เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 170

หมาป่าหนึ่งหรือสองตัวนั้นอาจไม่อยู่แล้ว แต่ยังคงมีจิ้งจอกกับนกแร้งเฝ้ารออยู่ คำคืนนี้ยังคงเต็มไปด้วยอันตราย

หลิวอวิ๋นเซียงลากร่างอันอ่อนแอขึ้นรถม้าโดยมีเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขน จื่อจินเป็นคนบังคับรถม้า ส่วนเยี่ยนอี๋เหนียงพึมพำสวดมนต์ภาวนาอยู่ในรถม้า

เส้นทางยามกลางคืนไม่สะดวกนัก ขรุขระกระแทกไปมาตลอดทาง

เมื่อลงจากภูเขาได้ไม่นานนัก ก็มีชายชุดดำหลายสิบคนมาล้อมรอบพวกนางเอาไว้

จื่อจินที่ได้รับบาดเจ็บอยู่แล้ว เพลานี้ทำได้เพียงกัดฟันต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป

เพลานั้นลูกธนูถูกยิงเข้ามาในรถม้า หลิวอวิ๋นเซียงอุ้มลูกน้อยลงมาด้วยความตกใจ โดยมีเยี่ยนอี๋เหนียงวิ่งตามหลังอย่างใกล้ชิด

ลูกธนูแหลมคมพุ่งผ่านอากาศ ยากยิ่งที่พวกนางจะหลบหลีกมันได้

ขณะที่พยายามหลบลูกธนูอยู่นั้น กลับมีลูกธนูพุ่งมาจากอีกด้าน เยี่ยนอี๋เหนียงรีบวิ่งมาขวางเอาไว้ด้วยตัวสั่นเทา

ทำให้ลูกธนูนั้นปักเข้าที่กลางอกอย่างจัง

“เยี่ยนอี๋เหนียง!” หลิวอวิ๋นเซียงกรีดร้องสุดเสียง

ทันใดนั้นเอง ชายชุดดำอีกกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาปกป้องพวกนางอย่างรวดเร็ว

หลิวอวิ๋นเซียงล้มลงกับพื้นพร้อมเยี่ยนอี๋เหนียงในอ้อมแขน “เยี่ยนอี๋เหนียง...”

เยี่ยนอี๋เหนียงพลันกระอักเลือดออกมาเต็มปาก “จื่อยวน…”

จื่อยวนคือชื่อของท่านโหวเฒ่านั่นเอง

“ท่านอดทนไว้ พวกเราจะพาท่านไปหาหมอ ไว้ท่านหายดีแล้ว ข้าจะพาท่านไปหาท่านโหวเฒ่าที่ม่อเป่ย!” หลิวอวิ๋นเซียงกล่าวอย่างตื่นตระหนก

“ขะ ข้า...คงไม่ได้เจอ...เขาแล้ว...”

“ต้องได้เจอสิ”

“จากลาปีนั้น...กลับกลายเป็น...จากลาตลอดกาล...”

“ข้าจะช่วยห้ามเลือดก่อน”

“ไปหาเขาแทนข้า...”

เยี่ยนอี๋เหนียงหยิบจี้หยกออกจากอ้อมแขนด้วยความยากลำบาก “จี้หยกบรรพบุรุษตระกูลเซี่ย... เขามอบให้ข้า... บอกว่าข้า... เป็น... ภรรยาเพียงคนเดียวของเขา...”

หลิวอวิ๋นเซียงรับจี้หยกไป ขณะที่ดวงตาของเยี่ยนอี๋เหนียงปิดลงอย่างฝืนไม่ได้อีกต่อไป

เพลานั้นชายชุดดำเดินเข้ามาพร้อมกับถอดหน้ากากออก เขาคือขอทานคนหนึ่ง

“ฮูหยิน นายท่านเจ็ดสั่งให้พวกเราปกป้องท่าน พวกวายร้ายเริ่มลงมือกันแล้ว พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่”

หลิวอวิ๋นเซียงค่อยๆ หลับตาลง วางเยี่ยนอี๋เหนียงลงกับพื้น พร้อมกระชับทารากในอ้อมแขน “อืม ไปกันเถิด”

ในค่ำคืนอันมืดมิด รถม้าเคลื่อนตัวไปบนถนนเส้นยาว

ขณะที่ขอทานกำลังขับรถม้า หลิวอวิ๋นเซียงที่อยู่ด้านในก็ช่วยจื่อจินพันแผล

เด็กหญิงตัวน้อยเริ่มหิวและร้องไห้โวยวาย ทว่าเพลานี้พวกนางกำลังหลบหนี ไม่มีสิ่งใดให้กิน

หลิวอวิ๋นเซียงอุ้มทารกที่ร้องไห้จนหน้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงขึ้นมาอย่างรู้สึกผิด เด็กคนนี้ปกป้องลูกของนางจากอันตราย ต่อไปยังต้องอยู่กับนางอย่างลำบาก

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงเริ่มแกะเสื้อผ้าออกและเริ่มให้นม

พลางคิดในใจว่าเพลานี้ลูกของนางจะหิวหรือไม่ มีนมกินบ้างหรือเปล่า

หลังจากขอทานกินซาลาเปาไปสองชิ้น เขาก็มีเวลาเดินเข้าไปถามหลิวอวิ๋นเซียงเสียที

“พวกเราจะไปที่ใดกันต่อ”

“เจ้าไม่มีแผนหรอกหรือ” หลิวอวิ๋นเซียงถามกลับด้วยความตกใจ

ขอทานจึงยักไหล่ทันที “ภารกิจของข้าคือปกป้องท่าน และพาท่านไปทุกที่ที่อยากไป”

หลิวอวิ๋นเซียงคิดอยู่นานก่อนตอบว่า “เช่นนั้นขึ้นไปทางเหนือกันเถอะ”

“ไปหาเหยียนมู่?”

“ไปหาเขาให้อับอายหรืออย่างไร ข้าแค่อยากไปชมทิวทัศน์ของม่อเป่ยน่ะ”

“เพลานี้ม่อเป่ยกลายเป็นเมืองน้ำแข็ง แล้วยังเสียหายจากสงครามอีก มิสู้พวกเรารอจนกว่าฤดูใบไม้ผลิแล้วค่อยมุ่งหน้าขึ้นเหนือดีหรือไม่”

หลิวอวิ๋นเซียงเหลือบมองดูเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขนพลางตอบ “ก็ดีเหมือนกัน”

ผู้ใหญ่อาจทนได้ แต่เด็กทารกอาจทนไม่ไหว

ในเมื่อพวกเขาตัดสินใจออกเดินทางในฤดูใบไม้ผลิ บัดนี้จึงต้องหาที่ซ่อนก่อน ขอทานคิดอยู่พักหนึ่งก่อนพูดขึ้นว่า “คิดออกแล้ว ข้ามีที่ปลอดภัยอยู่ที่หนึ่ง”

พวกเขาขับรถม้าขึ้นไปทางเหนืออีกสองวัน ไปถึงนอกเมืองจิ้งโจว จากนั้นขึ้นไปบนภูเขา ในที่สุดก็จอดอยู่หน้าประตูใหญ่ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

ขอทานเดินไปเคาะประตู ไม่นานก็มีเด็กรับใช้สวมเสื้อสีเขียวมาเปิดประตู ขอทานแสดงตราสัญลักษณ์ให้ดู เด็กรับใช้จึงมองมาที่รถม้าแวบหนึ่ง ก่อนปิดประตูลงอีกครั้ง

ขอทานจึงกลับมาบอกกับหลิวอวิ๋นเซียง “รอก่อน เด็กรับใช้คนนั้นกำลังเข้าไปรายงาน”

“หมู่บ้านนี้คือ…” หลิวอวิ๋นเซียงเอ่ยถาม

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน