึกถูกใจสักน้อย
ยามที่เขาใช้สายตาเย็นชามองไปทางสตรีทั้งหลาย พวกนางล้วนตกใจจนก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตากับเขา
“เอาละ มานั่งเถิด” หมิงเฟยกวักมือเรียก “พวกนางล้วนเป็นกุลสตรีผู้บอบบาง เจ้าอย่าได้ทำให้พวกนางตกอกตกใจ”
เซียวเย่หลันเดินไปนั่งลงแล้วกล่าวด้วยเสียงเย็นชาว่า “อย่าคิดว่าลูกไม่รู้ ในใจเสด็จแม่คิดเช่นไรอยู่”
“งั้นหรือ? เจ้าลองว่ามาสิว่าข้าคิดเช่นไร”
“หากเป็นตามปกติแล้วนั้น เสด็จพ่อคงให้ลูกแต่งกับบุตรสาวบ้านรองในตระกูลโหวเจวี๋ยทั่วไป แต่บัดนี้เสด็จแม่อาศัยช่วงที่เสด็จพ่อรู้สึกปิดต้องการชดใช้ต่อลูก จึงคัดเลือกบุตรสาวจากตระกูลชั้นสูงเหล่านี้มา”
แม้พระเอกจะไม่เข้าใจสตรีนัก แต่เพียงแค่เขาชายตามองไป ก็รู้ได้ถึงตัวตนของพวกนางทั้งหลาย
เขาเผยอมุมปากเรียวบางยิ้มขึ้น “ไม่คิดบ้างหรือว่าคนเหล่านี้ท่านควบคุมนางได้หรือไม่”
“ควบคุมได้หรือไม่เป็นเรื่องของเจ้า หาใช่เรื่องของข้า”
หมิงเฟยกล่าวออกมาเรียบง่าย
ต่อให้เซียวเย่หลันไม่สนใจต่อบัลลังก์ฮ่องเต้ แต่บัดนี้กองกำลังภายในราชสำนักเท่าเทียมกัน เพื่อการแก้แค้นของหมิงเฟย เขาจึงถูกดึงเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องแย่งชิงตำแหน่งด้วย
การเกิดมาในตระกูลราชวงศ์ หลายต่อหลายเรื่อง ตนไม่อาจเลือกเองได้
“ข้าน้อยเก๋อมู่ฉิง คารวะจ้านอ๋องเพคะ”
หญิงสาวสวมชุดสีม่วงคนหนึ่งก้าวออกมาแล้วโค้งกายเล็กน้อยไปทางเซียวเย่หลัน
นางหยิบขลุ่ยที่นางในเดินถือมา แล้วยิ้มขึ้นว่า “ข้าน้อยชื่นชอบในดนตรี ขอจ้านอ๋องได้โปรดให้โอกาสแสดงความสามารถอันน้อยนิดนี้ต่อท่านด้วยเถิด”
หมิงเฟยยกมือขึ้น เป็นความหมายว่าให้นางเริ่มบรรเลงเพลงได้
เสียงขลุ่ยดังขึ้นกัลวาลก้องไปในห้อง
ต่อมา สตรีทั้งหลายต่างก็แสดงความสามารถของตนออกมา ไม่ว่าจะเป็นหมากรุก พิณ เขียนอักษรจีนหรือวาดรูป ล้วนเรียกได้ว่าเก่งกาจไม่เบา ไม่มีคนใดไร้ความสามารถ
หมิงเฟยพึงพอใจในตีวพวกนางยิ่งนัก จึงหันมาถามเซียวเย่หลันว่า “หลันเออร์ เจ้าชื่นชอบผู้ใดมากที่สุด?”
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกท้อชวนหลงไหลแผ่ซ่านไปเตะจมูกเซียวเย่หลัน
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ข้าน้อยนามว่าเซวี่ยจวิ้นเพคะ” นางกล่าวออกมาเบาๆ
“อืท หน้าตางดงามอ่อนช้อย หาได้ดูร้ายกาจเหมือนใครบางคน”
หมิงเฟยมองไปที่นางแล้วนึกถึงเซี่ยเชียนฮวัน
แม้รูปร่างหน้าตาจะคล้ายกัน แต่กิริยาท่าทางต่างกันสิ้นเชิง
เมื่อเทียบกับเซี่ยเชียนฮวันที่ใจกล้าไม่เกรงกลัวใคร เซวี่ยจวิ้นถือว่าเรียบร้อยเจียมตนกว่ามาก เป็นลูกสะใภ้ที่แม่สามีล้วนต้องการ
“ข้าน้อยขออนุญาตบรรเลงเพลงทหารให้แก่ท่านอ๋องและเหนียงเหนียงฟังสักเพลงเพคะ”
เซวี่ยจวิ้นเห็นว่าเซียวเย่หลันไม่เพียงแต่เป็นองค์ชาย เขายังเป็นแม่ทัพใหญ่ผู้รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ดังนั้นจึงเตรียมตัวมาแล้วก่อนหน้า
ทว่าเซียวเย่หลันกลับเข้ามาขัดจังหวะนาง เอ่ยถามด้วยสีหน้าเยือกเย็นว่า “ใครชี้แนะให้เจ้าสวมชุดนี้?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หลังหย่า ราชาสงครามอ้อนขอข้าคืนดี
มาอัพเพิ่มไวๆๆนะคะ...
มาอัพต่อเร็วๆนะคะ...
นางออกควายไงคะ ไม่รู้อะไรซักอย่างตั้งท้อง อยู่ไปวันๆ...
นางเอกหน้าโง่ วันๆไม่ทำเห้ ไร รักษาแต่คน ไม่เคยคิดจะสู้กลับ ไร้น้ำยา...
ทำไมหายอีกแล้ว มาอัพต่อค่ะ...
ดีใจกลับมาอัพต่อแล้ว ขอบคุณแอดมินค่ะ...
รออ่านอย่าใจจดจ่อ อัพต่อพลีสสส...
กลับมาต่อ รออ่านอยู่ค่ะ...
ตามคะ ขอบคุณค่ะ...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอค่ะ กำลังสนุกเลย...