“หลิว อวิ๋น เซียง!”
“ท่านสงบสติหน่อย ฆ่าเขาแล้วก็ไม่มีประโยชน์!”
“เจ้าหลีกไป!”
“ข้าไม่เพียงทำเพื่อเขา แต่เพื่อท่านด้วย ฆ่าซื่อจื่อซูผิงอ๋องยังคงผิดกฎหมาย ท่านก็มีโทษตาย! หนึ่งชีวิตชนใช้หนึ่งชีวิต ท่านจะให้พวกเราสองแม่ลูกทำอย่างไร!”
เหยียนมู่ดันหลิวอวิ๋นเซียงออก ใช้กระบี่ชี้ไปที่เรือนทางตะวันตก “เขาเคยพักอยู่ที่นั่นห่างกับเจ้าแค่หนึ่งกำแพง”
หลิวอวิ๋นเซียงก้าวหน้าไปหนึ่งก้าว และเหยียนมู่ถอยหลังหนึ่งก้าว ในเวลาเดียวกันก็ใช้กระบี่ชี้นาง “พวกเจ้าสองคนมีใจกันนานแล้ว ผ่านพิธีกราบไหว้กันแล้วกระมัง?”
“เหยียนมู่……”
“หลิวอวิ๋นเซียงเจ้าใจดำจริงๆ ยังคิดให้ลูกข้าเรียกเขาว่าพ่อด้วยใช่หรือไม่? ให้ลูกชายยอมรับชู้เป็นพ่อ หลิวอวิ๋นเซียงเจ้าทำเรื่องนี้ลงได้อย่างไร เจ้ามีหัวใจหรือเปล่า?”
หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้ว ก่อนหน้านี้นางคิดจะฝากลูกกับลู่ฉางอันจริงๆ ดังนั้นเหยียนมู่พูดถูกต้อง
แต่ตอนนั้นนางไม่รู้เรื่องซูผิงอ๋องฆ่าครอบครัวของเหยียนมู่จริงๆ
ในตอนนี้เหยียนมู่เหมือนคนบ้า ไม่มีสติ สัมปชัญญะแล้ว หลิวอวิ๋นเซียงพยายามอธิบายกับเขาแต่เขาไม่ฟัง ปากก็ทวนคำเดิม “เจ้าใจดำจริงๆ! เจ้าใจดำจริงๆ!”
“แขนท่านได้รับบาดเจ็บแล้ว ข้าทำแผลให้ท่านก่อน” หลิวอวิ๋นเซียงพยายามสื่อสารกับเหยียนมู่
และเหยียนมู่เห็นเลือดที่แขนของตัวเอง สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น “ปีนั้นเป็นซูผิงอ๋องวางแผนใส่ร้ายพ่อข้าสมคบคิดกับศัตรู และต่อมานำคำสั่งของฝ่าบาทฆ่าตระกูลเหยียนของข้าทั้งหมดสามสิบคน ตอนนี้ซูผิงอ๋องออกจากเมืองหลวงอย่างราบรื่น ข้าอยากจะแก้แค้นแค่ไหนก็ไม่มีโอกาสแล้ว”
หลิวอวิ๋นเซียงตัวสั่น “ไม่หรอก ยังมีโอกาส”
เหยียนมู่มองหลิวอวิ๋นเซียง ในดวงตาไม่มีความบ้าคลั่งก่อนหน้านี้ เหลือเพียงความเย็นชา
“หลิวอวิ๋นเซียง ทำไมถึงเป็นเจ้า!”
ในเวลานี้ หลิวอวิ๋นเซียงรับรู้ว่า เหยียนมู่เกลียดนาง
คำอธิบายทั้งหมดไร้ค่า เขาไม่มีทางฟัง ยอมรับแค่ผลเท่านั้น นางช่วยศัตรูของเขาแล้ว
เห็นเหยียนมู่กำลังออกไป ลมก็แรงขึ้นเหมือนกำลังจะมีหิมะตก
จิ่นเยียนเข้าไปประคองนางพูดอย่างเป็นห่วงว่า “คุณหนูพวกเราเข้าบ้านกันเถอะ นายท่านเจ็ดเขาจะไม่โกรธท่านจริงๆ รอเขากลับมา ท่านค่อยอธิบายกับเขาดีๆอีกครั้ง”
หลิวอวิ๋นเซียงมองประตูลานบ้านที่ว่างเปล่า พึมพำว่า “เกรงว่าเขาจะไม่กลับมาอีกแล้ว”
คืนนั้น หลิวอวิ๋นเซียงนอนพลิกตัวนานกว่าจะง่วง เพิ่งนอนไปสองขาก็เป็นตะคริวทันที
ป้าจางยิ้มว่า “ฮูหยินคงละเมอแล้ว เมื่อวานนายท่านเจ็ดออกไปแล้วไม่เคยกลับมาเลย”
หลิวอวิ๋นเซียงนิ่งไปจากนั้นก็ครุ่นคิดเหมือนจะฝันไป
“พวกจิ่นเยียนเล่า?” รู้สึกในบ้านเงียบมาก
“วันนี้มีงานเฉลิมพระชนมพรรษา แม่นางห้ากลับมาแต่เช้าบอกว่าจะไปเล่นข้างนอก จื่อจินพานางออกไปแล้ว ตอนเที่ยงเห็นว่ายังไม่กลับมา จิ่นเยียนไม่วางใจก็ออกไปตามหาพวกนางข้างนอกแล้ว”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “ข้างนอกคึกคักไหม?”
“คึกคักมาก โรงงิ้วทางเมืองตะวันตกสร้างเวที ทางเมืองตะวันออกสถานบันเทิงสิบสองแห่ง นักรำนางรำผลัดกันขึ้นแสดง ไม่ต้องพูดถึงสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านแผงลอย มากมายจนลานตาดูไม่ไหว เมื่อเช้าข้าไปร้านข้าวดูมาตลอดทางจนตายลายแล้ว” ป้าจางพูดด้วยรอยยิ้ม
“จริงหรือ”
ตอนอยู่ในความฝัน เหยียนมู่ยังถามนางว่าจะไปเที่ยวเล่นที่ถนนหรือไม่
เห็นจู่ ๆ หลิวอวิ๋นเซียงทำหน้าเศร้า ป้าจางเดาได้จึงถอนหายใจเบา ๆ “ฮูหยินท่านกับนายท่านเจ็ด พูดตามตรงคนนอกดูไม่ออก แต่ข้ารู้ในใจท่านมีเขาแน่นอน ในใจเขาก็มีท่าน อันที่จริงแบบนี้ก็พอแล้ว สามีภรรยาในนาม ในใจไม่มีกันและกัน ข้าอยากบอกว่า สองคนอยู่ด้วยกันอย่าจริงจังมาก จะต้องแข่งว่าใครถูกใครผิด หากท่านอาลัยอาวรณ์จริง ๆ ยอมก่อนก็ไม่มีอะไร ที่สำคัญต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”
หลิวอวิ๋นเซียงยิ้มส่ายหน้า ความรู้สึกของนางที่มีต่อเหยียนมู่ซับซ้อนมาก ไม่ใช่รักหรือไม่รัก ไม่ใช่อยู่ด้วยกันหรือเลิกกัน แต่สถานการณ์ตอนนี้ นางจำเป็นต้องลงเรือลำเดียวกับเขา
หลังจากล้างหน้าหวีผมเสร็จ พวกจิ่นเยียนกลับมาแล้ว เล่าเรื่องสนุกมากมายกับนางอย่างมีความสุข พูดถึงคนเมาสองคนทะเลาะกัน จิ่นเยียนชะงักไป “ข้าเห็นนายท่านเจ็ดแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน