เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 122

“หา?”

“นางจะชอบลู่ฉางอันได้อย่างไร?”

ขอทานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “แม้ลู่ฉางอันจะไม่หล่อเหลาเท่าเจ้า แต่เขาก็เป็นคนละเอียดอ่อน นุ่มนวล และดีกับหลิวอวิ๋นเซียงมากกว่าเจ้า ถ้าข้าเป็นผู้หญิงข้าก็ต้องชอบเขาเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนมีความสามารถ เป็นคุณชายซื่อจื่อ เป็นจอหงวนรูปงาม แต่งบทกลอนซึ้ง ๆ เพียงบทเดียวก็สามารถทำให้ผู้หญิงหลงใหลได้ ข้าดูจากแววตาของเขาแล้ว เขาต้องมีใจให้หลิวอวิ๋นเซียงอย่างแน่นอน บางที หลังจากที่เจ้าตายไป หลิวอวิ๋นเซียงอาจจะออกจากจวนโหว แล้วแต่งงานกับเขา ถึงตอนนั้น ลูกชายของเจ้าก็ต้องเรียกลู่ฉางอันว่าพ่อ ส่วนผู้หญิงของเจ้าก็ไปอุ่นเตียงให้เขา”

“ไอ้บ้าเอ๊ย ข้ายังไม่ทันตายก็อยากจะลุกขึ้นมาจากโลงแล้ว”

ยามค่ำคืนหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว หลิวอวิ๋นเซียงก็ออกมาเดินเล่นในสวนหลังเรือนตะวันตก

เมื่อมาถึงระเบียงทางเดิน นางก็เห็นลี่เหนียงกำลังพาเจ้าหนูคังเล่นอยู่ใต้ต้นทับทิมทางตะวันตก ทับทิมในยามนี้แดงก่ำ ลูกโตกลมสุกงอม บางลูกก็แตกออกเผยให้เห็นเมล็ดทับทิมสีแดงสดใสเต็มลูก

เจ้าหนูคังอยากได้ทับทิม จึงชูแขนป้อม ๆ อันน่ารักน่าชัง พลางส่งเสียงอ้อแอ้ แต่ลี่เหนียงกลับดูเหม่อลอย นั่งอยู่บนม้านั่งโดยไม่สนใจสิ่งใด ราวกับจมอยู่ในห้วงความคิด

ส่วนหลิ่วอีนั่งอยู่บนขั้นบันได ห่างออกไปสองสามก้าว มือก็สาละวนกับงานเย็บปักถักร้อย นางเงยหน้ามองเจ้าหนูคังแวบหนึ่ง ก่อนจะเบ้ปากใส่ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

เจ้าหนูคังใจร้อนรีบพุ่งตัวไปข้างหน้าจนหลุดจากมือของลี่เหนียง แล้วก็ล้มหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น

“ว๊า!”

เจ้าตัวน้อยร้องไห้จ้าขึ้นมา ทำให้ลี่เหนียงได้สติ

“เจ้าหนูคัง!” ลี่เหนียงรีบอุ้มลูกชายขึ้นมา เห็นหน้าผากถลอกก็ทั้งปวดใจทั้งโทษตัวเอง “แม่ไม่ได้ดูแลเจ้าให้ดีเอง เจ็บใช่ไหม?”

ลี่เหนียงปลอบเจ้าหนูคัง พอเห็นหลิ่วอีเดินเข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะต่อว่า “เจ้าก็ไม่ดูเจ้าหนูคังบ้างเลย สะเพร่าแบบนี้ ให้อยู่ในเรือนข้าจะมีประโยชน์อันใด?”

หลิ่วอีกล่าวด้วยความน้อยใจว่า “อี๋เหนียงอุ้มเจ้าหนูคังอยู่เอง แล้วยังไม่ให้ข้าแตะต้อง พอทำตกพื้น กลับมาโทษว่าข้าไม่ระวัง”

“ข้าพูดคำ เจ้าเถียงคำ ใครเป็นนายกันแน่?”

“เจ้าค่ะ ท่านเป็นนาย”

ลี่เหนียงเห็นหลิ่วอีทำทีเป็นนอบน้อม แต่กลับรู้สึกว่าความเคารพนั้นเป็นเพียงเปลือกนอก ภายในใจคงดูแคลนนางอยู่ไม่น้อย นางยิ่งโมโหหนักขึ้น จึงด่าหลิ่วอีอีกหลายคำ แล้วอุ้มเจ้าหนูคังเดินออกไป

พอขึ้นไปบนเฉลียง ลี่เหนียงก็เห็นหลิวอวิ๋นเซียงยืนอยู่

สีหน้าของนางในตอนนั้นไม่ค่อยดีนัก หันหลังจะเดินอ้อมไป แต่พอเดินไปสองสามก้าวก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมา แล้วส่งเจ้าหนูคังให้หลิ่วอีอุ้มไว้ก่อน

ลี่เหนียงปัดชายเสื้อ แล้วเดินตรงเข้ามาหาหลิวอวิ๋นเซียง

“ฮูหยิน” ลี่เหนียงเข้ามาคำนับ

หลิวอวิ๋นเซียงปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเจ้าหนูคัง เห็นหน้าผากของเด็กน้อยแตกมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ก็ขมวดคิ้วขึ้น “พาเด็กกลับไปทำแผลในห้องก่อนเถิด”

ลี่เหนียงเม้มปาก แล้วให้หลิ่วอีพาเด็กไป

เห็นได้ชัดว่านางมีเรื่องไม่สบายใจ แต่หลิวอวิ๋นเซียงก็ไม่ได้ถามอะไร เพียงแค่จ้องมองดูแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ตกดินต่อไป

ลี่เหนียงมีท่าทีอึกอัก เปิดปากอยู่หลายครั้ง ก่อนจะพูดว่า “ข้าได้กลิ่นชาดหอมติดกายเขา ข้าลองถามดู เขาก็บอกว่าข้าคิดมากไป”

หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ในชาติก่อน เซี่ยจื่ออันกับลี่เหนียงรักใคร่กลมเกลียวกัน ชีวิตรักควรจะมั่นคงไม่สั่นคลอน

ทำไมชาตินี้ถึงได้เปราะบางเช่นนี้ แค่สิ่งยั่วยวนทางโลกเล็กน้อยก็ทนไม่ได้แล้วหรือ?

ตอนนี้คิดดูแล้ว ชาติที่แล้วเซี่ยจื่ออันปิดบังชื่อเสียงเร้นกายอยู่ตลอดชีวิต ก็แค่เพราะรักตัวกลัวตายเท่านั้นเอง

คราวนี้รอดตาย แถมได้ตำแหน่งหน้าที่การงาน มีหน้ามีตาในสังคมแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งเป็นคนรักเดียวใจเดียวอีกต่อไป

นางยิ้มอย่างเย็นชา

“ลี่เหนียง เจ้าจะเสียใจไปไย ในเมื่อเจ้าแย่งสามีคนอื่นมา ก็แค่มีผู้หญิงอีกคนมาแย่งสามีของเจ้าไปบ้าง เห็นไหม นี่แหละที่เรียกว่ากรรมตามสนอง”

ตกดึก เรือนข้างก็เกิดเรื่องโกลาหลขึ้น

แม้จะอยู่ไกล แต่หลิวอวิ๋นเซียงก็ยังได้ยินเสียงร้องไห้ระงมของลี่เหนียงกับเจ้าหนูคัง ดังระลอกแล้วระลอกเล่า

จิ่นเยียนฟังแล้วรู้สึกสะใจ “สวรรค์ยังมีตา คนชั่วก็ต้องได้รับผลกรรม”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน