แต่หลังจากวันนั้น ห้องปีกตะวันตกมักจะเกิดเสียงทะเลาะกัน เสียงร้องไห้แรงขึ้นเรื่อยๆ
วันนี้ อวี้เหลียนมาเชิญหลิวอวิ๋นเซียงไปเรือนตะวันออก
ตั้งแต่วันที่ฮูหยินเฒ่าเป็นลมตอนเห็นเซี่ยจื่ออันถูกตีเนื้อแตกส่งกลับมา ก็ป่วยอยู่ตลอด ครั้งนี้ไม่ได้แกล้ง ตอนหลิวอวิ๋นเซียงไปเห็นหน้าตาป่วยของฮูหยินเฒ่าเวลาไม่กี่วัน คนดูผอมลงมาก
“หลายวันมานี้ จวนโหวเกินเรื่องมากมาย บ้านรองทะเลาะกัน บ้านสามร้องไห้ ไม่มีวันไหนสงบ ข้าอยากไปวัดฮุ่ยอันไหว้พระให้จวนสงบสุข แต่ข้าสุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ เดินทางไปไม่ได้ พี่สะใภ้ใหญ่เจ้าสุขภาพไม่ดี พี่สะใภ้รองก็บ้า ๆ บอ ๆ ในบ้านก็เหลือเจ้าคนเดียวแล้ว เจ้าไปเถอะ”
“ข้าก็ไม่สะดวกเหมือนกัน” หลิวอวิ๋นเซียงว่า
“ถือว่าข้าที่เป็นผู้ใหญ่คนนี้ขอร้องเจ้าแล้ว”
ไม่บ่อยที่จะเห็นฮูหยินเฒ่าไม่ถือตัวแบบนี้ หลิวอวิ๋นเซียงจึงไม่ปฏิเสธ เดิมนางไม่เชื่อเทวดา แต่กลับชาติมาเกิด นางก็อยากไปไหว้พระสักครั้ง ขอให้พระเจ้าคุ้มครองนางคลอดลูกอย่างปลอดภัย
วันรุ่งขึ้นอากาศดี หลิวอวิ๋นเซียงพาจิ่นเยียนและจื่อจินออกบ้านแต่เช้า
ตอนผ่านประตูเมือง รถม้าของนางถูกขวางตรวจแล้ว
จิ่นเยียนและจื่อจินลงรถม้า ไม่นานเหยียนมู่ก็เข้าไปแล้ว
“เจ้าจะไปไหน?” เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก
หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้ว “ผู้หญิงคนอื่น ท่านก็ตรวจแบบนี้หรือ?”
“ข้าไม่ยุ่งกับคนอื่น ข้ายุ่งแค่กับเจ้าเท่านั้น”
หลิวอวิ๋นเซียงไม่อยากคุยกับเขานานจึงพูดว่า “ข้าไปวัดฮุ่ยอันขอยันต์สงบสุข”
“เจ้าอย่าวิ่งไปทั่วได้ไหม?”
“ท่านอย่ายุ่งกับข้าได้ไหม?”
เหยียนมู่แววตาลึกเข้าไปกอดหลิวอวิ๋นเซียงเอาไว้ ไม่ว่านางจะดิ้นรนอย่างไร ก็ยังคงจูบรุนแรงไปหนึ่งครั้ง
“ขอแค่ข้าอยู่หนึ่งวัน ก็จะยุ่งกับเจ้าหนึ่งวัน”
หลิวอวิ๋นเซียงโกรธจนง้างมือตบเขา เขาก็จูบนางอีกครั้ง นางก็ตบอีกครั้ง เขาก็จูบอีกครั้งเอาเป็นว่านางแรงน้อย ดิ้นไม่หลุด
“ขะ.....ข้าไปแค่ขอยันต์สงบสุขอันหนึ่ง คุ้มครองให้ข้ากับลูกรอดชีวิต ทำไมจะไม่ได้?” นางสารภาพอย่างไม่พอใจ
เหยียนมู่ทำเสียงเหอะ “อย่างนั้นก็รีบกลับมา”
หลิวอวิ๋นเซียงไม่อยากตอบ แต่เหยียนมู่ไม่ยอมปล่อยนาง “ข้ารู้แล้ว”
“นี่สิเด็กดี”
มองส่งรถม้าของหลิวอวิ๋นเซียงออกไป เหยียนมู่กลับไปนอนใต้ต้นไหวใหญ่เหมือนเดิม
ในเวลานี้ขอทานเข้ามาใกล้ “ตอนท่านนอนหลับ ยังมีรถม้าคันหนึ่งผ่านไปเหมือนจะออกจากในวัง”
เหยียนมู่ลืมตา “ในวังหรือ?”
“ข้าตามไปดูแล้วเหมือนจะไปทางวัดฮุ่ยอัน”
เหยียนมู่ครุ่นคิดแล้วลุกขึ้นพรวด “นางมีอันตรายแล้ว!”
หน้าวัดฮุ่ยอัน หลิวอวิ๋นเซียงจุดธูปบริจาคเงิน และให้จิ่นเยียนประคองออกมา
“มามาหมายความว่าอย่างไร?”
“เอาล่ะ อย่าให้พระนางรอนานเลย”
เจียงมามาพูดอยู่ก็เดินไปทางถนนข้างวัด ขันทีสองคนข้างหลังเร่งพวกนางให้รีบเดินตามไป
เดินไปด้านหลังจนถึงภูเขาด้านหลัง เข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง
อยู่ใต้ต้นเมล็ดซิ่ง ผู้หญิงสวมชุดหงส์สีเหลืองปักดอกโบตั๋น นั่งบนเก้าอี้หิน นางเต็มไปด้วยความสูงศักดิ์และน่าเกรงขาม
นางก็คือลู่ฮองเฮา กำอำนาจวังหลังสั่นสะเทือนราชสำนัก
นางเป็นน้องสาวของซูผิงอ๋อง เป็นอาแท้ๆของลู่ฉางอัน ให้กำเนิดองค์ชายสามพระองค์ และองค์หญิงคนหนึ่งเพื่อฮ่องเต้ ถึงนั่งตำแหน่งอย่างมั่นคง
อดีตฮองเฮาให้กำเนิดลูกคนโตสายตรง แต่งตั้งเป็นรัชทายาท และไม่นานมานี้รัชทายาทถูกปลด จากนั้นถูกฆ่าตายอย่างเป็นความลับ
ตอนนี้แม้ฮ่องเต้ยังไม่ได้แต่ตั้งรัชทายาท แต่ลู่ฮองเฮามีลูกชายสายตรงสามคน จะต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน
ชาติก่อนก็เป็นแบบนี้ ฮ่องเต้แต่งตั้งองค์ชายรองของลู่ฮองเฮาเป็นรัชทายาท แต่ผ่านไปไม่นาน รัชทายาทคนนี้ก็ป่วยตาย ฮองเฮาเสียใจหนักก็ตามตายไปด้วย
หลิวอวิ๋นเซียงเก็บความคิด เดินเข้าไปทำความเคารพฮองเฮา
“เจ้าก็คือหลิวซื่อหรือ?” เสียงนี้ทุ้มมาก
“หม่อมฉันหลิวอวิ๋นเซียงเองเพคะ”
“เงยหน้ามาให้ข้าดูหน่อย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน