หนึ่งเค่อต่อมา อาเว่ยคิดว่าคนในหมู่บ้านครึ่งหนึ่งคงถูกใช้กู่เป็นแน่ เขาเดินออกจากประตูไปด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
“ขอบใจเจ้ามาก ต้าเป่า!”
“แล้วก็เอ้อร์เป่ากับเสี่ยวเป่าด้วย ขอบใจพวกเจ้ามาก”
ทันทีที่อาเว่ยเดินไปถึงทางเข้าหมู่บ้าน ก็ได้ยินเสียงชื่นชมของป้าๆ หลายคน
อาเว่ยรู้สึกงงงวย เมื่อหันไปดูก็แทบล้มทั้งยืน!
ลูกศิษย์ตัวน้อยของเขากำลังทำอะไรอยู่? เอาหนอนพิษกู่ที่เลี้ยงจนอ้วนไปป้อนไก่! ! !
เด็กอ้วนป้อนไก่ทั้งหมู่บ้านด้วยวิธีการใช้กู่ของอาเว่ย ปาไปอย่างแม่นยำ ไก่ต่างดีอกดีใจ!
อาเว่ย “…”
เขาคิดอยากตายยิ่งนัก!
แม้หนอนพิษกู่เหล่านี้จะไม่ได้มีพิษรุนแรงอย่างราชันสัตว์พิษ แต่อาเว่ยก็เลี้ยงด้วยมาด้วยความยากลำบากจนอ้วนท้วน พวกมันถูกเลี้ยงดูมาเป็นพิเศษสำหรับลูกศิษย์สามคน แต่สุดท้ายกลับถูกเด็กอ้วนทำลาย…
ว่ากันว่าทุกสิ่งล้วนมีจุดอ่อน แม้กู่จะมีพิษ ทว่าไก่ก็ยังสามารถกินพวกมันได้
อาเว่ยจิตใจเจ็บปวดเกินกว่าจะอยากคุยกับลูกศิษย์
หลังจากเด็กอ้วนทั้งสามป้อนไก่จนหมดทั้งหมู่บ้านแล้ว ก็เดินกลับไปบ้านอย่างมีความสุข!
อวี๋หวั่นเห็นบุตรชายที่เธอเฝ้าคิดถึงทุกเช้าเย็น ก็รีบกอดทั้งสามคนไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับพรมจูบ แต่ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ เธอรู้สึกว่าเด็กทั้งสามดูตัวหนักขึ้นกว่าเมื่อก่อน…
ไม่เพียงแค่หนักเท่านั้น แต่ยังคล้ำลงอีกด้วย
เด็กอ้วนผิวขาวบอบบาง ตากแดดทั้งวันจนเปลี่ยนเป็นไข่ดำคล้ำสามฟอง
เหล่าไข่ดำมุดหัวเข้าในอ้อมอกมารดา และถูไปมาอย่างแนบชิด
อวี๋หวั่นลูบหัวไข่ดำทั้งสาม และเอ่ยอย่างแผ่วเบา “คิดถึงแม่หรือยัง?”
คิดถึง
ทั้งสามกอดคออวี๋หวั่นไม่ยอมปล่อย
“แม่ก็คิดถึงพวกเจ้า ท่านพ่อก็มาด้วย คิดถึงท่านพ่อหรือไม่?” อวี๋หวั่นระบายยิ้มมองไปที่เยี่ยนจิ่วเฉา
เยี่ยนจิ่วเฉาทำหน้าเหม็น
เหล่าไข่ดำทำปากมุ่ย
หึ ไม่คิดถึง!
ใบหน้าเยี่ยนจิ่วเฉากลายเป็นสีดำ!
