เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 114

คำถามของไทเฮายังคงก้องอยู่ในหู: เจ้าเกลียดชังเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงกับยอมให้ลูกของเขาไปใช้แซ่ผู้อื่น ไม่ยอมรับเขาไปชั่วชีวิต?

นางตอบกลับไปว่า: หม่อมฉันมิได้เกลียดชังเขา แต่ลูกของหม่อมฉันจะสามารถใช้แซ่เหยียนอย่างสง่างามได้หรือเพคะ?”

หากลูกของนางใช้แซ่เหยียน จะสามารถดำเนินชีวิตอย่างร่มเย็นเป็นสุข บนเส้นทางที่ราบเรียบได้หรือ?

ไทเฮาผู้สูงศักดิ์และทรงเกียรติ นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนแม้แต่นางก็มิอาจให้คำมั่นสัญญาใด ๆ แก่นางได้

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดไทเฮาก็ถอนหายใจ “ข้าอนุญาต”

แล้วจึงกล่าวอย่างครุ่นคิดว่า “เช่นนี้ก็คงจะเป็นการดีกว่ากระมัง”

หลิวอวิ๋นเซียงได้สติจากห้วงความทรงจำ ครั้นได้สติก็พบเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล

ร่างนั้นห่อหุ้มด้วยชุดดำสนิท แผ่รังสีเยือกเย็นน่าเกรงขาม ราวกับนำพาความหนาวเหน็บมาสู่ยามต้นฤดูใบไม้ร่วง

ขันทีน้อยผู้นั้นช่างรู้กาลเทศะ รีบหันกลับมาคำนับหลิวอวิ๋นเซียง ก่อนจะถอยกลับไป

หลิวอวิ๋นเซียงสูดลมหายใจเข้าลึก เดินตรงไปยังเหยียนมู่

เพียงครุ่นคิดครู่เดียว นางก็คาดเดาได้ว่า จิ่นเยียนคงเป็นห่วงที่นางเข้าวังมาเพียงลำพัง จึงไปขอร้องเหยียนมู่ผู้มีสิทธิ์เข้าวังได้

“จิ่นเยียนไปหาท่านงั้นรึ?”

สีหน้าของเหยียนมู่มืดครึ้ม “เจ้าจะบอกข้าหรือไม่ ว่าเจ้าเข้าวังไปพบไทเฮาแล้วทำสิ่งใดลงไป?”

หลิวอวิ๋นเซียงเผยยิ้มบาง “เหตุใดท่านต้องแสร้งถาม ในเมื่อรู้อยู่แก่ใจ ท่านอยากให้ข้าเอ่ยปากบอกเองงั้นรึ? ก็ได้…”

“หุบปาก!”

หลิวอวิ๋นเซียงยังคงแย้มยิ้ม ทันใดนั้นสายลมพัดผ่าน พัดพาใบเมเปิลร่วงหล่นจากกำแพง หมุนคว้างลงมาตรงหน้านาง

หลิวอวิ๋นเซียงยื่นมือออกไปรับ ใบเมเปิลนั้นแดงฉานแล้ว

ฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนแล้ว ฤดูหนาวจะอีกไกลหรือ?

ส่วนนาง คงเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว

“แต่ท่านไม่ใช่โดนฝ่าบาทกักบริเวณอยู่ในจวนหรอกหรือ ยังจะเข้าออกวังได้อย่างอิสระอีกหรือ?”

ยิ่งไปกว่านั้น ที่เขาโดนกักบริเวณ ก็เป็นเพราะบุกเข้าวังในยามวิกาล

ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ ฮ่องเต้ไม่ฆ่าเขาทิ้งก็เสียชื่อโหดเหี้ยมแล้ว

เหยียนมู่ส่งเสียงหึ “เรื่องของข้าไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง”

“พูดได้ดี เรื่องของข้าก็ไม่ต้องให้ท่านมายุ่งเช่นกัน” หลิวอวิ๋นเซียงตอบโต้กลับไป

หลิวอวิ๋นเซียงพยายามเลี่ยงเขาแล้วเดินต่อไป แต่เดินไปได้เพียงสองก้าวก็ถูกเขารวบแขน ดึงเข้าไปกอดไว้แน่น

“ท่านจะทำอะไร ที่นี่เป็นเขตวังหลวงนะ มิใช่ที่ที่ท่านจะมาอาละวาดได้!” นางเอ่ยปรามเสียงเบา

เหยียนมู่ออกแรงบีบแขนนาง สีหน้าบึ้งตึงน่าหวาดหวั่น อีกทั้งยังหายใจหอบแรง

“ถ้าข้าไม่เห็นด้วย ต่อให้ไทเฮาก็ทำอะไรไม่ได้!”

“แล้วท่านต้องการให้ข้าทำเช่นไร?” หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกว่าหัวใจของนางแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า แต่ในยามนี้กลับเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก “ท่านเหลือทางรอดให้ลูกบ้างหรือไม่?”

นับตั้งแต่ที่ได้เกิดใหม่ นางรู้ดีแก่ใจว่ามิอาจตัดใจจากเหยียนมู่ได้โดยสิ้นเชิง

ทว่านางได้ตระหนักแล้วว่า ภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตนี้ คือการปูทางอันราบรื่นให้แก่ลูกของนาง

เพื่ออนาคตของลูก เพื่อความปลอดภัยและชื่อเสียงของเขา นางมิอาจหวนคืนไปอยู่เคียงข้างเหยียนมู่อีก

นางจะกวาดล้างอุปสรรคทั้งปวงเพื่อลูก จะไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำลายชีวิตของลูกเด็ดขาด!

เหยียนมู่มองตามหลังของหลิวอวิ๋นเซียงที่จากไปอย่างเด็ดเดี่ยว ขบกรามแน่นจนเลือดซิบ

ความคับแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกระบายออกไม่ได้ เขาจึงทุบกำปั้นลงกับพื้นอย่างแรง!

“หลิวอวิ๋นเซียง...!”

……

ครึ่งเดือนผ่านไป การสอบจอหงวนประกาศผลแล้ว ลู่ฉางอันคว้าตำแหน่งจอหงวนในการสอบขั้นสุดท้ายต่อหน้าฮ่องเต้

ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้าทันที รุ่งโรจน์เปี่ยมล้น บัดนี้ได้หวนคืนสู่จวนซูผิงอ๋องอีกครั้ง

ส่วนเซี่ยหลินเฉิงก็สอบผ่านขุนนาง แม้จะไม่โด่งดังเท่าสามอันดับแรก แต่ด้วยราชสำนักกำลังต้องการผู้คน จึงได้รับพระราชทานโอกาสพิเศษเข้ารับราชการในสำนักราชบัณฑิต

นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง จวนโหวจึงรีบจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในทันที

แต่ท่ามกลางความยินดีจากการประกาศผลสอบ ก็ยังมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ส่งผลให้บางบ้านมีสุข บางบ้านมีทุกข์

ในการเข้าเฝ้าเมื่อวาน เหล่าตระกูลใหญ่หลายตระกูลได้ร่วมมือกันฟ้องร้องเหยียนมู่ โดยแจ้งข้อกล่าวหาหลายกระทง ยังมีขุนนางอีกจำนวนหนึ่งร่วมผสมโรง ทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้ว ยึดอำนาจการบังคับบัญชาค่ายใหญ่ชานเมืองของเหยียนมู่ ลดขั้นเขาหลายระดับ จนกลายเป็นทหารเฝ้าประตูไร้บรรดาศักดิ์

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน