สิบนาทีต่อมา...
“ว้าว! อาหารน่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ” กมลาบอกหลังจากที่พนักงานยกอาหารมาวางลงบนโต๊ะจนครบ
“รสชาติแซบอย่าบอกใครเลยค่ะ” อังศณาบอกพลางหันไปสะกิดบุตรชายที่เอาแต่จ้องมองบุตรสาวของอีกฝ่ายให้หันมามองตน
“ร้านนี้มีสาขาอยู่เกือบยี่สิบประเทศใช่ไหมคะ” มารียาหันไปมองรอบๆ ร้านอย่างรู้สึกชอบในบรรยากาศและรสชาติของอาหาร
“ใช่จ้ะ เจ้าของร้านก็คือคุณมะลิฉัตร ภรรยาของคุณเลโอนาดท์ คนที่รับอุปถัมภ์สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านเดือนแรม แล้วก็รวมไปถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอีกหลายๆ แห่งจ้ะ” อังศณาบอกพร้อมกับหยิกต้นขาของบุตรชายอย่างรู้สึกอายนิดๆ เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมละสายตาจากสาวเจ้า
“น่าชื่นชมจริงๆ นะคะ” มารียาเคยได้ยินเรื่องราวความรักของเมดสาวที่เป็นเด็กกำพร้ากับมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยระดับโลกมานาน ทั้งจากสื่อไทยและสื่อต่างประเทศที่พากันยกย่องความรักของทั้งสอง ที่แม้ว่าชาติตระกูลและฐานะจะแตกต่างกันมากมาย แต่คุณเลโอนาดท์ก็รักและยกย่องให้เกียรติคุณมะลิฉัตรดุจดังเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์
“ใช่จ้ะ” อังศณาพยักหน้ารับยิ้มๆ
“คุณอังอยากไปบริจาคของให้เด็กๆ และชาวบ้านในพื้นที่ทุรกันดารไหมคะ ดิฉันกับครอบครัวไปกันทุกปีเลยค่ะ” กมลาเอ่ยชวน
“อยากมากๆ เลยค่ะ ดิฉันอยากให้ทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่มีใจ ใฝ่เรียนรู้ ให้ได้ศึกษาต่อ เพื่อที่เขาจะได้เอาวิชาความรู้ไปพัฒนาบ้านเกิดของเขาค่ะ” อังศณาบอกอย่างตื่นเต้น นี่คือสิ่งที่เธออยากจะทำมานาน แต่ติดตรงที่ว่าเมื่อก่อนเธอต้องติดตามสามีเดินทางไปคุยงานที่ต่างประเทศบ่อยๆ จึงไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเช่นในตอนนี้
“งั้นเดี๋ยวทานข้าวเสร็จ เราไปชวนคนอื่นๆ ในแวดวงมาร่วมแบ่งปันสิ่งดีๆ กันไหมคะ” กมลารีบเสนอไอเดียด้วยสีหน้าดีใจ ที่มีคนเห็นชอบและคิดแบบเดียวกัน
“ได้ค่ะ ที่แรกที่เราจะควรเริ่มก็คือร้านสปาที่ไปประจำ” อังศณาบอกพร้อมกับยื่นมือไปรอเพื่อทำสัญญากับเพื่อนร่วมอุดมการณ์
“เยี่ยมเลยค่ะ” กมลายื่นมือไปจับด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
“เอ่อ...งั้นผมขอพาน้องรียาไปช่วยเลือกของขวัญให้กับลูกค้าได้ไหมครับ พอดีไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่” อีเดนที่รอจังหวะจะได้อยู่กับสาวเจ้าแบบสองต่อสองมานาน เอ่ยขึ้นทันใด
“เอ่อ...” มารียาหันมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่ไว้ใจ ‘อีตาบ้านี่ ต้องมีแผนอะไรอีกแน่ๆ’
“ได้จ้ะ” กมลายิ้มอย่างโล่งอก เพราะไม่อยากพาบุตรสาวไปที่สปาด้วยในช่วงที่กำลังเป็นข่าวเลิกกับธันวา
“ดูแลน้องดีๆ นะอีเดน” อังศณากำชับบุตรชาย
“ครับ” อีเดนยิ้มกว้างก่อนจะลงมือทานอาหารต่อด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข ผิดกับมารียาที่ดูจะตึงเครียดขึ้นมานิดๆ เพราะกลัวคนอื่นจะมองไม่ดี เมื่อเห็นเธอเดินไปไหนมาไหนกับอีกฝ่ายในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
หลังจากที่ทานข้าวเสร็จและแยกกับผู้ใหญ่ทั้งสอง อีเดนก็พามารียาเดินตรงไปที่รถแล้วขับออกไปท่ามกลางสายตาของใครหลายๆ คนที่ต่างพากันหันมามองหนุ่มหล่อเจ้าของธุรกิจหมื่นล้านกับสาวสวยที่เป็นหัวข้อข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์วันนี้อย่างสนใจ
“คุณไม่น่าทำแบบนี้เลย” มารียาเอ่ยขึ้นหลังจากที่รถเข้ามาจอดในบ้านหลังหนึ่งที่มีรั้วกั้นขึ้นสูงถึงสองเมตร ทำให้ปิดกั้นการมองเห็นจากด้านนอกโดยสิ้นเชิง
“ผมทำอะไร?” อีเดนเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูรถให้
“ก็ให้ฉันนั่งรถมากับคุณน่ะสิ” มารียาบอกก่อนจะก้าวออกจากรถมาด้วยสีหน้าบูดบึ้งนิดๆ
“ทำไมล่ะ” อีเดนถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“คุณไม่เห็นสายตาของคนที่พากันหันมามองเราเหรอคะ”
“เห็น แต่ไม่แคร์! ผมโสด คุณก็โสด กลัวอะไรล่ะครับ”
“แต่ฉันเพิ่งจะโสดได้ไม่ทันข้ามวันนะ”
“รู้อะไรไหม ผมมีความสุขมากที่เดินไปไหนมาไหนกับคุณได้อย่างเปิดเผยสักที” อีเดนจ้องมองใบหน้างามนิ่ง
“เฮ้อ...” มารียาถอนหายใจพลางหันไปมองความงดงามที่ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้าอย่างรู้สึกอึ้งๆ
“เดือนหน้าเราแต่งกันเลยไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมพาพ่อกับแม่ไปขอ” อีเดนมองบ้านหลังใหม่ที่ทุ่มงบสร้างไปถึงร้อยห้าสิบล้านบาท ก่อนจะหันมาถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“บ้า” มารียาขยับออกห่างคนใจร้อนที่ชอบพูดจาให้เธอรู้สึกอึดอัด
“มันเร็วไปงั้นเหรอ”
“ค่ะ”
“งั้นผมพาพ่อกับแม่ไปขอคุณวันเสาร์ที่จะถึงนี้แล้วกัน”
“ถ้าคุณทำแบบนั้นจริงเราก็จบกันแค่นี้”
“ก็ได้ๆ งั้นคบกันไปก่อนเดือนหนึ่ง เดือนที่สองค่อยไปสู่ขอ เดือนที่สามแต่งเลย” อีเดนกลอกตาก่อนจะเอ่ยเลื่อนเวลา
“ชอบค่ะ แต่ว่ามันหลังใหญ่มากๆ เลย” มารียาหันไปมองรอบๆ อย่างรู้สึกทึ่งๆ
“ก็จะได้มีพื้นที่ให้สมาชิกใหม่วิ่งเล่นได้ยังไงละครับ” คนที่ชอบวางแผนอนาคตบอกยิ้มๆ
“คุณหมายถึง...” มารียาถามค้างไว้อย่างไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
“ก็ลูกของคุณกับผมไง” อีเดนเฉลย
มารียาถึงกับสตั๊นไปสามวิ! ก่อนจะหันไปมองคนที่เดินตามหลังอย่างเต็มไปด้วยคำถาม
“คุณฟังไม่ผิดหรอกรียา ผมว่าจะใช้บ้านหลังนี้เป็นเรือนหอของเรา คุณคิดว่ายังไง?” อีเดนถามความคิดเห็น
“ผมก็คิดอยู่ตลอดเวลาน่ะแหละ ในหัวของผมมีแต่ภาพของคุณในทุกๆ เช้าเต็มไปหมดเลย”
“พระเจ้า คุณ...คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” มารียากลอกตาเพลียๆ
“ผมเหมือนคนบ้างั้นเหรอ?” อีเดนถามด้วยสีหน้าขบขัน
“คุณไม่ได้เหมือน แต่คุณบ้าจริงๆ ค่ะคุณอีเดน” มารียาตอกย้ำให้คนตรงหน้ารู้ตัว
“ฮ่าๆๆ งั้นผมก็คงเป็นคนบ้าที่มีความสุขที่สุดในโลก” อีเดนน้อมรับคำกล่าวหาอย่างเต็มใจ
“เฮ้อ...” มารียาถอนหายใจเพลียๆ
“ผมว่าเราไปดูชั้นบนกันดีกว่า” อีเดนเอ่ยชวนเมื่อเห็นสาวเจ้าหยุดเดินอยู่ตรงบันไดทางขึ้น
“ฉันไม่...” มารียากำลงจะปฏิเสธแต่ก็โดนขัดขึ้นเสียก่อน
“ไหนๆ ก็มาแล้ว ไปดูหน่อยนะคนดี” อีเดนออดอ้อน
“ฉัน...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: อีเดน