เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 166

“หรือว่าจะเป็น... หนู?” จิ่นเยียนเลิกคิ้วพร้อมเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

ทันทีที่พูดจบ เสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นชัดเจนอีกครั้ง ก่อนจะกลายเป็นเสียงสะอึกสะอื้นราวกับพยายามปิดปากร้องไห้

จื่อจินรีบลุกขึ้นและเดินไปตามเสียงนั้น เสียงนี้มาจากกำแพงด้านตะวันออกที่แขวนผ้าหยาบฝุ่นหนาไว้มากมาย จื่อจินใช้ดาบปลายแหลมเปิดผ้าออกและพบว่ามีประตูลับอยู่ด้านหลัง

นางหันกลับไปมองหลิวอวิ๋นเซียงครู่หนึ่ง ก่อนใช้ดาบเคาะประตูบานนั้น

ภายในไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เสียงร้องไห้นั้นพลันหยุดชะงักลง

หลิวอวิ๋นเซียงกระแอมแห้งๆ พร้อมพูดกับจื่อจินอีกครั้ง “บางทีข้าอาจหูฝาดไปเอง กลับกันเถอะ”

จื่อจินตอบรับเบาๆ ก่อนหันหลังเดินกลับไป ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว นางก็ต้องหยุดชะงักหันกลับไปมองที่ประตูลับอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นาน ประตูก็เปิดออกอย่างช้าๆ สตรีคนหนึ่งวิ่งพุ่งออกมาโดยมีเด็กน้อยอยู่ในอ้อมแขน ทำให้จื่อจินรีบยืนขวางหน้าประตูอย่างรวดเร็ว

สตรีคนนั้นนั้นร้องขอความเมตตาอย่างตื่นตระหนก “นายท่านผู้ใจดี โปรดเห็นใจด้วยเถอะ ข้ากับลูกร่อนเร่พเนจรอยู่ข้างนอก ช่างเหน็บหนาวเหลือเกิน ข้าไม่มีที่ไปแล้ว ให้ข้าพักที่โถงบรรพบุรุษของพวกท่านสักสองสามวันเถิด”

เด็กน้อยในอ้อมแขนนั้นอายุเพียงเจ็ดหรือแปดเดือน เขากำลังร้องไห้ราวกับรู้สึกหิวโหยมากเหลือเกิน

ส่วนสตรีคนนั้นผมเผ้ายุ่งเหยิงปิดหน้าปิดตา แต่น้ำเสียงช่างฟังดูคุ้นเคยนัก หลิวอวิ๋นเซียงมองหน้าจิ่นเยียน บ่าวของนางเองก็สงสัยเช่นกัน จึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาสตรีคนนั้น

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ เอียงศีรษะพินิจมองครู่หนึ่งจึงตะโกนออกมาว่า “ลี่อี๋เหนียง!”

สตรีคนนั้นตกใจจนถึงขีดสุด และพยายามวิ่งหนีออกไป แต่ถูกจื่อจินขวางเอาไว้

“เลิกซ่อนได้แล้ว พวกเราทุกคนเห็นกันหมดแล้ว” จิ่นเยียนพูดอย่างจนปัญญา

ในวันนั้น ลี่อี๋เหนียงสังหารเซี่ยจื่อเซวียนและหนีไปพร้อมกับลูก หลิวอวิ๋นเซียงเห็นแก่ลูกของนางจึงไม่ถือสาเอาความใดๆ

ความจริงแล้วจวนโหวไม่ได้แจ้งกับทางการเพราะหากข่าวแพร่สะพัดออกไปคงเป็นที่น่าอายยิ่งนัก ต่อมาจวนโหวประสบปัญหาถูกลิดรอนตำแหน่ง ดังนั้นจึงให้ยามในจวนตามหานางไม่กี่วัน เมื่อหาไม่เจอจึงรามือกันไป

แต่ลี่อี๋เหนียงที่กลัวถูกจับจึงหนีไปซ่อนตัว ใช้ชีวิตอย่างลำบาก

หลังจากได้ยินเช่นนั้น ลี่อี๋เหนียงก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองไปทางห้องทิศตะวันตก เมื่อเห็นว่าหลิวอวิ๋นเซียงไม่ได้ตั้งใจถือสาเอาความเรื่องนี้ นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและทรุดตัวลงกับพื้น

ด้านหลังประตูลับมีห้องมืดแคบๆ ไม่มีแสงแดดสาดส่องเข้าไปถึง ทำให้ทั้งอับชื้นและเย็นเยียบ

ลี่เหนียงปูหญ้าแห้งเป็นชั้นๆ บนพื้นเป็นที่นอนของตนเองกับลูกชาย

จิ่นเยียนเดินเข้าไปดู นั่นมันไม่ใช่สถานที่ที่คนควรอาศัยอยู่เลยด้วยซ้ำ

เพลานี้ลี่เหนียงกำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะ โดยมีลูกอยู่ในอ้อมแขนและยัดข้าวเข้าปากตัวเองกับลูกชายสลับกันอย่างหิวโหย

หลังกินข้าวเสร็จ จิ่นเยียนจึงบอกเรื่องที่จวนโหวไม่ได้แจ้งทางการให้ลี่เหนียงฟัง ลี่เหนียงรู้สึกดีใจก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมาร้องไห้อย่างสิ้นหวัง

“เพลานั้นข้าเลอะเลือนไปแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมถึงฆ่าเขา”

“ข้าเสียใจ เสียใจจริงๆ”

ความเจ็บป่วยของเด็กน้อยไม่อาจรอช้าได้ หลิวอวิ๋นเซียงจึงให้ลี่เหนียงรีบพาลูกเข้าเมืองไปหาหมอ

หลังจากนั้นไม่นาน ป้าจางก็มาพร้อมกับผัก เนื้อสัตว์และมีเด็กหญิงอยู่บนหลัง

เด็กหญิงคนนี้เป็นลูกของสตรีคนนั้นที่เรือนตะวันออก ทั้งครอบครัวเสียชีวิตอย่างอนาถ แต่เด็กหญิงคนนี้โชคดีที่รอดมาได้

“หลานน้อยน่ารักข้าป่วยมาสองวันแล้ว ลูกสะใภ้ของข้าไม่อาจดูแลเด็กพร้อมกันสองคนได้จริงๆ ข้าก็เลยแบกเด็กน้อยคนนี้มาด้วย” ป้าจางกล่าวขณะปล่อยให้เด็กหญิงลงมาจากหลัง

นางใช้ผ้าห่มพับเป็นกระเป๋าเป้เล็กๆ ทำให้เด็กน้อยที่อยู่ในนั้นอบอุ่นเป็นอย่างมาก

หลิวอวิ๋นเซียงขยับออกไปเล็กน้อย เว้นที่ให้ป้าจางวางลงบนเตียงเตา

ดวงตากลมโตของเด็กหญิงกลอกไปรอบๆ ปากเล็กของนางเริ่มพ่นฟองเล็กๆ ออกมา

“น่ารักเหลือเกิน!”

“ข้าอยากอุ้มเหลือเกิน!”

จิ่นเหยียนกับจื่อจินนั่งอยู่ริมเตียงเตา มองเด็กหญิงตัวเล็กอย่างไม่ละสายตา

หลิวอวิ๋นเซียงก็ชอบเด็กหญิงตัวเล็กคนนี้มาก อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของนาง

เด็กหญิงตัวน้อยส่งเสียงในลำคอเบาๆ ก่อนจะเผยยิ้มออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน