เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 136

หลิวอวิ๋นเซียงมิงไปข้างหลังแล้วก็เห็นว่าเยี่ยนอี๋เหนียงตามมาด้วย จึงได้พูดกำชับจิ่งเยียนว่า “เจ้าไปจัดห้องให้ท่านสักห้องเถอะ”

“หม่อมฉันจะดูแลเยี่ยนอี๋เหนียงเอง ท่านรีบเข้าห้องเถอะ อากาศอึมครึมช่างหนาวจริงๆ เหมือนหิมะจะตกเลย”

“เพิ่งจะเดือนตุลาคมเอง หิมะไม่ตกหรอก” จื่อจินพูด

“ก็ไม่แน่หรอก ยังไงปีนี้ก็หนาวจริงๆ”

จางฉีให้คนทำความสะอาดลานไว้ล่วงหน้าแล้ว เสื้อผ้าอาหารการกินเองก็เตรียมเรียบร้อย มีหญิงคนหนึ่งออกมาต้อนรับ

“เจ้านาย ข้างในต้มตี่เล้งเอาไว้ ท่านรีบเข้ามาเถอะ”

หญิงคนนี้อายุประมาณสี่สิบกว่า ใบหน้ายิ้มแย้ม นางถกแขนเสื้อขึ้น ดูท่าทางเป็นคนที่ทำงานกระฉับกระเฉง

“ท่านคือใคร”

“จ้าคือแม่ของจางฉี ต่อไปจะช่วยทำงานให้ท่านในลานนี้”

“ป้าจาง ไม่ต้องเกรงใจ” หลิวอวิ๋นเซียงรีบพูด

“เจ้านายเป็นผู้ผลิกชะตาชีวิตของจางฉีของข้า ก็เป็นผู้ผลิกชะตาชีวิตของข้าเหมือนกัน ท่านต้องให้ข้าทำงานมากหน่อย แบบนี้ข้าถึงจะสบายใจ”

หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “งั้นก็รบกวนป้าจางด้วยนะ”

“ได้เลย ท่านรีบเข้าห้องเถอะ พวกเจ้าสองคนก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ข้าเตรียมไว้หมดแล้ว อีกเดี๋ยวก็กินข้าวได้”

จิ่งเยียนยิ้มแล้วพูดว่า “ให้ข้าช่วยนะ”

“ข้าคนเดียวก็พอแล้ว”

“ป้าจาง ต่อไปพวกเราก็เป็นคนบ้านเดียวกันแล้ว ไม่ต้องเกรงใจเลย”

หลิวอวิ๋นเซียงเข้าไปในห้องแล้วก็รับรู้ถึงความอบอุ่น สลักความหนาวเหน็บบนตัวจนหายสิ้น นางหันหลังมองไปที่ท้องฟ้าอีกครั้ง เมฆอึมครึม ยังไม่ถึงเวลาฟ้ามืด แต่ฟ้าก็มืดลงแล้ว

นางรู้สึกปวดเอวอย่างมาก จึงเข้าห้องไปนอน

อาหารเย็นก็กินบนเตียง แต่ก็กินไปแค่นิดหน่อย

อยู่ๆ ยามค่ำคืนก็มีเสียงฟ้าร้อง จากนั้นก็ลมพัดแรง สักพักจิ่งเยียนก็เข้ามาพูดว่า “แม่หญิง หิมะตกแล้ว”

หลิวอวิ๋นเซียงตอบรับ ปีนี้หิมะตกไว ฤดูหนาวในครั้งนี้ก็หนาวอย่างมาก

ก่อนหน้านี้เมืองเซิ่งจิงเผชิญกับภัยแล้ง ต่อมาก็เผชิญกับฤดูหนาว เป็นปีที่ภัยเยอะจริงๆ

ยามค่ำคืน หลิวอวิ๋นเซียงกำลังนอนหลับ อยู่ๆ ก็รู้สึกมีลมหนาวพัดเข้ามา เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นเงาคน คนนั้นถอดเสื้อคลุมออก จากนั้นก็ถอดเสื้อตัวนอกออกและเดินมาทางเตียง

นางรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แม้จะคาดเดาว่าอาจเป็นคนนั้น แต่หากไม่เห็นหน้าชัดเจนก็ไม่กล้าจะมั่นใจ

“เหยียน... เหยียนมู่เหรอ”

คนคนนั้นไม่ตอบ เมื่อขึ้นเตียงมาก็จะเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มนาง หลิวอวิ๋นเซียงรีบจับผ้าห่มของตนเอาไว้แน่น

“อย่ามาทำตัวหื่นกามนะ!”

เขาพลิกตัวไปกอดหลิวอวิ๋นเซียงแล้วก็ก้มไปจูบนาง จากนั้นพูดเสียงเบาว่า “คิดถึงข้าหรือเปล่า”

หลิวอวิ๋นเซียงทำเสียงไม่พอใจ “นี่เจ้ายังไม่ตายเหรอ!”

“ข้าทำใจจากเจ้าไปไม่ได้หรอก”

“ไสหัวไป!”

หลิวอวิ๋นเซียงอยู่ในอ้อมอกของเหยียนมู่ พลางหอบหายใจพลางตีเขา

“สิ่งที่ข้าพูดกับเจ้าในคืนนั้น เจ้าจะต้องจดจำไว้ให้เข้าสมอง”

หลิวอวิ๋นเซียงเงยหน้าขึ้น นางเห็นความเหี้ยมในสายตาของเหยียนมู่ แม้จะไม่ใช่ต่อนาง แต่กลับทำให้นางรู้สึกกลัว

ทำไมฮองเฮาจึงต้องคิดร้ายกับลูกในครรภ์ของนางด้วย

จะต้องไม่ใช่เพราะนางที่เป็นแม่แน่นอน แต่เป็นเพราะเหยียนมู่ที่เป็นพ่อ!

แต่ฮองเฮากับเหยียนมู่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบศัตรู ทั้งสองคนเหมือนจะเป็นการร่วมมือกับเพื่ออะไรบางอย่าง

หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกมึนงงไปหมด ปัญหาพวกนี้รบกวนนางมาหลายวันแล้ว นางหวังอย่างยิ่งว่าจะได้คำตอบจากเหยียนมู่ แต่เขาไม่บอก

ให้ตายยังไงก็ไม่บอก!

เหยียนมู่บีบเล่นคางของหลิวอวิ๋นเซียง “ข้าดีใจ”

“ดีใจอะไร”

“เจ้าจะเป็นหญิงหม้ายอีกแล้ว”

หลิวอวิ๋นเซียงจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ อยากจะพลิกตัวหันหลังให้เขา แต่นางท้องโต เอวก็เมื่อยมากขยับไม่ได้เลย

เหยียนมู่ถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็ยื่นมือไปนวดเอวให้นาง

แรงของเขานั้นแรงพอสมควร หลิวอวิ๋นเซียงส่งเสียงที่สบายออกมา

เมื่อคิดถึงความยากลำบากที่ตนที่จะคลอดลูกคนนี้ ให้เขาดูแลหน่อยมันก็สมควรแล้ว หลิวอวิ๋นเซียงจึงรู้สึกสบายใจ แถมยังสั่งให้เหยียนมู่นวดไหล่และนวดน่องขาให้ด้วย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน