เหลียนชิงโจวที่อ่อนโยนและสุขุมมาโดยตลอด บัดนี้เขาดูเหมือนว่าสติกำลังจะหลุด ใบหน้าแดงก่ำกัดฟันแน่นพร้อมกับพูดขึ้นว่า : "ข้าเป็นชายแท้ที่ปกติมาก! ไม่เคยมาสถานที่อโคจรแบบนี้!"
เฉินเสียนมองหน้าเขา พร้อมกับพูดขึ้นว่า : "ดูเจ้าสิ ก็ไม่ได้ให้เจ้าเข้าไปทำอะไรเสียหน่อย แค่เริ่มจากการชวนคุยเรื่อยเปื่อย ดื่มน้ำชาด้วยกัน เจ้าตื่นเต้นขนาดนั้นทำไมกัน เจ้าอะนะ เข้มงวดกับตัวเองจนเกินไปแล้ว"
เหลียนชิงโจวกุมขมับ แล้วจึงพูดขึ้นว่า : "มีใครบอกอะไรกับท่านใช่รึเปล่า? ข้าเป็นชายชาตรีแท้ๆ......"
"ช่างเถอะ ถ้าเจ้าไม่สะดวกจะยอมรับ ข้าก็จะไม่บังคับ ถือว่าเข้าไปเป็นเพื่อนข้าคลายเครียดไม่ได้รึไง?"
เมื่อเฉินเสียนหันหน้ากลับไป เธอก็เดินตรงเข้าหอฉู่อวี้ทันที
เหลียนชิงโจวรีบคว้าเธอไว้ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : "ไม่ได้ ข้าเข้าไปในที่แบบนี้ไม่ได้ ท่านก็ยิ่งไม่ได้แล้วใหญ่"
เฉินเสียนหันหน้ากลับมามองเขา เธอหัวเราะอย่างมีเลศนัย แล้วจึงพูดขึ้นว่า : "แน่ใจหรือว่าเจ้าจะไม่ยอมเดินเข้าไปเอง? แล้วยังจะไม่ให้ข้าเข้าไปด้วย?"
"ข้าแน่ใจเป็นที่สุด!"
แต่แล้วจู่ๆ เฉินเสียนก็หักแขนของ เหลียนชิงโจวไขว้หลังเขาอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วอึดใจเขาก็ถูกกดคว่ำลงกับพื้น
เหลียนชิงโจวที่ต่อสู้ไม่เป็น จึงสู้กลับไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
เฉินเสียนพูดกับชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่า : "ไปเรียกหนุ่มๆ มาสักสองสามคน แล้วยกเจ้านี่เข้าไปข้างในด้วย"
เหลียนชิงโจวจึงถูกยกเข้าไปในหอฉู่อวี้โดยปริยาย
หนุ่มหล่อทั้งหลายที่ช่วยยกเขาเข้าไปนั้น ต่างพากันหัวเราะเสียงเบาหยอกล้อเขาเล่น จนทำให้เหลียนชิงโจวขนลุกซู่สะดุ้งไปทั้งตัว สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความหมดอาลัยตายอยาก
เมื่อเข้าห้องไปแล้ว เฉินเสียนได้ให้หนุ่มหล่อสองคนอยู่ปรนนิบัติต่อ
หนุ่มหล่อสองคนนี้ดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอม ทั้งขาวและผิวดี
เพื่อเป็นการลดภาวะตึงเครียดของเหลียนชิงโจว คนหนึ่งจึงไปดีดพิณ ส่วนอีกคนก็ไปชงชา
เฉินเสียนมองเหลียนชิงโจวที่สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ จึงพูดขึ้นว่า : "เจ้าไม่ต้องแสดงแล้ว ข้ารู้รสนิยมของเจ้ามาตั้งนานแล้ว"
เหลียนชิงโจวที่รู้สึกเกลียดเสียยิ่งกว่าอะไรดี : "ท่านไปฟังใครที่ไหนพูดจามั่วซั่วอย่างนี้!"
เฉินเสียนสีหน้าแววตาเรียบเฉย เพียงชั่วพริบตาก็กลับมาสีหน้าปกติ จากนั้นเธอก็ยิ้มขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : "ตอนนี้ไปพูดเรื่องพวกนั้นจะมีประโยชน์อะไร ไหนๆ ก็มาแล้ว ทำตัวให้สนุกดูเป็นธรรมชาติหน่อย อย่ามัวแต่เสียเวลา"
ไม่ว่าเหลียนชิงโจวจะพยายามอธิบายและเกลี้ยกล่อมเธอยังไง เฉินเสียนก็ไม่ยอมเชื่อว่าเขาไม่ชอบผู้ชายจริงๆ
จากนั้นเขาก็จำใจนั่งลง ฟังหนุ่มหล่อดีดพิณอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลางดื่มชาที่หนุ่มหล่อชงให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย นี่ถือว่าเกินคาดแล้ว
เขาสาบานว่าครั้งต่อไปจะไม่มาที่แบบนี้อีก!
แต่เฉินเสียนไม่เหมือนกัน.....เธอถนัดช่ำชอง ชวนหนุ่มหล่อคุยเรื่องชงชาแลกเปลี่ยนความรู้และคุยเรื่อยเปื่อยสัพเพเหระ! แล้วก็ไปชวนหนุ่มหล่ออีกคนคุยเรื่องศิลปะการดีดพิณ การบรรเลงผสานเสียงพิณ
เหลียนชิงโจวมองจนตาแทบเป็นตะคริว พระองค์มาครั้งแรกจริงๆ หรือ! ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าองค์หญิงเป็นแขกประจำของที่นี่นะ!
เหลียนชิงโจวเกรงว่าเขายังไม่ทันจะโบยบิน เฉินเสียนคงโบยบินไปไกลก่อนแล้ว
เขาอาศัยจังหวะออกไปเข้าห้องน้ำ เมื่อออกจากห้องไปแล้ว ก็ได้จ้างคนไปช่วยเขาส่งข่าว
เมื่อเหลียนชิงโจวกลับมาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เพราะไม่รู้ว่าเฉินเสียนไปเรียกหนุ่มรูปหล่องดงาม กิริยาท่าทางอ้อยอิ่งดูไม่เบื่อหน่ายมาถึงสองคน
เฉินเสียนมองพวกเขาแต่ละคนที่หน้าตาดีไม่แพ้กันเลย แล้วจึงพูดขึ้นว่า : "เกรงว่าความงดงามของทั้งเมืองหลวงคงจะมากองรวมกันอยู่ที่หอฉู่อวี้จนหมดแล้ว"
ทำเอาบรรดาหนุ่มหล่อทั้งหลายพากันหัวเราะตลกเบาๆ
เฉินเสียนหันหน้าไปมองเหลียนชิงโจว พูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ : "ทำไมเจ้าไปเข้าห้องน้ำนานขนาดนี้ รีบมาเร็วเข้า"
เหลียนชิงโจวที่ยืนแนบกับประตู ปฏิเสธอย่างจริงจัง : "ไม่ ข้าไม่เข้าไป ข้าขอบอกไว้เลย ท่านอย่ามาทำซี้ซั้วเชียวนะ"
เฉินเสียนเลิกคิ้วขึ้นสูง หัวเราะด้วยความเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็สั่งให้หนุ่มหล่อทั้งสี่จับแขนขาของเหลียนชิงโจว แล้วยกมาไว้ตรงหน้าเธอ
เหลียนชิงโจวทั้งอายทั้งฉุน : "ปล่อยข้านะ! ข้าเป็นชายชาตรีแท้ ไม่ขอคลุกคลีข้องเกี่ยวกับพวกเจ้า!"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...