“ฮือ ฮือ ฮือ...”
เสียงร้องของเจ้าหนูคังดังขึ้นจากเรือนข้าง ร้อนใจและดังกังวาน
ท่ามกลางความตื่นตระหนก ไม่มีใครสังเกตเห็น
นิ้วเซี่ยจื่ออันกระตุกอีกสองสามครั้ง
“ลี่อี๋เหนียงหายตัวไป!!!”
ได้ยินเสียงผู้คนร้องไห้จะไปรายงานต่อเจ้าหน้าที่ หลิวอวิ๋นเซียงก็พบว่า ลี่อี๋เหนียงอุ้มเจ้าหนูคังหนีไปแล้ว
ไม่รู้ว่านางเก็บของก่อนแล้วหรือเปล่า พ่อบ้านไปตรวจสอบ นางนำของมีค่าเล็กน้อยติดตัวไปด้วย
หลิวอวิ๋นเซียงถอนหายใจ ไม่ได้สั่งให้ใครไล่ตามไป
นางแค่สงสารเด็ก ทำเช่นนี้เมตตาเต็มที่แล้ว
ยามดึกสงัด จวนโหวที่แขวนผ้าสีขาวทั่วจวน พลันมีเงาดำแวบขึ้น
เงาดำตรงดิ่งเข้าไปในห้องโถงไว้ทุกข์ ปักเข็มเพียงไม่กี่ครั้ง หน้าอกเซี่ยจื่ออันก็ขยับขึ้นลงหายใจ!
“เหอะ คนชั่วโชคดีชะมัด”
เงาดำพูดเสียดสีสั้นๆ แล้วแบกเซี่ยจื่ออันขึ้นมา วางศพปลอมลงไปแทน ทำให้ทุกอย่างเหมือนเดิม เหาะเหินเดินอากาศออกจากจวนโหวไปอย่างไร้ร่องรอย
วันรุ่งขึ้น หลิวอวิ๋นเซียงตัดสินใจตามที่เคยทำมาตลอด
จิ่นเยียนสีหน้าปลื้มปริ่มแทนเจ้านาย
“รีบออกจากจวนโหว รีบออกจากกองเพลิง แม่นางตัดสินใจได้ชาญฉลาด”
หลิวอวิ๋นเซียงอยู่ข้างหน้า จิ่นเยียนกับจื่อจินถือเพชรนิลจินดาตามหลัง เพิ่งจะถึงหน้าประตูเรือน ฮูหยินเฒ่ากับฮูหยินใหญ่ก็กระวีกระวาดเข้ามา เห็นท่าทางของหลิวอวิ๋นเซียง สีหน้ายิ่งตื่นตระหนก
“หลิวซื่อ เจ้าจะทำอะไร”
หลิวอวิ๋นเซียงเลิกคิ้ว “ฮูหยินเฒ่ามองไม่ออกหรือเจ้าคะ”
“เจ้าจะไปจากจวนโหว?”
"เจ้าค่ะ"
“จวนโหวตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก งานศพเจ้าสามยังไม่ได้จัด เจ้าไม่ช่วยเต็มที่ ยังเห็นแก่ตัวอีก เจ้าไม่อายบ้างหรือ” ฮูหยินเฒ่าพูดอย่างร้อนใจ
หลิวอวิ๋นเซียงหายใจเข้าลึกๆ “ตอนนั้นท่านโหวเฒ่ากับนายท่านใหญ่ตายในสนามรบ นายท่านรองเข้าคุก เหล่าซันแกล้งตาย ตอนนั้นฮูหยินใหญ่กลับไปบ้านเดิมของนาง ฮูหยินรองอยู่ในห้องพระไม่ออกจากเรือน ท่านอ้างว่าป่วย พวกท่านไม่ช่วยอะไร ที่แท้การทำอย่างนี้คือไร้ยางอาย!”
“เจ้า...” ฮูหยินเฒ่าสะอึก พูดไม่ออกครู่หนึ่ง
“น้องสะใภ้สาม พวกเราขอโทษเจ้า” ฮูหยินใหญ่ค้อมเอวคำนับหลิวอวิ๋นเซียง “เรามาถึงขั้นนี้แล้ว ท้องฟ้าของจวนโหวกำลังจะพังทลาย เจ้าช่วยประคองหน่อยเถิด!"
ฮูหยินรู้ดีว่าการวางท่าผู้อาวุโสไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ใช้สถานะฮูหยินสามเปรียบเทียบกับนางก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ได้แต่ยอมอ่อนข้อ "หลิวซื่อ เจ้าช่วยจวนโหว จวนโหวจะจดจำความเมตตาของเจ้าแน่นอน เราอับจนหนทาง ไม่มีทางแล้วจริงๆ”
ฮูหยินใหญ่พูดไปก็เริ่มร้องไห้ ร้องไห้พลางแอบเหลือบมองหลิวอวิ๋นเซียง
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้ม ละครนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
ฮูหยินเฒ่าตะโกน ก้าวถอยหลังอย่างเหลือทน "เจ้าไม่กลัวข้า...ข้าพูดเรื่องเจ้ากับเหยียนมู่...ออกไปหรือ"
หลิวอวิ๋นเซียงคลี่ยิ้ม "ถ้าท่านอยากให้จวนโหวเดินไปสู่จุดจบก็พูดให้เต็มที่ ข้าไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว"
หลิวอวิ๋นเซียงพูดทิ้งท้ายแล้วก็พาพวกจิ่นเยียนเดินออกไป
เมื่อเห็นหลิวอวิ๋นเซียงจากไป ฮูหยินเฒ่าก็เดือดดาลตบต้นขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเวลานี้ จู่ๆ อวี้เหลียนก็วิ่งเข้ามาท่าทางตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือด ราวกับว่าเจอเรื่องที่น่าตกตะลึงมาก
“ฮูหยินเฒ่า นายท่านสาม...นายท่านสามหายไปแล้ว”
“ว่าอย่างไร?” ฮูหยินเฒ่าตกตะลึงพรึงเพริด
……
พอเดินไปถึงเรือนหน้า จื่อจินเตือนขึ้น หลิวอวิ๋นเซียงถึงพบว่าเยี่ยนอี๋เหนียงตามพวกนางมาห่างๆ ขาของนางเดินไม่คล่องมากนัก เดินกระโผลกกระเผลก เพราะอยากตามให้ทันจึงรีบเดิน
ตั้งแต่เยี่ยนอี๋เหนียงกลับมาบ้าน ฮูหยินเฒ่าไม่ได้ส่งใครมาดูแล แม้แต่อาหารสามมื้อก็ไม่สนใจด้วยซ้ำ หลิวอวิ๋นเซียงสงสารนาง จึงให้จิ่นเยียนส่งอาหารทุกมื้อให้นาง
“แม่นาง นางอยากติดตามเราไปหรือเปล่า” จิ่นเยียนถาม
หลิวอวิ๋นเซียงเงียบไปครู่หนึ่ง "ให้นางไปด้วยเถอะ"
รถม้าที่จางฉีส่งมาจอดที่หน้าประตู หลิวอวิ๋นเซียงรอให้เยี่ยนอี๋เหนียงมาถึง ให้นางขึ้นรถก่อน แต่นางดื้อไม่ยอมขึ้นรถ ไม่มีทางอื่น หลิวอวิ๋นเซียงทำได้เพียงให้รถม้าช้าลงเพื่อที่นางจะได้ตามทัน
รถม้าหยุดที่หน้าบ้านเก่าในตรอกแห่งหนึ่ง จิ่นเยียนกับจื่อจินก็ประคองหลิวอวิ๋นเซียงลงจากรถม้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน