“ฮูหยินสาม นี่ท่าน…”
เขารีบขยิบตาส่งสัญญาณให้หลิวอวิ๋นเซียง ว่าไม่ควรยั่วยุเจ้าเจ็ดในเพลานี้ดีกว่า
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้าให้โจวหลี่ไหวด้วยรอยยิ้ม ก่อนมองไปที่เหยียนมู่ “ข้าได้ยินมาว่าใต้เท้าเหยียนกำลังจะแต่งงานวันมะรืนนี้ ข้าคงไม่อาจไปร่วมงานเลี้ยงได้ ในเมื่อบังเอิญเจอกันที่นี่แล้ว ข้าขออวยพรให้ใต้เท้าเหยียนกับแม่นางหยวนมีความสุขมากๆ”
เหยียนมู่ในชุดแต่งงานซึ่งทำให้ใบหน้าประณีตงดงามยิ่งกว่าเจ้าสาว แสงสีแดงที่สะท้อนในดวงตาของ หลิวอวิ๋นเซียงทำให้แสบร้อนดวงตาไปหมด
ชาติก่อน นางตั้งตารอให้เขาขอแต่งงาน ตั้งตารอที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของจวนเหยียน หวังว่าจะได้เป็นภรรยาของเหยียนมู่ แต่ก็ไม่ได้สมหวัง
ส่วนในชาตินี้นางไม่ตั้งตารอ มีเพียงความรู้สึกผิดหวังเล็กๆ น้อยเท่านั้น
เหยียนมู่เงยหน้าขึ้นมองอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมกระตุกมุมปาก “ฮูหยินสามเกรงใจเกินไปแล้ว”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้ารับ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
โจวหลี่ไหวส่งหลิวอวิ๋นเซียงออกไปได้เพียงสองก้าว พอหันกลับมาจึงเห็นว่าเจ้าหมอนั่นบีบถ้วยชาในมือจนแตกละเอียดไปแล้ว ท่าทางดุร้ายนั้นราวกับเขาอยากสังหารทุกคนตรงหน้าให้หมด
หลังจากออกมาจากร้านผ้าไหม หลิวอวิ๋นเซียงก็มองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา หลังจากเหตุการณ์อดอยากยากไร้ครั้งนั้น รอยแผลจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ต่อให้ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเมื่อก่อน แต่ทุกอย่างค่อยๆ ฟื้นตัวมากขึ้นแล้ว
“นานๆ ได้ออกมาสักครั้งหนึ่ง พวกเราไปเดินเล่นกันเถอะ”
จิ่นเยียนสังเกตเห็นว่าหลิวอวิ๋นเซียงดูไม่ได้โศกเศร้ามากนัก นางจึงรู้สึกเบาใจ
“ที่ตลาดคนเยอะมาก กลับจวนกันเถอะเจ้าค่ะ”
หลิวอวิ๋นเซียงรีบดึงแขนของจิ่นเยียนและพูดต่อไปว่า “แต่ข้ายังอยากเดินเที่ยว ให้ข้าได้เห็นเมืองที่คึกคักนี้ออีกสักหน่อยสิ”
จิ่นเยียนหันกลับไปประคองหลิวอวิ๋นเซียงอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าค่ะ ตามใจท่าน”
ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนแต่งดงามนัก หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกอาลัยอาวรณ์กับมันมาก ทว่าอันที่จริงเมื่อเดินไปได้สักพัก นางก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยแล้ว พอดีเดินไปเจอกับร้านขายหมึก นางจึงดึงตัวจิ่นเยียนเข้าไปซื้อแท่นฝนหมึกดีๆ ชิ้นหนึ่ง
หลังจากจ่ายเงินเสร็จ สองนายบ่าวพากันเดินออกมาจากร้านขายหมึก
เมื่อเดินผ่านตรอกซอกซอย ไม่นานก็ไปถึงด้านนอกบ้านพักของลู่ฉางอัน
ลู่ฉางอันออกมาจากเรือนหลักเพื่อต้อนรับ เขาเดินเข้าไปทำความเคารพหลิวอวิ๋นเซียง นางจึงส่งมอบของขวัญคืนให้กับเขา
หลังจากพูดคุยกันสักพัก ลู่ฉางอันก็เอ่ยขึ้น “ปีนี้จะมีการสอบเอินเคอ ข้าตั้งใจร่วมเข้าสอบด้วย”
หลิวอวิ๋นเซียงหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ ในสายตาของคนนอก ลู่ฉางอันถือเป็นทายาทที่ถูกต้องและสามารถขึ้นครองบัลลังก์ได้ แต่นางรู้ดีว่าสถานการณ์ของเขายากลำบากมาก เหมือนกับการเล่นหมากรุก ทางของเขาถูกปิดล้อมไว้หมดแล้ว มีเพียงการสอบเอินเคอเท่านั้นที่จะฝ่าวงล้อมออกไปได้
“หัวใจไม่ท้อถอยของซื่อจื่อช่างน่าชื่นชมจริงๆ”
ลู่ฉางอันหัวเราะ “ฮูหยินสามรู้หรือไม่ว่าประโยคก่อนหน้าของวลีนี้คืออะไร”
“ตกอยู่ในความยากลำบาก”
ลู่ฉางอันสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นจึงพยักหน้ารับ “ตกอยู่ในความยากลำบาก หัวใจไม่ท้อถอย”
“ซื่อจื่อจะต้องได้พบกับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน”
“ข้าเพียงหวังว่าชีวิตจะไม่สูญเปล่า”
หลิวอวิ๋นเซียงยื่นกล่องสี่เหลี่ยมให้กับเขา “เช่นนั้นถือว่านี่เป็นพรจากข้า”
ทันทีที่จิ่นเยียนพูดจบ ประตูลานบ้านก็ส่งเสียงดังทันที
หลิวอวิ๋นเซียงให้จิ่นเยียนประคองขึ้นมาจากเตียง สวมเสื้อคลุมและออกไปที่ลานบ้าน ประตูลานบ้านเปิดออกโดยมีอวี้เหลียนรีบวิ่งเข้ามา
“ฮูหยินสาม ฮูหยินเฒ่าอยากให้ท่านรีบไปที่บ้านรองประดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
“นายท่านรองทะเลาะกับภรรยา ให้ข้าไปทำอะไร” หลิวอวิ๋นเซียงถามอย่างติดตลก
“นายท่านรองดื่มจนเมาแล้วไปฆ่าคนเจ้าค่ะ!”
“ฆ่าใคร”
“ทะ... ท่านตุลาการเหยียน”
หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้วแน่น “มีใครห้ามไว้หรือเปล่า”
“ไม่มีเจ้าค่ะ มีเด็กรับใช้สองสามคนตามไป แต่ถูกนายท่านรองสะบัดออกมา เขาออกจากจวนไปแล้วเจ้าค่ะ”
หลิวอวิ๋นเซียงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนให้จิ่นเยียนพาไปที่ลานหน้าบ้าน
ณ ลานหน้าบ้าน ฮูหยินรองทรุดนั่งอยู่ที่พื้นด้วยผมเผ้ายุ่งเหยิง มีรอยฟกช้ำบนใบหน้า นางคงถูกนายท่านรองทำร้ายมา บัดนี้จึงนั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้นด้วยท่าทางโง่เขลา มีเพียงน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม โดยไร้เสียงร้องไห้
ฮูหยินเฒ่าเอาแต่เดินไปรอบๆ เป็นวงกลม มองไปยังประตูเป็นครั้งคราว “เจ้ารอง เจ้ากำลังทำให้แม่เป็นห่วง!”
หลังจากรู้สึกเสียใจกับบุตรชาย นางก็อดหันไปต่อว่าเซวียซื่อไม่ได้ “เจ้านั่นแหละเอาแต่โวยวายเสียงดัง หากลูกชายคนรองของข้าเป็นอะไรไป ข้าคงไว้ชีวิตเจ้าไม่ได้!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน