"กล่าวลารึ?"เฉินเสียนกล่าวอย่างตกใจ "เจ้าจะไปแล้ว?"
เหลียนชิงโจวยืดตัวขึ้น แล้วตอบ " พ่ะย่ะค่ะ ข้าจักต้องอยู่ห่างจากเมืองหลวงสักระยะ โดยจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้"
"จะไปแห่งหนใด?"
"หาเงิน พ่ะย่ะค่ะ"
"หาเงินที่ไหน?"
"ความลับทางธุรกิจ พ่ะย่ะค่ะ"
เฉินเสียสีหน้าบูดบิ้ง "จากที่ข้าดู การหาเงินนี้เป็นเพียงข้ออ้างใช่หรือไม่ ไม่แน่ว่าอาจจะไปทำเรื่องอะไรที่ไม่ชอบมาพากล"
เหลียนชิงโจวตอบด้วยรอยยิ้ม "องค์หญิง เรือเจียงหนานใกล้จะเสร็จแล้ว จากที่กระหม่อมประเมินดูแล้ว เมื่อกระหม่อมกลับมาเมืองหลวงก็น่าจะสามารถใช้การได้แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นจะขอเชิญองค์หญิงไปขึ้นเรือนะพ่ะย่ะค่ะ"
เมื่อเฉินเสียนได้ฟังอย่างนั้น ก็แย้มยิ้มจนตาหยี่ และตอบว่า "ไปเถอะ ไปเถอะ ตั้งใจหาเงิน ยามกลับมาก็อย่าลืมของฝากข้าเป็นอันขาด"
"พ่ะย่ะค่ะ ในตอนที่กระหม่อมไม่อยู่ ถ้าต้องการสิ่งใด บอกเอ้อร์เหนียงให้ไปเชิญใต้เท้ามาได้"
เมื่อพูดจบและไม่มีอะไรจะพูดอีก เหลียนชิงโจวจึงกล่าวลา "องค์หญิงรักษาตัวด้วย กระหม่อมทูลลา"
เมื่อเขาหันหลังเดินจากไปได้เพียงสองก้าว เฉินเสียนกลับเรียกเขาขึ้นมา พูดอย่างคลุมเครือ "เหลียนชิงโจว ยังไงเจ้าก็มาแล้ว จะไม่ดูเจ้าน่องน้อยหน่อยหรือ"
เหลียนชิงโจวนิ่งไปชั่วขณะ แล้วหันตัวกลับมา มองดูเฉินเสียนนวดมือเจ้าน่องน้อยของเธออย่างเบามือ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ "ท่านชายน้อยช่างน่ารักน่าชัง ชื่อเจ้าน่องน้อย......หรือ?"
"ใช่ เป็นชื่อเล่นที่ข้าตั้งให้เอง"เฉินเสียนพูดพลางมองไปที่เขา "ส่วนชื่อแซ่เต็มๆก็ให้พ่อของเขามาตั้ง"
เหลียนชิงโจวพูดต่อ"นั้นแน่นอนอยู่แล้ว"
"เจ้าอยากอุ้มเขาหรือไม่" เฉินเสียนถาม
เหลียนชิงโจวสะดุ้งตกใจครู่หนึ่งก่อนจะปฏิเสธได้อย่างนอบน้อม "กระหม่อมยังไม่เคยอุ้มทารกมาก่อนเลย เกรงว่าจะไม่ดี รอให้ท่านชายโตอีกหน่อยเถอะพ่ะย่ะค่ะ............"
และไม่รีรอให้เฉินเสียนพูดอีก เขาก็หันหลังเดินจ้ำอ้าวออกจากเรือนไป
เฉินเสียนมองดูเจ้าน่องน้อยของเธออย่างครุ่นคิด เหลียนชิงโจวไม่เข้าใจความหมายที่เธอพูดเหรอ? หรือเธอพูดคลุมเครือเกินไป?
หรือเธอควรถามไปอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า :เขาใช่พ่อของเจ้าน่องน้อยหรือเปล่า?
เมื่ออวี้เยี่ยนเข้ามาเก็บน้ำชา จึงพูดขึ้นว่า "องค์หญิง คุณชายเหลียนได้เตรียมเสื้อผ้าที่เจ้าน่องน้อยจะสวมใส่ไว้เยอะแยะเลยเพคะ มากเสียจนไม่รู้ว่าสิ้นสุดฤดูกาลนี้จะใส่หมดหรือไม่ บ่าวไปดูมาแล้ว ละลานตามากเลยเพคะ"
ที่เหลียนชิงโจวถามกลับมาว่ารู้แล้วเหตุใดถึงถามอีก หรือซูเจ๋อจะเป็นคนส่งมาจริงๆ?
เธอครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ก็ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงยังไม่สามารถสงบได้
เฉินเสียนบอกให้อวี้เยี่ยนพาแม่นมซุยเข้ามา
แม่นมซุยถาม "องหญิงค์เรียกใช้บ่าวหรือเพคะ"
เฉินเสียนพลางส่งเจ้าน่องน้อยให้นางป้อนนม พลางถามอย่างสงสัย "ก่อนที่คุณชายเหลียนจะออกไปได้เตือนข้าว่า หากข้ามีเรื่องอะไรก็ให้เอ้อร์เหนียงไปเชิญใต้เท้าซูมา ข้าถึงได้คิดขึ้นมาได้ว่า ช่วงนี้ซูเจ๋อรับรู้เรื่องราวการเคลื่อนไหวของข้าได้ตลอด หรือเป็นแค่เรื่องบังเอิญ?"
แม่นมซุยตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ "อะ อาจจะเพราะเรื่องบังเอิญเพคะ........."
เฉินเสียนจ้องมองจังหวะการตอบของนาง "เอ้อร์เหนียง ข้าไม่สนว่าใครจะส่งเจ้ามา แต่ตอนนี้เจ้าเป็นคนของข้า ประการแรกเจ้าต้องเชื่อฟังข้า ต่อไปไม่ต้องบอกเรื่องของข้าให้คนนอกรับรู้ อย่าให้ข้าต้องรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง เข้าใจหรือไม่?"
แม่นมซุยตอบด้วยสีหน้าปกติ "หม่อมฉัน ทราบแล้วเพคะ"
เข้าสู่ช่วงฟ้ามืด เหลียนชิงโจวปรากฏตัวในห้องตำราของซูเจ๋อ
หลังม่านไม่ไผ่ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายไม้กฤษณา
ในมือซูเจ๋อกำลังจุ่มพู่กันลงในหมึก เขียนอักษรสองสามตัวลงในกระดาษสา----- เย่เหลียง
เขาวางพู่กันอย่างเงียบๆ และเอ่ยขึ้น "ตอบคำถามของอาเสียนทั้งหมดแล้วหรือไม่?"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...