อาหารเที่ยงถูกจัดที่บ้านสาม อวี๋เซ่าชิงกับลุงใหญ่ลงมือทำอาหารด้วยตนเอง โดยมีอวี๋เฟิงเป็นลูกมือ ทำกับข้าวเลิศรสมากมายเต็มโต๊ะใหญ่
ในครอบครัวอื่นสตรีมักเป็นคนทำอาหาร ทว่าสกุลอวี๋กลับตรงกันข้าม เหตุผลเพราะฝีมือการทำอาหารของสตรีสกุลอวี๋ไม่ดีนัก ในวันธรรมดาก็กินๆ ไป ทว่ายามบุตรสาวกับบุตรเขยกลับมาบ้าน พวกเขาย่อมไม่อาจละเลย
แน่นอนว่าสถานการณ์ที่ไข่ดำทั้งสามมาอยู่ที่นี่ในระยะยาวได้ค่อยๆ กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา
ท่านตาใหญ่ทำอาหารอร่อย ท่านตาก็ทำอาหารอร่อย ส่วนท่านยายทั้งสองทำได้รสชาติแย่ยิ่ง!
ฝีมือการทำอาหารของนางเจียงไม่ต้องพูดถึง ส่วนฝีมือการทำอาหารของป้าสะใภ้ใหญ่ในหมู่บ้านก็ยังนับว่าไม่เลว แต่ผู้ใดให้ปากของไข่ดำทั้งสามได้รสฝีมือของลุงใหญ่กับอวี๋เซ่าชิงเล่า บุรุษใหญ่ทั้งสองจึงเปลี่ยนมาทำอาหารให้พวกเขาทานทุกวัน ไม่น่าแปลกใจที่ทั้งสามคนอ้วนขึ้น
เถี่ยตั้นน้อย เจินเจินน้อย และไข่ดำทั้งสามนั่งล้อมโต๊ะเล็ก ส่วนผู้ใหญ่ก็นั่งโต๊ะแปดเซียน เจียงไห่กับเจียงเสี่ยวอู่ถูกบุรุษในหมู่บ้านเรียกให้ไปหา เดาว่าคงจะไปดื่มกันสักหม้อสองหม้อ
พ่อครัวจวนคุณชายฝีมือทำอาหารไม่เลว ทว่าอาหารที่ท่านพ่อและลุงใหญ่ปรุงนั้นดูเรียบง่ายกว่า ขาหมูไร้กระดูกชามนั้น อร่อยมากจนอวี๋หวั่นแทบรอที่จะกลืนมันเข้าไปทั้งหมดไม่ไหว
ขาหมูไร้กระดูกที่ตุ๋นจนเปื่อย หนังขาหมูสั่นกระเพื่อม ดูแวววาวเป็นมันเงา เด็กๆ ก็ชื่นชอบเช่นกัน เถี่ยตั้นน้อย รู้จักดูแลน้องสาวและหลานชายของเขา เขาคีบหนังขาหมูอันอ่อนนุ่มออกมาและใส่ลงในชามของพวกเขาคนละชิ้น ส่วนกระดูกก็นำมาไว้ในถ้วยของตน เนื้อไม่ติดมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาเช่นกัน
“เอาอีก” เจินเจินน้อยกินหมดแล้วก็ยื่นชามไปให้เถี่ยตั้นน้อย
เถี่ยตั้นน้อยคีบเนื้อขาหมูชิ้นใหญ่ให้นาง ตามด้วยท้องปลาที่แกะก้างแล้วอีกหนึ่งชิ้น “พี่เถี่ยตั้นดีหรือไม่?”
“ดี พี่เถี่ยตั้นดีที่สุด เจินเจินชอบพี่เถี่ยตั้นที่สุด รองลงมาก็คือพี่ใหญ่และพี่รอง” เจินเจินน้อยตอบอย่างคลุมเครือ นางใกล้อายุครบสี่ขวบแล้ว นับวันยิ่งพูดเก่งขึ้น แม้ในบางครั้งที่ทะเลาะกับป้าสะใภ้ใหญ่ นางจะยังสู้ไม่ได้ก็ตาม
ส่วนไข่ดำทั้งสามยังพูดไม่ได้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม [เล่ม2-3]