เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 162

“เหยียนมู่ไม่อยู่?”

หลิวอวิ๋นเซียงขมวดคิ้ว “เจ้าหาผิดที่แล้วกระมัง?”

ขอทานเช็ดเหงื่อ “ไอหยา รีบจะตายอยู่แล้ว ค่ายใหญ่ชายเมืองรอเขาสั่งงาน แต่สุดท้ายไม่เห็นเขา ในสถานการณ์ฉุกเฉินทางการทหารแบบนี้ หากแพร่ไปถึงฝ่าบาท ต้องทรงกริ้วมากแน่ หากถูกกล่าวโทษว่าหนีการร่วมรบ คงรักษาหัวไว้ไม่ได้แล้วจริง ๆ”

หลิวอวิ๋นเซียงสูดลมหายใจเข้าลึก “เขาไม่มีทางหนี”

“พวกเราเชื่อ แต่คนอื่นไม่เชื่อ โดยเฉพาะตอนนี้ทั้งฝ่ายราชสำนักและผ่านประชาชนต่างว้าวุ่นใจ ข้ายังคิดว่าเขาต้องอยู่กับเจ้าที่นี่ นึกไม่ถึงว่าจะไม่อยู่ เช่นนั้นเขาจะไปไหนได้”

หลิวอวิ๋นเซียงยิ้มเย็นชา “เจ้ามาหาที่ข้า ไม่สู้กลับจวนเหยียนดูว่าเขาอยู่ตรงหยวนชิงเย่ว์หรือไม่ หรือไม่ก็เข้าวังดูว่าเขาอยู่ตรงสนมเสี่ยวจินเฟยหรือไม่ ใกล้จะลาจากชั่วนิรันดร์แล้ว ต้องบอกลาคนในส่วนลึกของหัวใจ หากมันครั้งสุดท้ายล่ะ”

“ถุยถุยถุย เจ้าสาปแช่งเขาเถอะ!”

เหยียนมู่ไม่อยู่ที่นี่ ขอทานจึงทำได้เพียงไปหาที่อื่น

หลังกินอาหารกลางวัน หลิวอวิ๋นเซียงกำลังจะเอนกายพิงเตียงหลั่วฮั่น ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากข้างนอก หันไปก็เห็นเหยียนมู่สวมเสื้อคลุมจิ้งจอกดำเดินเข้ามา

“เจ้า…”

นางเพิ่งเอ่ยปาก ยังพูดไม่จบ ก็โดนเขาอุ้มขึ้นมา

“พาเจ้าไปที่หนึ่ง”

จิ่นเยียนกับจื่อจินถูกพาออกไปด้านนอก หลิวอวิ๋นเซียงมองเหยียนมู่ หลังจากนั้นก็โบกมือให้พวกนางสองคน

ด้านนอกประตูบ้านมีรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่ หลิวอวิ๋นเซียงโดนเหยียนมู่อุ้มเข้าไปในรถ และเขาก็นั่งข้างนอกเพื่อขับรถม้า

รถเริ่มเคลื่อนตัวแล้ว ด้านในปูด้วยผ้านวมหนา หลิวอวิ๋นเซียงนั่งเอนอยู่ข้างใน มองไปนอกรถม้าผ่านซอกผ้าม่าน มองเห็นเสื้อคลุมหนังบนตัวเขา ด้านบนเหมือนมีดิน…อยู่มากมาย!

รถม้าเข้าถนนใหญ่และไปทางประตูเมือง หลิวอวิ๋นเซียงยกผ้าม่านขึ้นมองออกไปข้างนอก ทุกครั้งที่นางออกจากบ้าน ด้านหลังมักมีคนสะกดรอยตาม ครั้งนี้เหมือนจะไม่มี

ออกจากประตูเมืองแล้ว เดินทางอีกประมาณครึ่งชั่วยาม รถม้าก็หยุดลง

เหยียนมู่อุ้มหลิวอวิ๋นเซียงลงจากรถม้าโดยไม่พูดไม่จา จากนั้นก็จูงนางเดินไปบนเขา

หลิวอวิ๋นเซียงมองภูเขานี้ นั่นไม่ใช่ที่ตั้งสุสานบรรพบุรุษของตระกูลเหยียนหรอกหรือ

เขาอยากจะกราบไหว้พ่อและญาติพี่น้อง แล้วจะพามานางทำไม

ตื่นเช้ามา ท้องฟ้าก็ไม่ค่อยดี เมฆหนาทึบ ขณะนี้ท้องฟ้ายิ่งมืดลง มองเห็นเนินหลุมศพของตระกูลเหยียนจากระยะไกล แต่ละอันเป็นเงาสั่นไหวไปมา น่าสะพรึงกลัว

หลิวอวิ๋นเซียงถูกเหยียนมู่ห่อด้วยเสื้อคลุม แทบจะเดินแนบชิดอยู่ในอ้อมอกของเขา เงยหน้าเล็กน้อย ปลายจมูกเสียดสีคางของเขา รู้สึกแสบเล็กน้อย มองดูอย่างละเอียดอีกที หนวดนั่นมีสีเขียวงอกออกมานิดหน่อยแล้ว

ชาติก่อน ก่อนออกศึกหนึ่งคืน เขาโมโหและบ้าคลั่งใส่นาง เมื่อฟ้าสาง เขาก็จูบนางอย่างอ่อนโยน

“รอข้ากลับมานะ” ข้ากล่าว

นางไม่ได้ตอบเขา แต่นางรอมาตลอด

สามปี ในหลายต่อหลายคืน นางสะดุ้งตื่นจากฝัน หลังจากนั้นก็จับหน้าอกดีใจที่เป็นแค่ความฝัน เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้สละชีพ ไม่เหมือนในความฝัน ที่กลับมาเพียงโลงศพ

“แต่ไม่เป็นไม่เป็น เจ้านอนคนเดียวกำลังดี”

คุยเรื่องเหตุผลกับคนบ้าไม่มีประโยชน์ ด่าเขาก็ไม่มีประโยชน์ หลิวอวิ๋นเซียงหันไปตบเขาทันที

เสียงดังเพี้ยะ!

บางทีป่าเขาอาจเงียบเกินไป เสียงนี้จังกังวานเป็นพิเศษ ทำให้นกบนต้นไม้ข้าง ๆ หนีไปด้วยความตกใจ

เหยียนมู่ซุกหัวตรงคอของนาง และหัวเราะเบา ๆ

เพราะต่างฝ่ายต่างแนบชิดกัน หลิวอวิ๋นเซียงรู้สึกถึงเสียงสะท้อนในหน้าอกจากการหัวเราะ เหมือนกับว่ามีความสุขจริง ๆ

“ถ้าหากข้ามีชีวิตกลับมาได้ ถ้าหากเจ้ามีชีวิตรอดรอข้าหลับมาได้ เจ้าต้องตบหน้าข้านะ”

หลิวอวิ๋นเซียงตัวแข็งทื่อ “หากได้เจอกันอีกครั้ง”

บางทีอาจไม่ใช่ตายจากกัน บางทีอาจเป็นการอยู่คนละฝากฟ้า

ใครจะบอกได้ล่ะ!

เหยียนมู่เอาหน้าแนบท้องของหลิวอวิ๋นเซียง และลูบเบา ๆ “ลูก พ่อไปแล้ว เมื่อก่อนพ่อคิดว่าเจ้าเป็นลูกใครก็ได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ เจ้าต้องเป็นลูกของข้าเท่านั้น”

หลิวอวิ๋นเซียงปัดมือเขาออก “ใครบอกกัน อยู่คลอดลูกเป็นเพื่อนข้า หากข้าไม่รอด ก็ฝังข้าด้วยมือตัวเอง หลังจากนั้นปกป้องลูกให้เติบโต?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน