เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 100

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

ในคืนนั้นหลิวอวิ๋นเซียงอยู่พักค้างคืนในที่พักของชวีโม่หราน

จนกระทั้งในวันรุ่งขึ้นใกล้เวลาเที่ยงวัน หลิวอวิ๋นเซียงก็รู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นบ้างแล้ว จึงได้ขึ้นรถม้ากลับจวน

รถเพิ่งขับหน้าถึงหน้าประตูจวนเอง ลี่เหนียงก็พยุงตัวฮูหยินเฒ่ารีบรอบเดินออกมา คนหนึ่งร้องไห้จนตาบวมไปหมด ส่วนอีกคนหนึ่งก็ตกใจจนค่ำไม้เท้าเอาไว้ไม่อยู่

“บ้านเจ้าสาม เจ้ากลับมาได้เสียที!”

ฮูหยินเฒ่ากระโจนตัวเข้าใส่หลิวอวิ๋นเซียง โชคดีที่จิ่นเยียนรีบเข้ามาประคองไว้ได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงจะชนเข้ากับหลิวอวิ๋นเซียงไปแล้ว จิ่นเยียนขวางฮูหยินเฒ่าเอาไว้ได้ แต่ขวางลี่เหนียงไว้ไม่ได้ นางกระโจนลงไปคุกเข่าลงตรงหน้าหลิวอวิ๋นเซียง

“ฮูหยิน ท่านจะต้องช่วยนายท่านสามนะ!”

หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกมึนงงไปหมด “เขาไม่ได้ไปขุดทางหรอกหรือ?”

“เหยียนมู่เจ้าคนสารเลวนั้น เขาต้องการจะฆ่าเจ้าสาม!” ฮูหยินเฒ่าพูดอย่างร้อนใจ

หลิวอวิ๋นเซียงยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่แล้ว “เพราะเหตุอันใดหรือ?”

“เดิมที...” ฮูหยินเฒ่ากำลังจะอ้าปากพูด แต่เมื่อเห็นว่าที่หน้าประตูจวนมีคนเดินผ่านไปมาพลุกพล่าน นางจึงรีบพูดเบาๆ ว่า “พวกเราเข้าไปคุยข้างในกันดีกว่า”

เมื่อมาถึงที่เรือนหน้า จิ่นเยียนก็ยกเก้าอี้มาหนึ่งตัว ฮูหยินเฒ่าคิดว่าเก้าอี้นั้นยกมาให้นางจึงใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินไป แต่กลับเห็นจิ่นเยียนพยุงตัวหลิวอวิ๋นเซียงให้นั่งลง

สีหน้าของนางมืดมนลงทันที แต่เพราะมีเรื่องจะขอร้องหลิวอวิ๋นเซียง จึงไม่สามารถระเบิดอารมณ์ใส่ได้จึงหันไปตวาดใส่ลี่เหนียงแทน“ไม่รู้กาลเทศะสักนิด ยังไม่รีบไปเอาเก้าอี้มาอีก!”

ลี่เหนียงไม่กล้าพูดอะไร นางรีบเช็ดน้ำตาแล้วเดินไปอย่างรวดเร็ว

เก้าอี้ถูกยกมาให้แล้ว ฮูหยินเฒ่าจึงนั่งลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“เกิดเรื่องกับสามีของเจ้าแล้ว แต่เจ้ากลับไปเที่ยวเล่นสนุกสนานอยู่ข้างนอก เป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็ควร...”

ฮูหยินเฒ่ายังไม่ทันได้พูดจบ ก็เห็นหลิวอวิ๋นเซียงอ้าปากหาว

“แม่นาง ยังไงก็พวกเรากลับห้องไปพักผ่อนกันก่อนเถอะเจ้าค่ะ เมื่อคืนท่านก็ไม่ได้นอนอย่างเต็มอิ่ม” จิ่นเยียนกล่าว

หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “ง่วงนอนมากแล้วจริง ๆ”

ฮูหยินเฒ่าได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจขึ้นมา นางกลัวว่าหลิวอวิ๋นเซียงจะไม่สนใจ จึงรีบพูดขึ้นทันทีว่า “เมื่อคืนมีกลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งบุกสังหารพวกขุนนางที่ขุดถนนอยู่นอกเมือง มีคนตายไปไม่น้อย แม้เจ้าสามจะไม่เก่งวิทยายุทธ์ แต่ก็พยายามต่อสู้อย่างเต็มที่แล้ว แต่พอรุ่งเช้าของวันถัดมาเหยียนมู่เจ้าคนสารเลวคนนั้นกลับจับตัวเขาเอาไว้ และกล่าวหาว่าเขาหนีการปฏิบัติในหน้าที่ต้องถูกลงโทษตามกฎระเบียบของทหาร บ่าวในบ้านรีบกลับมารายงานที่จวนแต่เจ้ากลับไม่อยู่ที่จวน แล้วจะให้หญิงแก่ๆคนหนึ่งอย่างข้าทำอย่างไรได้”

หลิวอวิ๋นเซียงหรี่สายตาลง หนีก็คือหนี มีคนจับตาดูอยู่ตั้งมากมาย หากเหยียนมู่จะทำอะไรก็คงไม่สามารถใส่ความเขาได้หรอก

“ท่านแม่ ท่านจะให้ข้าที่เป็นหญิงที่แต่งงานแล้วไปช่วยเขาอย่างไรงั้นหรือ?”

“เจ้าพูดแบบนี้ได้ยังไง เขาเป็นสามีของเจ้า เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้า ถึงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของเจ้าก็ควรจะช่วยเขา”

“เช่นนั้นท่านก็เตรียมผ้าขาวมาให้ข้าสักผืนได้เลย ข้าผูกคอตายไปเลยจะได้จบ ๆ ไป”

“เจ้า!” คำพูดของหลิวอวิ๋นเซียงทำให้ฮูหยินเฒ่าถึงกับพูดไม่ออกไปเลย ผ่านไปครู่หนึ่งถึงตั้งสติกลับมาได้ “เรื่องที่จะจับไปหรือปล่อยออกมา หรือกระทั่งที่จะลงโทษสถานเบาหรือหนักนั้น ไม่ใช่ว่าเหยียนมู่พูดออกมาเพียงคำเดียวหรอกหรือ เจ้า...เจ้าลองไปขอร้องเขาดูหน่อยสิ บางทีเขาอาจจะรับฟังเจ้าก็ได้”

“หลังจากนั้นท่านก็จะด่าว่าข้าว่าไม่รู้จักมียางอาย ไปยั่วยวนผู้ชายคนอื่นอย่างงั้นสิ?”

หากนี่ไม่ใช่การกระทำที่ดูถูกเหยียดหยามแล้วจะเรียกว่าอะไรได้

แน่นอนว่าหลิวอวิ๋นเซียงไม่ได้รู้สึกเห็นใจเซี่ยจื่ออันแต่อย่างใด เพียงแค่พูดความจริงออกไปเท่านั้น

เหยียนมู่ยังคงถือพลั่วไว้ในมือและดูท่าว่าจะขุดมาอยู่นานพอสมควรแล้ว เพราะใบหน้ามีเหงื่อออกชุ่มไปทั่วหน้า และหยาดเหงื่อก็หยดไหลมาตามแก้มลงมาที่ลูกกระเดือก เมื่อประกอบกับใบหน้าที่งดงามราวกับหยกของเขาแล้วกลับไม่ได้ดูสกปรกเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันดูเหมือนกับดอกบัวที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำเสียมากกว่า ดูบริสุทธิ์งดงามไม่มีพิษไม่มีภัย มีกลิ่นหอมๆแผ่ขจรออกมาอย่างน่าหลงใหล

แต่ทว่าเขากลับเหลือบมองนางด้วยหางตาและก็ยกปากยิ้มเล็กน้อย ท่าทางเต็มไปด้วยความกวนประสาทและเย้ยหยันอย่างเห็นได้ชัด

“ที่บ้านเจ้าไม่มีผู้ชายคนอื่นแล้วหรือ? ถึงต้องให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอย่างเจ้าต้องโผล่หน้าออกมา?”

หลิวอวิ๋นเซียงหายใจเข้าลึก ๆ เขาไปกินรังแต่ที่ไหนมา คนที่ควรจะโกรธควรเป็นนางต่างหากไม่ใช่หรือ!

“ใต้เท้าเหยียน เหตุใดท่านถึงต้องทำให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอย่างข้าต้องลำบากใจขนาดนี้ด้วยหรือ?”

เหยียนมู่หรี่สายตาลงและกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “เลือดของเจ้ายังไหลไม่เยอะพอใช่ไหม ถึงได้ยังมีแรงมาขอความเมตตาให้เขาอีก!”

ใบหน้าของหลิวอวิ๋นเซียงปรากฏสีหน้าที่เหนื่อยล้าเต็มทนออกมา “ข้าไม่มีแรงเหลือแล้วจริง ๆ”

“เจ้าแกล้งสำออยต่อหน้าข้าให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ”

“เป็นความจริง”

เหยียนมู่พยายามหายใจเข้าลึก ๆ “เจ้าต้องการขอร้องให้เขาให้ได้งั้นหรือ?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน