จิ่นเยียนช่วยสวมเสื้อคลุมให้นาง จื่อจินเก็บข้าวของเครื่องใช้จำเป็น ก่อนจะกำชับป้าจาง แล้วออกจากบ้านไป
“ฮูหยิน รีบขึ้นรถม้าเถิดเจ้าค่ะ” มู่จิ่นกล่าว
หลิวอวิ๋นเซียงมองไปยังปากตรอกที่มืดมิด มองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า
“ไปส่งข้าที่จวนองค์หญิงใหญ่”
“ว่าไงนะ?” มู่จิ่นผู้ที่มักจะสุขุมเยือกเย็น ถึงกับตื่นตระหนกจนเสียอาการ “ฮูหยิน ท่านอย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวายในเวลานี้เลย!”
หลิวอวิ๋นเซียงหันไปมองมู่จิ่น “ข้ารู้จักขอบเขต!”
มู่จิ่นขมวดคิ้วแน่น “ฮูหยิน ท่านไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้มันอันตรายแค่ไหน!”
“เจ้าอยากให้นายท่านเจ้ากลับมาอย่างปลอดภัยหรือไม่?”
มู่จิ่นส่ายหน้า “บ่าวมิอาจทำตามที่ท่านสั่งได้!”
จิ่นเยียนก็รบเร้าเช่นกัน “คุณหนู พี่มู่จิ่นพูดถูกแล้ว หากท่านไปจวนองค์หญิงใหญ่ ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะเข้าปากเสือ ไม่เพียงแต่จะช่วยใต้เท้าเหยียนไม่ได้ ตัวท่านเองก็จะพลอยได้รับอันตรายไปด้วย ยิ่งท่านกำลังตั้งครรภ์อยู่ด้วย”
“ช่วงนี้มีประกาศปิดเมือง หากคิดจะออกนอกเมืองก็ควรเร่งรีบหน่อย ยิ่งดึกก็ยิ่งออกไปยาก” ขอทานคนหนึ่งเดินมาจากปากตรอกกล่าว
“มีข่าวคราวนายท่านของเราบ้างหรือไม่?” มู่จิ่นรีบถาม
ขอทานมองไปทางหลิวอวิ๋นเซียง ก่อนจะส่ายหน้า “เป็นตายไม่ทราบแน่ชัด”
หลิวอวิ๋นเซียงถอนหายใจยาว นางพลาดเองที่คิดอะไรตื้นเขินเกินไป คิดว่าเหยียนมู่จะทำเป็นประนีประนอมกับองค์หญิงใหญ่ไปก่อน รอให้นางคลอดลูกแล้วค่อยส่งศพไปให้ทีหลัง
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เล่นด้วย หรือบางทีเขาอาจยอมตายดีกว่าที่จะส่งมอบนาง แม้กระทั่งร่างที่ไร้วิญญาณก็ตาม
“ฮูหยิน ขอพูดคุยด้วยสักครู่” ขอทานกล่าว
หลิวอวิ๋นเซียงเดินตามขอทานเข้าไปในเรือน คิดว่าเขาจะบอกความลับอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า
“ฮูหยินถูกพิษไป๋มู่ เกรงว่าจะกระทบกระเทือนถึงทารกในครรภ์จึงมิอาจถอนพิษได้ ทำให้หมอวินิจฉัยว่า อย่างมากที่สุดก็เพียงแค่ให้บุตรคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ฮูหยินจะไม่มีโอกาสรอดชีวิต ใช่หรือไม่?”
หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ใช่ แล้วอย่างไร?”
“ฮูหยิน ท่านใกล้กำหนดคลอดแล้ว รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติตรงไหนบ้างหรือไม่?”
หลิวอวิ๋นเซียงส่ายหน้า นับตั้งแต่ที่ได้กินยาฉมนพเก้าที่ชวีโม่หรานมอบให้ แม้นว่าจะบอกว่าเป็นการใช้พิษสยบพิษ แต่กลับรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก ไม่แข็งทื่อเหมือนแต่ก่อน ทั้งยังมีเรี่ยวแรงและจิตใจที่แจ่มใสขึ้นอีกด้วย
“ยาฉมนพเก้านี้ เหยียนมู่ได้มาจากหมอผีเป่ยจินนามว่าจ้งหมิง เจ้าคงไม่รู้สินะว่าหมอผีผู้นี้มีกฎอยู่หนึ่งข้อ นั่นคือชีวิตแลกชีวิต”
“ชีวิตแลกชีวิต?”
หลิวอวิ๋นเซียงแค่นเสียงเย็นชา “ในสายตาของท่าน หรือจะพูดให้ถูกก็คือในสายตาของพวกท่านแล้ว ชีวิตของข้าหาสำคัญไม่ สิ่งสำคัญคือชีวิตของเหยียนมู่”
“หากเรื่องวันนี้จำเป็นต้องมีผู้ใดรับผิดชอบ จำเป็นต้องมีผู้ชดใช้ด้วยชีวิต” ขอทานมองหลิวอวิ๋นเซียงพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง “พวกข้าย่อมต้องเลือกชีวิตของเจ้าเจ็ด”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “เช่นนั้นก็ส่งข้าไปยังจวนองค์หญิงใหญ่เถิด”
“เรื่องนี้มันซับซ้อนยิ่งนัก”
“ข้าพอจะคาดเดาได้”
แต่ถึงกระนั้น นางก็ต้องไป
ใต้แสงจันทร์ รถม้าคันหนึ่งแล่นออกมาจากตรอกอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าตรงไปยังจวนองค์หญิงใหญ่
แม้ยามดึกสงัด แต่องค์หญิงใหญ่ก็ยังมิได้บรรทม
นางรีบรุดไปยังหน้าเรือน เห็นร่างของหลิวอวิ๋นเซียงยืนอยู่เพียงลำพัง แววเนตรที่อ่อนล้าของนางพลันฉายแววเกรี้ยวกราด
“หลิวอวิ๋นเซียง เจ้านี่ช่างบังอาจนัก กล้ามาติดกับดักถึงที่! เจ้าเหยียดหยามบุตรสาวข้า ทำลายความบริสุทธิ์ของนาง ต่อให้ฆ่าเจ้าก็มิอาจล้างแค้นในใจข้าได้!”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้ามาเพื่อรับความตายอยู่แล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน