เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 121

“เช่นนั้นก็มีส่วนช่วยของข้าด้วยน่ะสิ?”

เดิมทีเป็นแค่คำพูดติดตลก แต่ลู่ฉางอันกลับพยักหน้าจริงจัง “ตอนแรกที่ตัดสินใจสอบจอหงวน ข้ายังไม่มั่นใจเลยสักนิด แถมยังเอาแต่ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า แต่เพราะคำพูดของฮูหยินสามในคืนนั้น ทำให้ข้าตัดสินใจได้เด็ดขาด”

“ซื่อจื่อได้เข้าสำนักราชบัณฑิตแล้วกระมัง?”

ลู่ฉางอันส่ายหน้า “มิใช่สำนักราชบัณฑิต แต่เป็นจวนผู้ว่าราชการมณฑล”

หลิวอวิ๋นเซียงไม่เข้าใจ ปกติแล้วคนที่สอบจอหงวนได้อันดับต้น ๆ จะได้เข้าสำนักราชบัณฑิต คนที่สอบได้จอหงวนที่มีเส้นสายก็จะได้เข้าสำนักราชบัณฑิตเช่นกัน เพียงแต่อาจจะได้ตำแหน่งสูงต่ำต่างกัน การได้เข้าสำนักราชบัณฑิต อย่างแรกถือเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะ บัณฑิตสำนักราชบัณฑิตเป็นที่นับหน้าถือตา อย่างที่สอง ที่นั่นเป็นสถานที่บ่มเพาะขุนนางพลเรือนของราชสำนัก คนที่ออกมาจากที่นั่นส่วนใหญ่จะได้เข้าไปทำงานในราชสำนักโดยตรง

จวนผู้ว่าราชการมณฑลมิใช่ตำแหน่งที่ใครหมายปอง ศาลาว่าการไหนในราชสำนักก็สามารถกดขี่จวนผู้ว่าราชการมณฑลได้ ตามหลักเหตุผลแล้ว เขาเป็นถึงจอหงวน แถมยังเป็นซื่อจื่อซูผิงอ๋อง ไม่น่าจะต้องมาอยู่จวนผู้ว่าราชการมณฑล

“สำนักราชบัณฑิตมีหน้าที่ร่างราชโองการลับ และข้าเป็นซื่อจื่อซูผิงอ๋อง ฝ่าบาททรงระแวงจวนซูผิงอ๋องมาโดยตลอด การที่ข้าเข้าไปในสำนักราชบัณฑิตก็ไม่ต่างอะไรกับหนามที่ทิ่มตาฝ่าบาท ถึงแม้ฝ่าบาทจะอดทนได้ แต่หนามแหลมนั้นก็ย่อมหวาดหวั่นไม่เป็นสุข ท่านพ่อรู้ว่าข้าเข้าสอบ พอรู้ว่าข้าสอบได้เป็นจอหงวนก็ดุด่าข้ายกใหญ่ จากนั้นก็รีบเข้าวังเพื่อขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณ และปฏิเสธตำแหน่งสำนักราชบัณฑิต ฝ่าบาททรงซาบซึ้งในความจงรักภักดีของจวนซูผิงอ๋อง จึงให้ข้ามาประจำที่จวนผู้ว่าราชการมณฑล”

หลิวอวิ๋นเซียงเข้าใจในทันที แต่ก็ยังรู้สึกเห็นใจลู่ฉางอันอยู่ดี

“แต่เมื่อเทียบกับการรวบรวมเอกสารแล้ว ข้าชอบสืบคดีและจัดการคดีมากกว่า”

“ท่านสบายใจก็พอแล้ว”

ตลอดทั้งวันที่ประตูเมืองไร้เหตุการณ์ใด ๆ เหยียนมู่เอนกายครึ่งหลับครึ่งตื่น จนกระทั่งเห็นขอทานเดินยิ้มร่ากลับมา

เขารู้สึกหงุดหงิด พลิกตัวหันหลังให้ ทำท่าทีไม่อยากสนใจ แต่ขอทานกลับไม่รู้จักกาลเทศะ ยังคงนั่งลงข้าง ๆ แล้วพยายามกลั้นคำพูดไว้ แต่สุดท้ายก็อดรนทนไม่ไหว

“ท่านหญิงน้อยที่งดงามราวกับนางฟ้าในวันนี้ นางเป็นที่รักในดวงใจของท่านใช่หรือไม่?”

เหยียนมู่ผุดลุกขึ้นนั่งทันที “อยากโดนอัดหรือไง?”

ขอทานหัวเราะแหะ ๆ “ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป แต่ถ้าใช่ ท่านคงต้องร้องไห้เสียแล้ว”

“หมายความว่าอย่างไร?”

“กลางวันนี้ ข้าบังเอิญเจอคนผู้นั้นที่สวนซู”

ขอทานเล่าเรื่องที่หลิวอวิ๋นเซียงจ้างวานให้เขาสาดน้ำใส่หลี่จื่อเหอ เพื่อขัดขวางการดูตัวระหว่างหลี่จื่อเหอกับลู่ฉางอัน

“ลู่ฉางอันงั้นรึ?”

“ดูท่าทางทั้งสองจะสนิทสนมกันมาก”

เหยียนมู่ขมวดคิ้ว ลู่ฉางอันกับหลิวอวิ๋นเซียง คนละชั้นฟ้าคนละโลก จะไปรู้จักกันได้ยังไง? แถมหลิวอวิ๋นเซียงยังไปขัดขวางการดูตัวของลู่ฉางอัน ใคร ๆ ก็ต้องคิดว่านางชอบลู่ฉางอันเป็นแน่

เป็นไปได้หรือ?

เขาควานหาจอกเหล้าในกองใบไม้แห้งข้างกาย เปิดจุกแล้วกระดกเข้าปาก “ท่านไปสืบเรื่องของคนทั้งสองมาให้ข้า”

“ข้าหรือ?” ขอทานเบิกตากว้าง “ข้าก็แค่ขอทาน…”

“ขอทานอย่างท่านรู้จักลู่ฉางอัน? ขอทานอย่างท่านกล้าต่อยข้า? ขอทานอย่างท่านมีวรยุทธ์?”

“แล้วข้าเป็นใครกันแน่?”

เหยียนมู่ส่งเสียงหึ “พ่อบุญธรรมมีบุตรบุญธรรมเจ็ดคน ข้าเป็นคนที่เจ็ด พี่ชายอีกห้าคนข้าล้วนรู้จัก มีแต่พี่ใหญ่ที่พวกเราไม่เคยเห็นหน้า”

“แล้วเหตุใดเจ้าจึงเดาว่าข้าเป็นพี่ใหญ่เล่า?”

เหยียนมู่ส่งเสียงหึ เงยหน้าขึ้นดื่มเหล้าอีกหลายอึก ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพูดว่า “ช่างเถอะ ไม่ต้องสืบแล้ว”

“เหตุใดจึงไม่สืบแล้วเล่า?”

“ไร้ความหมาย”

“นางมิใช่ผู้หญิงของเจ้าหรือ?”

“ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ นางก็ยังเป็นของข้าวันยังค่ำ แต่นางเคยทำนายไว้ว่า ข้าคงอยู่ได้อีกไม่นาน”

ขอทานถอนหายใจ “พ่อบุญธรรมบอกว่าเจ้าอยากตาย”

“ตายก็ดี ตายแล้วสิ้นเรื่องสิ้นราว”

ใครก็ฆ่าเขาไม่ได้ นอกจากตัวเขาเอง

ขอทานถอนหายใจยาว เพราะเป็นเช่นนี้ พวกเขาถึงช่วยเขาไม่ได้

เขาเดินมานั่งข้าง ๆ แล้วแย่งเอาไหเหล้าในมือของเหยียนมู่ไปกระดกเข้าปาก

“เจ้ารู้หรือไม่ว่า รอบกายเรามีองครักษ์เงาอยู่เท่าใด?”

“มากมายกระมัง”

“เพราะแบบนี้ จึงไม่มีผู้ใดสังหารเจ้าได้ เจ้าจงวางใจแล้วดื่มให้เต็มที่เถิด”

เหยียนมู่แย่งจอกสุราคืนมาจิบ ก่อนจะเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ “ระหว่างข้ากับลู่ฉางอัน ท่านว่าผู้ใดหล่อเหลากว่ากัน?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน