เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 107

หลิวอวิ๋นเซียงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น

“ทำไมทุกคนบนถนนถึงรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”

“ไม่รู้เจ้าค่ะ แต่พรุ่งนี้เขาจะแต่งงานแล้ว แต่หมดสติอยู่อย่างนี้ บ่าวเกรงว่า...”

หลิวอวิ๋นเซียงยิ่งขมวดคิ้วแน่นมากขึ้นพร้อมกับครุ่นคิด

ทุกคนในจวนโหวต่างพากันอกสั่นขวัญแขวน แต่เมื่อรอแล้วรอเล่า ฝ่าบาทยังไม่รับสั่งให้ทางการมาจับตัวพวกเขา ในที่สุดจึงถอนหายใจกันอย่างโล่งอก

“ข้าคิดว่าฝ่าบาททรงให้คนตรวจสอบว่าเหตุใดเจ้ารองจึงลงมือสังหารเหยียนมู่ ไม่มีใครทนรับความอัปยศอดสู้เช่นนั้นได้ บางทีพระองค์อาจคิดว่าเหยียนมู่สมควรตาย จึงไม่ใส่พระทัยในเรื่องนี้” นางกล่าวกับทุกคนด้วยความโล่งใจ

แต่คำพูดนั้นของนางกลับทำให้ใบหน้าของเซี่ยจื่ออันดูน่าเกลียดเล็กน้อย

เขากัดฟันพลางพูดด้วยความโกรธ “ไม่มีใครทนเรื่องแบบนี้ได้หรอก! ข้าก็เหมือนกัน ข้าอยากขับไล่หลิวอวิ๋นเซียงออกไปประเดี๋ยวนี้เลย!”

ฮูหยินเฒ่ารู้สึกยินดีในใจ นางเองก็อยากขับไล่คนไม่เชื่อฟังอย่างหลิวอวิ๋นเซียงที่ออกไปจากจวนนี้เต็มทนแล้ว

ทว่ายังไม่ใช่เพลานี้

ฮูหยินเฒ่าจึงตบไหล่เซี่ยจื่ออันอย่างปลอบใจ “รอให้เจ้าสารเลวนั่นตายไปก่อน นางไร้ที่พึ่งพาเมื่อใด ข้าจะขับไล่นางออกไป เพลานี้ปล่อยให้นางจมทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่ไปก่อน”

เซี่ยจื่ออันรู้สึกกลัวเหยียนมู่ไม่น้อย ดังนั้นเขาจะกล้าทำเรื่องนั้นได้อย่างไร

ทำให้เขาเริ่มรู้สึกเสียใจที่พูดออกไปเมื่อครู่ และบัดนี้คือเวลากลับลำที่ดีที่สุด “เช่นนั้นข้าจะเชื่อฟังท่านแม่”

ทันทีที่สองแม่ลูกคุยกันจบ คนจากในวังก็มาถึงจวน!

ขันทีทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนพูดต่อไปว่า

“ท่านหัวหน้าของเรามีบุตรชายหลายคน แต่คนที่โปรดปรานมากที่สุดยังคงเป็นนายท่านเจ็ด”

พูดจบ สองแม่ลูกก็เริ่มตัวสั่นสะท้าน

ขันทียังคงยิ้มและพูดต่อไป “ทางจวนได้เตรียมธงขาวไว้แล้วหรือยัง”

ฮูหยินเฒ่าเช็ดเหงื่ออย่างร้อนรน “นี่มัน...”

“หากจวนเหยียนนำธงขึ้นแขวนแล้ว จวนของพวกท่านก็ต้องนำแขวนเช่นกัน แต่จวนนี้มีคนเยอะ อาจต้องเตรียมให้มากหน่อย”

สิ้นเสียงของขันที ฮูหยินเฒ่าจึงทรุดลงกับพื้นอย่างหวาดกลัว

“เหตุใดเพลานี้ไปไม่จุดธูปขอพรให้นายท่านเจ็ดหายดีล่ะ” ขันทีพูดด้วยรอยยิ้มพลางมองไปรอบๆ อีกครั้ง “จริงสิ จวนฮูหยินสามอยู่ที่ใดหรือ”

เซี่ยจื่ออันกลืนน้ำลายพร้อมบอกกับเด็กใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ “เร็วเข้า รีบพาเขาไปหาฮูหยินสาม”

ในอีกด้านหนึ่ง หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกไม่สบายจึงเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในจวนโหว

ทว่าคืนนั้นนางกลับนอนไม่หลับไม่สนิท รู้สึกราวกับนอนอยู่ในรถม้ามากกว่าบนเตียง

แต่นางก็ง่วงนอนมากจนลืมตาไม่ขึ้น

นางตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงตีฆ้องตีกลอง เมื่อลืมตาขึ้นจึงเห็นผ้าม่านสีแดงสดใสแขวนอยู่เหนือเตียง ทำให้นางตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองผ้าไหมสีแดงที่แขวนอยู่รอบๆ ห้อง

นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของนาง

“จิ่นเยียน!” นางรีบตะโกนอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับของผู้ใด

เพลานี้ข้างนอกกำลังคึกคักสนุกสนาน และมีเสียงคนตะโกนขึ้นว่า “ขบวนแต่งงานมาถึงแล้ว!”

หลิวอวิ๋นเซียงส่ายหน้าอย่างมึนงง แต่นางไม่ได้ฝันอยู่

นางพยายามขยับขาลงจากเตียงและลุกขึ้นเดินออกไป

เมื่อไปถึงประตูห้อง นางก็มองจากรอยแยกของประตูออกไป เห็นวานลานบ้านกำลังมีงานรื่นเริงและมีคนมากมาย ทว่าในบรรยากาศที่สนุกสนานเช่นนี้ คนเหล่านั้นกลับไม่ค่อยยิ้มแย้มแจ่มใส

มีเสียงแตรดังขึ้นอีกครั้ง เสียงประทัดดังขึ้นนัดแรก ขบวนแต่งงานก็เข้ามาในประตูใหญ่ ลานบ้านจึงเต็มไปด้วยผู้คนและมีเกี้ยวแต่งงานจอดอยู่ข้างหน้า

ฝูงชนส่งเสียงพึมพำขณะที่แม่สื่อกำลังพูดอะไรบางอย่าง จากนั้นจึงเปิดม่านต้อนรับเจ้าสาวที่เพิ่งแต่งงานเข้าไปในห้องตะวันออก

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน