เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 142

“เป็นแค่ตัวแทนแล้วอย่างไร ข้าได้ตำแหน่งเหยียนฮูหยิน ได้ครอบครองเขา ได้ให้กำเนิดลูกให้เขา แถมยังได้เขาไปทั้งชีวิต รักไม่รักอะไรกัน ข้าได้สิ่งที่มากมาย ท่านหญิง ท่านรักเขา แต่ท่านจะได้อะไรเล่า?”

“หลิว... อวิ๋น... เซียง!”

หลิวอวิ๋นเซียงส่ายหน้า “ท่านหญิง ท่านไม่รู้สึกว่าตัวเองน่าสงสารบ้างหรือ?”

“เจ้า...”

ทันใดนั้น เหยียนมู่ก็กลับมาถึง พอเข้ามาในเรือนก็ตะโกนเรียกชื่อคนข้างใน

“คืนนี้กินหม้อไฟกัน ข้าซื้อเนื้อชิ้นใหญ่กลับมาด้วย”

ป้าจางเดินออกมาจากครัวรับเนื้อ “โอ้โห เนื้อสดน่าดูเลย งั้นข้าไปหั่นเจ้าค่ะ”

“จิ่นเยียนเล่า รีบไปซื้อเหล้ามาสิ”

ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น เหยียนมู่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับความหนาวเหน็บจากข้างนอก เขาถอดเสื้อคลุมตัวหนาออกก่อน แล้วไปผิงไฟอุ่นมือ พอหันมาเห็นมู่หรงลิ่งอี๋ก็ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

“พี่เจ็ดไม่อยู่บ้าน ข้าก็เลยต้องมาหาที่นี่” มู่หรงลิ่งอี๋ตอบพลางเบะปาก

“มีธุระรึ?”

“ต้องมีธุระด้วยรึไง?”

เหยียนมู่ยิ้ม “ใครทำให้เจ้าไม่พอใจอีกล่ะ?”

มู่หรงลิ่งอี๋เหลือบมองหลิวอวิ๋นเซียง ก่อนจะแค่นเสียงหึ “ใครจะกล้าไปหาเรื่องว่าที่เหยียนฮูหยินกันเล่า!”

เหยียนมู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหลิวอวิ๋นเซียง เห็นนางก้มหน้าจิบชา ท่าทางเรียบร้อยน่ารัก เขาลอบคิดอะไรบางอย่างในใจ ก่อนจะเดินไปนั่งข้าง ๆ หลิวอวิ๋นเซียง แย่งถ้วยชาจากมือนาง แล้วดื่มชาที่เหลือครึ่งถ้วยจนหมดรวดเดียว

“ท่านจะแย่งของข้าทำไมกัน?”

“ของเจ้าอร่อย”

หลิวอวิ๋นเซียงถลึงตาใส่เขา ก่อนจะรินเหล้าอีกแก้วแล้วยัดใส่มือเขา

“เหตุใดวันนี้กลับมาเร็วเชียว?”

“ไม่มีเรื่องอะไรที่ประตูเมือง ก็เลยรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”

มู่หรงลิ่งอี๋เห็นทั้งสองคนหยอกล้อกันเช่นนั้น ความหึงในใจก็พลุ่งพล่านขึ้นมา จึงโพล่งออกไปว่า “พี่เจ็ด ท่านอย่าบอกนะว่าจะเอานางเป็นภรรยาเอกจริง ๆ?”

เหยียนมู่หรี่ตาลง “อย่าพูดพล่อย ๆ”

มู่หรงลิ่งอี๋เหลือบตาไปมา “งั้นแสดงว่าท่านไม่ได้มีใจให้นางเลยสักนิด ที่แท้ก็แค่นางเพ้อฝันไปเองสินะ?”

หลิวอวิ๋นเซียงมองไปที่เหยียนมู่ ดวงตาสั่นไหว มีทั้งความคาดหวังและความหวาดกลัวปะปนกัน รอฟังคำตอบจากเขา

เหยียนมู่ถอนหายใจยาว “เรื่องของข้า เมื่อไหร่กันที่เจ้ามีสิทธิ์มาซักไซ้?”

มู่หรงลิ่งอี๋รู้สึกน้อยใจยิ่งนัก “ข้าก็แค่อยากรู้เท่านั้นเอง!”

“วันหน้าข้าแต่งงาน เจ้าก็แค่เตรียมดื่มเหล้ามงคลก็พอแล้ว”

ได้ยินดังนั้น มู่หรงลิ่งอี๋ก็โกรธจนแทบใจสลาย ลุกขึ้นยืนพรวดพราด “เหล้า มงคลนี้ ข้าไม่ดื่ม!”

พูดจบก็หันหลังวิ่งหนีไป

หลิวอวิ๋นเซียงเบ้ปาก “นางไม่ถามหน่อยรึ ว่านายท่านเจ็ดเหยียนจะดื่มเหล้ามงคลกับผู้ใด”

“เหตุใดข้าถึงทำไม่ได้?”

“เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะวางมือ!”

เหยียนมู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะลั่น “ใช่ ข้าทำไม่ได้ หลิวอวิ๋นเซียงคนเดียว คงไม่มากพอที่จะทำให้ข้าละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างได้หรอก”

“นางก็แค่หน้าเหมือนจินโยวเท่านั้น”

“ใช่ ข้าก็แค่ชอบดวงตาของนางเท่านั้น”

“แล้วเจ้ายังกังวลสิ่งใดอีก?”

“...”

ครู่ใหญ่ ชายหนุ่มจึงได้สติกลับมาจากภวังค์ความคิด

เขาดื่มเหล้าอึกใหญ่ “แต่ข้าทนเห็นนางร้องไห้ไม่ได้ สิ่งที่นางต้องการ แม้แต่ชีวิตของข้า ข้าก็อยากจะมอบให้นาง”

“เจ้าเจ็ด พวกเราล้วนก้าวเข้ามาแล้ว มิอาจหันหลังกลับได้ อีกอย่าง จินโยว นางเข้าวังมาเพื่อใคร เจ้าอย่าได้ทำให้นางผิดหวัง”

“...”

“หญิงงามที่ส่งตัวเข้ามาในสวนกล้วยไม้ เจ้าไม่เคยแตะต้องพวกนางเลยสักคน มีเพียงแต่หลิวอวิ๋นเซียงเท่านั้นที่ท่านจำใจต้องยุ่งเกี่ยวด้วย ก็เพื่อลบความเคลือบแคลงสงสัยในพระทัยฝ่าบาท จึงได้มีเรื่องที่นางตั้งครรภ์ตามมา เจ้ารู้สึกผิดต่อนาง แต่ก็เพียงเท่านั้น”

คืนนั้น เหยียนมู่ไม่ได้กลับมา

หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ หลิวอวิ๋นเซียงก็ออกไปอาบแดดในสวนพักหนึ่ง ได้ยินเสียงดังโวยวายมาจากเรือนข้าง ๆ มีทั้งเสียงร้องไห้ เสียงด่าทอ และเสียงขนย้ายสิ่งของ

ป้าจางบอกว่าญาติฝ่ายหญิงของเรือนข้าง ๆ เดินทางมาจากต่างถิ่น กำลังเก็บข้าวของ จะพานางกับลูกสองคนกลับไปวันนี้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน