หลิวอวิ๋นเซียงเอนกายบนเตียงตั่งไม้ และยิ้มบางๆ “เเต่พระเจ้าเอ๋ย ชอบทรมานคนเหลือเกิน”
กรรมจากชาติปางก่อน ต้องชดใช้ในชาตินี้ให้หมด
นานทีเดียวถึงจะสงบลง แต่นั่นก็เพิ่งจะเลิกไป เซี่ยจื่ออันก็มาที่นี่เสียเเล้ว
พอเข้ามาในห้องก็ตำหนิหลิวอวิ๋นเซียงทันทีว่า “ตอนที่ข้าลำบากที่สุดนางเป็นคนช่วยข้า ข้าก็เลยจำบุญคุณนางมาโดยตลอด อภัยให้ในทุกเรื่อง กลัวว่านางจะเสียใจ แต่ถึงยังไงนางก็เกิดมาจากชนบท มองอะไรไม่ไกล และยังไม่เข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติ”
หลิวอวิ๋นเซียงเลิกคิ้วขึ้น “นายท่านสามหมายถึงใครกัน”
“จะหมายถึงใครได้ ย่อมต้องเป็นลี่เหนียง” เซี่ยจื่ออันโกรธจัด
หลิวอวิ๋นเซียงหลุบตาลง “ข้าคิดว่าในใจของนายท่านสาม นางเป็นคนดีเสียทุกอย่าง”
เซี่ยจื่ออันชะงักไปครู่หนึ่ง “นางก็ยังดีอยู่ เพียงเเต่ช่วงนี้ทะเลาะกับข้าบ่อย”
หลิวอวิ๋นเซียงนั่งท่าเดิมได้ไม่นาน ร่างกายก็จะแข็งทื่อ จึงต้องเปลี่ยนท่าอยู่บ่อยๆ นางหันกายเข้าไปเล็กน้อย มองผ่านหน้าต่างที่เปิดออกไป เห็นพระจันทร์เต็มดวงในคืนฤดูใบไม้ร่วง สวยงาม เเต่ก็แฝงความเย็นยะเยือก
เห็นว่าหลิวอวิ๋นเซียงไม่ตอบ เซี่ยจื่ออันก็พูดไม่ออก จึงพูดวกไปวนมา “ข้าเห็นว่าช่วงนี้เจ้าผอมลงมาก”
“ขอบคุณนายท่านสามที่เป็นห่วง” หลิวอวิ๋นเซียงตอบเบาๆ
“อีกสองสามเดือนก็จะคลอดแล้วใช่ไหม”
“อื่อ”
“เรื่องระหว่างเจ้ากับเหยียนมู่ ก็ไม่ควรจะโทษเจ้าทั้งหมด”
“เเล้วจะโทษใคร”
หลิวอวิ๋นเซียงมองไปที่เซี่ยจื่ออัน มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ย
สีหน้าของเซี่ยจื่ออันเปลี่ยนเป็นสีเขียวทันที โกรธจนเเทบจะระเบิดออกมา เเต่ก็กัดฟันกลืนความโกรธลงไป
“ข้าเพิ่งเข้าร่วมกรมทหาร จำเป็นต้องคบค้าสมาคมกับข้าราชการคนอื่นๆ การเลี้ยงอาหารและให้ของขวัญเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ ลี่เหนียงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ เจ้าเข้าใจดีอยู่เเล้ว เเละในบ้านหลังนี้ คนที่ดูแลเรื่องใหญ่เรื่องน้อยก็คือเจ้า ข้าจึงมาปรึกษากับเจ้า”
“อย่าเลย นายท่านสามอย่าให้ความสำคัญกับข้ามากนัก ข้ารับไม่ไหว”
เซี่ยจื่ออันพ่นลมหายใจออกมา เเต่ก็ยังคงพูดต่อไปด้วยสีหน้าที่ฝืนใจ “เจ้าเอาเงินมาให้ข้าหนึ่งพันตำลึงก่อนเถอะ ข้าเป็นหนี้โรงเตี๊ยมจำนวนมาก ต้องรีบชำระภายในสองเดือนนี้”
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้ม “ข้ามีเงินที่ไหนกัน”
“เเล้วสินสมรสเดิมของเจ้าล่ะ”
“เอาไปใช้จ่ายในบ้านหมดแล้ว ฮูหยินเฒ่าก็รู้เรื่อง”
“งั้นเอาเครื่องประดับของเจ้าพวกนั้นมาให้ข้าบ้าง ข้าเอาไปจำนำเพื่อใช้หนี้”
หลิวอวิ๋นเซียงพ่นลมหายใจออกมา “ท่านเป็นถึงนายท่านสามของจวนโหว เเต่กลับจะเอาเครื่องประดับของภรรยาไปจำนำเพื่อใช้หนี้ เรื่องนี้ให้คนอื่นได้ยินเข้าคงไม่ดี?”
เซี่ยจื่ออันหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย “เจ้าเเค่เอามาให้ข้า อีกไม่กี่วันข้าจะไปไถ่คืนให้เจ้า”
“ไม่กี่วัน?”
ขณะนั้นจื่อจินก็กลับมาจากข้างนอก และได้พูดว่า “ฮูหยิน เป็นดั่งที่ท่านคาดการณ์ไว้ เซี่ยจืออันไปที่บ่อนพนันบ่อยมากในช่วงนี้”
หลิวอวิ๋นเซียงถอนหายใจ จิ่นเยียนได้ยินมาว่าช่วงนี้เซี่ยจื่ออันไปขอเงินฮูหยินเฒ่าบ่อยมาก ถึงแม้จะไปเลี้ยงอาหารก็ไม่น่าจะบ่อยขนาดนี้
การดื่มเหล้าเล่นพนันและเที่ยวผู้หญิง เป็นนิสัยเสียของข้าราชการสามอย่างแรก แล้วนางไม่เชื่อว่าเซี่ยจื่ออันจะไม่ลองเสี่ยงดวงกับการพนัน
เเน่นอน เขาต้องลอง!
เเล้วเครื่องประดับที่นางให้เขาไป เขาก็เอาไปจำนำ แล้วเอาเงินไปเล่นพนันเเน่นอน
เเต่การพนันก็มีทั้งได้เเละเสีย มีคนมากมายที่เสียทั้งทรัพย์สินและอนาคต นี่มันคือหลุมพราง นางให้เครื่องประดับชุดนั้นแก่เขา ก็เหมือนกับผลักเขาให้ลงไปในหลุมนั้น
ผ่านไปอีกไม่กี่วัน เซี่ยจื่ออันดูเหมือนจะได้เงินจากการพนันมาบ้าง หน้าตาสดใสขึ้นมา แล้วยังนำขนมมาให้ฉู่อี่อีกด้วย
“ขนมราคาถูกแบบนี้ ใครๆก็ซื้อได้” จิ่นเยียนหยิบขนมไป กลัวว่าจะมีพิษ “เขามีความสามารถที่จะเอาเครื่องประดับของท่านกลับมาคืนได้ไหม!”
หลิวอวิ๋นเซียงส่ายหน้าพลางหัวเราะ “ให้สุนัขไปแล้ว มีเหตุผลอะไรที่จะคืนมา”
จื่อจินกลับมา เหตุผลเพราะมีจดหมายจากจางฉี
ปรากฏว่าเซี่ยจื่ออันสืบมาจากทางอำเภอว่าที่ดินแถวชานเมืองตะวันตกถูกจางฉีซื้อไปแล้ว จึงไปหาจางฉีเพื่อขอซื้อคืน
พอได้ยินเช่นนี้ จิ่นเยียนยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ “ทำไมช่างหน้าด้านขนาดนี้!”
เขายืมเงินฮูหยินไปแล้วไม่ยอมคืน กลับไปซื้อที่ดินแถวชานเมืองตะวันตก ซึ่งเป็นที่ที่เขาเคยอยู่กับลี่เหนียงมาก่อน นี่มันไม่น่าเกลียดเกินไปหรือ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน