“ท่านป่วยหรือ?”
หลิวอวิ๋นเซียงเก็บรอยยิ้ม “อืม”
“รักษาไม่ได้?”
“รักษาไม่ได้จะส่งผลเสียต่อเด็กในท้อง”
ลู่ฉางอันมองท้องของหลิวอวิ๋นเซียง รู้ตัวว่าเสียมารยาทก็รีบหันหน้าหนี
“หมอชื่อดังมีอยู่ทั่วสารทิศ หากฮูหยินสามเชื่อข้า ข้าเชิญมาเพื่อท่านได้”
“ท่านคงรู้ว่าวิชาแพทย์ของชวีโม่หรานยอดเยี่ยมแค่ไหน นางยังช่วยไม่ได้”
“……”
หลิวอวิ๋นเซียงหันไปทางลู่ฉางอัน ยิ้มสดใส “ท่านซื่อจื่อคงไม่รู้ ที่จริงข้าได้กำไรแล้ว”
“ได้กำไรอย่างไร?”
“ตัวข้า ข้ามีชีวิตมานาน ทำเรื่องสำเร็จมากมาย สวรรค์ดีกับข้ามากแล้ว”
อยากจะถามคนบนโลกนี้ ยังมีใครที่มีโอกาสแบบนางอีก
เห็นหลิวอวิ๋นเซียงพูดถึงความเป็นตายอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีความกลัวและกล่าวโทษสักนิด ลู่ฉางอันรู้สึกประทับใจมาก
“ข้าไปไม่ถึงโลกของฮูหยินสาม ตอนได้ยินรู้สึกท้องฟ้าเหนือศีรษะแตกเป็นรอยร้าวแล้ว”
หลิวอวิ๋นเซียงชะงักไปเล็กน้อย “ท่านซื่อจื่อ......”
ลู่ฉางอันหยุดฝีก้าวหันไปโน้มตัวขอโทษกับหลิวอวิ๋นเซียง “ข้าเสียมารยาทแล้ว”
ลมพัดผ่าน ใบไม้แดงของต้นเฟิงบ้านใครตกหล่น สีแดงจนแยงตา สีแดงจนตกใจ
“ท่านซื่อจื่อ ชาตินี้ข้ารับความรู้สึกของท่านไม่ได้แล้ว” หลิวอวิ๋นเซียงพูดอยู่ก็ทำความเคารพตอบ
สุดท้ายยังเป็นนางที่ผิดต่อเขาแล้ว
คืนนั้น เซี่ยจื่ออันถูกหน่วยสืบตงชางส่งกลับมา
ฮูหยินเฒ่าเห็นลูกชายนอนบนไม้กระดาน คนหมดสติไปแล้ว บาดแผลเต็มตัวมีบางจุดที่เนื้อแตกก็สลบไป
ห้องปีกตะวันออกยุ่งวุ่นวาย หลิวอวิ๋นเซียงอยู่ในเรือนก็ยังได้ยินเสียง
ปีนี้หนาวเร็ว เพิ่งเข้าหน้าหนาวก็อากาศเย็นลงแล้ว ทางจางฉีเปิดร้านถ่ายแล้ว แต่ธุรกิจซบเซาตามที่คิด และเขาคนที่เขาส่งไปทางเหนือก็กลับมาแล้ว ขนสัตว์ส่งเข้าเมืองหลายคันรถ ผ่านไปสองวันก็จะเปิดร้านขนสัตว์แล้ว
หลิวอวิ๋นเซียงไม่มีจิตใจไปคิดเรื่องเหล่านี้ แค่ไปดูคร่าว ๆ เรื่องใหญ่เรื่องเล็กมอบให้จางฉีดูแลทั้งหมด
เมื่อคืนหิมะตก จิ่นเยียนรู้ว่าหลิวอวิ๋นเซียงโดนความเย็นไม่ได้ ก่อไฟหนึ่งกะละมัง ข้างนอกเย็นยะเยือกแต่ข้างในบ้านอบอุ่น หลิวอวิ๋นเซียงนอนหลับสนิท
ลี่เหนียงได้ยินประโยคนี้ก็ตกใจสั่นไปทั้งตัว
“ไม่ๆ เขาจะฆ่าพวกเราแม่ลูกแน่!”
หลิวอวิ๋นเซียงเห็นลี่เหนียงเป็นแบบนี้ก็ใจอ่อน ให้หลิ่วอีกลับไปบอกกับเซี่ยจื่อว่านางชวนลี่เหนียงคุยอยู่ในเรือน จะกลับไปช้าหน่อย
หลิ่วอีไปแล้ว ลี่เหนียงก็กลั้นไม่อยู่ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
“เดิมท่านพี่ไม่ได้เป็นแบบนี้ เขาดีกับข้ามากๆ” ลี่เหนียงพูดไปพลาง เช็ดน้ำตาไปพลาง “ตอนนั้นบ้านถูกยึดไป พวกเราไม่ควรกลับมา พอกลับถึงเขาก็เปลี่ยนไป”
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้มเยาะ “พวกเจ้าไม่กลับมา จะให้ข้าเป็นหม้ายไปตลอดชีวิตใช่ไหม?”
ลี่เหนียงรู้ว่าตัวเองพูดผิดรีบส่ายหน้า “ไม่ ข้าไม่ได้มีความคิดจะทำร้ายฮูหยิน”
“เจ้าขัดขวางชีวิตของข้า จะไม่นับว่าทำร้ายข้าได้อย่างไร”
“ข้าไม่ได้คิดมากขนาดนั้น......”
ไม่ใช่ หลายสิบปีในชาติก่อน นางรู้การมีอยู่ของตนและรู้ว่าตนเป็นแม่หม้ายอยู่จวนโหวมาโดยตลอด จะไม่รู้สถานการณ์ของตนได้อย่างไร นางไม่เพียงรู้ยังรู้สึกภูมิใจมากต่างหาก
“ช่างเถอะ เจ้าออกไปกินข้าวเช้าข้างนอกเถอะ”
ตอนเย็น เซี่ยจื่ออันมาพูดเอาใจลี่เหนียงมากมาย ลี่เหนียงก็ใจอ่อนอุ้มเจ้าหนูคังกลับเรือนข้างไปกับเขาแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน