เฉินเสียนดมกลิ่นยาที่ซูเจ๋อเตรียมไว้ เป็นตำรับยาบำรุงที่สยบอาการครรภ์เป็นพิษจริงๆ เธอดื่มหมดจนไม่เหลือสักหยด
เวลานี้ไม่รู้ว่าซูเจ๋อหยิบยาขี้ผึ้งมาจากที่ใด เขาบีบมันใส่นิ้วมือที่ขาวสะอาดของเขาเล็กน้อย เอ่ยว่า“มุมปากของท่านยังบวมอยู่เล็กน้อย ต้องการประคบเย็นหรือไม่?”
เฉินเสียนส่ายหัว“นอนสักพักหนึ่งก็ดีขึ้นแล้ว”
ซูเจ๋อขมวดคิ้ว เอ่ย“ก็ใช่”ระหว่างที่พูดซูเจ๋อก็โค้งตัวลงมาตรงหน้าของเฉินเสียน ยื่นนิ้วชี้ที่มียามาป้ายข้างปากของเฉินเสียน “อ้าปาก”
เฉินเสียนเหมือนกับเผชิญหน้าอยู่กับศัตรูตัวฉกาจ ขมวดคิ้วพลางเอ่ย“ทำอะไรของท่าน?”
ซูเจ๋อ “ปากด้านในของท่านแตก ข้าจะทายาให้ท่าน”
เฉินเสียนกระตุกที่มุมปาก มองยาขี้ผึ้งที่อยู่บนมือของซูเจ๋อ เอ่ยอย่างเคร่งขรึม“อย่าบอกนะว่าท่านต้องการที่จะเอานิ้วมือของท่านเข้ามาในปากของข้า เพื่อที่จะทายาให้กับข้า?”
ซูเจ๋อทำท่าเหมือนกับย่อมเป็นเช่นนั้น“แล้วทำเช่นนี้ไม่ได้หรือ?”
เฉินเสียนรู้สึกว่า ดวงชะตาของเธอกับชายตรงหน้านี้เข้ากันไม่ได้เลย
เฉินเสียนปฏิเสธอย่างจริงจัง“ข้าไม่ทา”
ซูเจ๋อก็ไม่ได้โมโห แต่เอ่ยว่า “อ้อ ไม่ทาก็ช่างเถิด ”เขายืดตัวลุกขึ้น ผ่านไปครู่หนึ่งก็เอ่ยเตือนเธอด้วยความหวังดี “ท่านรู้หรือไม่ ถ้าหากมีบาดแผลในปากเป็นเวลานานแล้วไม่รักษา มีโอกาสมากที่จะทำให้เป็นแผลเปื่อยร้อนใน”
เฉินเสียน“.…......”
“เป็นแผลเปื่อยร้อนในไม่ง่ายที่จะรักษาหาย กินอาหารก็นำพาซึ่งความสำราญ สัมผัสโดนเล็กน้อยก็เจ็บ”
เฉินเสียนกระดกลิ้นเข้าไปด้านในปากอย่างไม่ตั้งใจ ด้านในนั้นเจ็บจริงๆ พอสัมผัสโดนก็รู้สึกชาแล้ว
ซูเจ๋อเอ่ยอย่างคนใจแคบ“โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัมผัสกับบางอย่างโดยที่ลิ้นควบคุมไม่ได้ เพียงแค่เคลื่อนไหวเสียดสีกัน ยิ่งเสียดสีกันก็ยิ่งเจ็บ”
“ท่านพอได้แล้ว ”เฉินเสียนเอ่ย “ข้าทาด้วยตัวเองได้หรือไม่?”
ซูเจ๋อถาม“เช่นนั้นท่านล้างมือแล้วหรือ?”
เฉินเสียน“........”
ดังนั้นสุดท้ายแล้ว ซูเจ๋อก็ยังโน้มตัวลงมาตรงหน้าเธอ นิ้วมือค่อยๆเชยคางเธอขึ้นแล้วสั่งให้เธออ้าปาก
เฉินเสียนยังรู้สึกมึนงงเล็กน้อย สรุปแล้วเธอยอมจำนนได้อย่างไรกัน?
อาจจะเป็นเพราะว่า .......เป็นแผลเปื่อยร้อนในไม่ดีจริงๆ อีกทั้งเธอก็ยังไม่ได้ล้างมือจริงๆ......
เธออ้าปากเล็กน้อย ซูเจ๋อยื่นมือเข้าไปภายในช่องปากของเธอ สัมผัสกับปากด้านใน ยาขี้ผึ้งถูลงบริเวณที่เป็นบาดแผล ทั้งเบาทั้งคัน
เขาใช้สองมือคลุกเคล้ายาให้เข้ากัน กลิ่นของยาผ่านประสาทสัมผัสโชยเข้ามาในจมูก
เฉินเสียนทำท่าทางหมดอาลัยตายอยากอยู่อย่างนั้น หันหน้าไปมองใบหน้าของซูเจ๋อเล็กน้อย
เขาก้มหน้าลง ใบหน้าทั้งสองห่างกันไม่มาก ลมหายใจรดผ่านใบหน้าของเธอ ราวกับขนนกที่เบาหวิวและกลิ่นอายบนตัวของเขาที่มีความเฉพาะตัว
ใบหน้ากับท่าทางที่สง่างามบนตัวเขานั้นไม่มีอะไรที่ไม่สอดคล้องกันเลย
ทันใดนั้นซูเจ๋อเอ่ยเสียงเบาว่า“อาเสียน เคยคิดว่าข้าดูดีกว่าฉินหรูเหลียงหรือไม่?”
เฉินเสียนตอบอย่างไม่คิดว่า“ท่านเอาตัวเองเปรียบเทียบกับฉินหรูเหลียง ไม่รู้สึกว่าลดฐานะตัวเองหรอกหรือ?”
ซูเจ๋อชะงักงัน หลังจากนั้นยิ้มออกมา ทั้งห้องเต็มไปด้วยความสว่างไสว
“ต่อไปอย่าเรียกข้าว่าอาเสียน ข้ากับท่านไม่ได้สนิทกันปานนั้น”
ซูเจ๋อสบตาเธออย่างอ่อนโยน เฉินเสียนถูกสายตาลึกซึ้งของเขาจ้องมองราวกับท้องนภาทำให้ใจสั่นไหว
แววตาที่อ่อนโยนของเขา จ้องมองอยู่ที่ริมฝีปากแดงอวบอิ่มของเธอชั่วขณะ จากนั้นเอ่ย“เมื่อก่อนพวกเราไม่สนิทกันหรือ ไม่เห็นเป็นไรเลย ต่อไปก็ค่อยๆสนิทกันได้”
เขาดึงนิ้วมือออก ยืดตัวขึ้น เช็ดน้ำลายที่อยู่บนนิ้วมือออก ท่าทางของเขายังคงสง่างามเหมือนเดิม
เฉินเสียนมีความรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ราวกับเธอเป็นเหยื่อที่กำลังถูกจับตามอง
“ท่านพักผ่อนเถิด เวลาล่วงเลยมามากแล้ว”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...