เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 104

“รีบลองสวมเร็วเข้าเถอะ เวลากระชั้นชิดอยู่แล้ว ทั้งยังใช้ชุดสำเร็จรูปจากร้านผ้าไหมอีก มันต้องใส่ไม่พอดีแน่ๆ ต้องตัดให้เล็กลงหรือเพิ่มให้ใหญ่ขึ้นจะได้แจ้งช่างตัดเสื้อให้รีบแก้ไข”

“ขอแค่ใส่ได้ก็พอ”

“เจ้าเจ็ด หละหลวมเกินไปแล้ว”

“เหอะ แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร”

จู้ชิงจยาถอนหายใจพลางทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เหยียนมู่ “คดีของรัชทายาทผู้ถูกปลดไม่เพียงแต่ทำให้เหล่าตระกูลขุนนางขุ่นเคือง แต่ยังทำให้ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยเจ้าอีกด้วย พ่อบุญธรรมให้เจ้าแต่งงานกับหยวนชิงเย่ว์ เป็นเพราะประการแรกเพื่อปิดปากตระกูลขุนนางเหล่านั้น ถือเป็นคำตอบที่ดีสำหรับคดีจวนเหวินชางปั๋ว ประการที่สองคือนี่เป็นไปตามพระประสงค์ของฮ่องเต้ หมาป่าตัวเดียวอาจจัดการยากแต่ถ้ามันมีครอบครัวจะกลายเป็นเรื่องง่ายทันที”

“หากไม่ใช่เพราะข้า เมืองหลวงคงตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย บางทีสายลับเป่ยจินอาจบุกรุกเข้ามาได้แล้ว!”

“เจ้าเจ็ด เบาเสียงลงหน่อย!”

เหยียนมู่จึงได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆ “ข้าช่วยเขารักษาความมั่นคงของแคว้นนี้ แต่กลับปฏิขัติต่อข้าเหมือนเป็นลูกหมาป่า”

“เขาใช้งานเจ้า นั่นเป็นเพราะความระแวดระวัง พ่อบุญธรรมเคยวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียให้เจ้าฟังแล้ว ทำไมต้องมาโกรธเพลานี้ด้วย”

“เอาเถิด เลิกบ่นเสียที!”

“เช่นนั้นก็รีบลองสวมดูสิ!”

เมื่อหลิวอวิ๋นเซียงเดินออกจากร้ายขายเสบียง ผ่านไปทางร้านผ้าไหม นางก็นึกอะไรบางอย่างออกและดึงตัวจิ่นเยียนเข้าไปข้างใน

“ข้าอยากซื้อผ้าฝ้ายนุ่มๆ มาทำเสื้อผ้าให้ลูกๆ น่ะ”

“เพิ่งสี่เดือนเองนะเจ้าคะ”

“ข้ากลัวว่าต่อไปจะไม่มีแรงลุกมาทำเรื่องแบบนี้น่ะสิ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จิ่นเยียนจึงเริ่มตาแดงก่ำ

สุขภาพของฮูหยินแย่ลงเรื่อยๆ นางไม่กล้าจินตนาการเลยว่าหากผ่านไปอีกเดือนสองเดือนจะเป็นอย่างไร

เสมียนคนหนึ่งจึงนำผ้าฝ้ายมาให้ เมื่อหลิววิ๋นเซียงสัมผัสผ้านุ่มๆ นางจึงสั่งเพิ่มอีกหนึ่งจั้ง พอหันไปเห็นผ้าไหมอีกด้าน จึงเกิดความคิดอยากทำเสื้อผ้าให้ลูกได้ใส่ตอนโต

เผื่อนางจากไปแล้ว แต่ความคะนึงหาจะยังคงอยู่

ขณะที่กำลังเลือกดูผ้าอยู่นั้น โจวหลี่ไหวก็เดินเข้ามา

และตกตะลึงครู่หนึ่งเมื่อชนเข้ากับหลิวอวิ๋นเซียง

“ฮูหยิน เหตุใดท่านถึง...อยู่ที่นี่”

หลิวอวิ๋นเซียงเผยยิ้ม “ต้องมาเลือกซื้อเสื้อผ้าน่ะสิ หมอหลวงโจวก็เช่นกันหรือ”

“เอ่อ ข้าเอง...ก็เช่นกัน” โจวหลี่ไหวตอบพร้อมกับเกาศีรษะเบาๆ

หลิวอวิ๋นเซียงมองโจวหลี่ไหวและคิดว่าเขาดูท่าทางแปลกพิกลนัก ขณะที่องครักษ์ซึ่งยืนเฝ้าห้องทิศตะวันตกก้มหน้าทำความเคารพเขา

โจวหลี่ไหวจึงเดินไปทางห้องทิศตะวันตกอย่างกล้าหาญ เมื่อเปิดม่านออกก็พบกับเหยียนมู่ที่กำลังสวมชุดแต่งงาน และรอให้ช่างตัดเสื้อวัดตัวอย่างเงียบขรึม

เมื่อม่านถูกเปิดออก เหยียนมู่มองเห็นหลิวอวิ๋นเซียงที่อยู่ข้างนอก ส่วนหลิวอวิ๋นเซียงก็เห็นเขาเช่นกัน

ทั้งสี่มองหน้ากันและกัน โดยไม่อาจบรรยายความรู้สึกในเพลานั้นได้ ก่อนที่ม่านจะค่อยๆ ปิดลงอีกครั้ง

“เจ้าเจ็ด ข้าจะบอกให้นะ…”

โจวหลี่ไหวเงยหน้ามองเหยียนมู่ที่จ้องตรงไปที่ประตู “ใครให้เจ้าเปิดม่าน”

เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าหากเหยียนมู่เป็นห่วงหลิวอวิ๋นเซียงจริงๆ แค่ใช้วิธีการบางอย่างทำให้นางกับเซี่ยจื่ออันหย่าร้างกันและเอานางมาซ่อนไว้ หรือแต่งงานกับนางก็ได้ หรือว่าเหยียนมู่ยังสนใจในชื่อเสียงอยู่?

เขาคิดว่านั่นเป็นเพราะเขาไม่ได้ใส่ใจ ต่อให้นางกำลังตั้งท้องลูกของเขา แต่เขาก็เก็บมาใส่ใจอยู่ดี

ความโกรธนี้ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด!

“เลิกลีลาเสียที เกิดอะไรขึ้นกันแน่” จู้ชิงจยาถามโจวหลี่ไหวพร้อมกับเตะไปครั้งหนึ่ง

“พี่ชาย ข้าเจ็บนะ!”

“พูดมาเร็วเข้า!”

โจวหลี่ไหวลูบจมูกพร้อมกับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นว่า “สนมเสี่ยวจินเฟยกำลังตั้งครรภ์”

จู้ชิงจยา : “...”

โจวหลี่ไหวเห็นจู้ชิงจยาทำท่าราวกับถูกฟ้าผ่า อ้าปากค้างอย่างทำอะไรไม่ถูก

เมื่อหันไปมองเหยียนมู่อีกครั้ง ก็พบว่าเขากำลังยิ้มกว้าง ใครก็ตามที่รู้จักเขาเป็นอย่างดีจะรู้ว่าทุกครั้งที่ยิ้มเช่นนั้น นั่นแปลว่าเขากำลังโกรธ

แต่จะทำอะไรได้ สุดท้ายแล้วสนมเสี่ยวจินเฟยเป็นสนมของฮ่องเต้ ไม่ใช่น้องหญิงตัวน้อยที่คอยวิ่งตามพวกเขาอีกแล้ว

“นางเลือกให้ข้าเป็นคนตรวจชีพจรผิงอันนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”

จู้ชิงจยาถอนหายใจ “ทั้งการตั้งครรภ์ของนางกับงานแต่งของเจ้าล้วนแต่เป็นเรื่องมงคล ดี ดีมาก”

โจวหลี่ไหวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นเมื่อเห็นท่าทางเศร้าหมองของเหยียนมู่ ทว่าจู่ๆ ผ้าม่านก็เปิดออก โดยมีหลิวอวิ๋นเซียงเดินเข้ามา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน