“ขอบคุณ ข้าไม่หิว” หลิวอวิ๋นเซียงตอบ
จ้งหมิงเม้มริมฝีปากแดง ดวงตาของนางมีน้ำตาคลอทันที
“ตอนนี้ข้าง่วงมาก ไม่หิวเลยจริงๆ เจ้าวางเอาไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าค่อยกิน” ไม่มีทางเลือก หลิวอวิ๋นเซียงอธิบายไปประโยค
“เจ้าค่ะ” จ้งหมิงยิ้มหวาน “พี่หญิงเหนื่อยแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ เช่นนั้นข้าไม่รบกวนแล้ว”
“อืม”
“พี่หญิงไม่ต้องฝืนตัวเองนะเจ้าคะ ถึงที่นี่จะเป็นบ้านของข้ากับพี่เหยียน แต่ก็เป็นบ้านของพี่หญิงด้วย ท่าคือฮูหยินของพี่เหยียน ข้าคือคนรักของเขา ท่านมีฐานะ ข้ามีเขาที่ดีกับข้า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปพวกเราเป็นพี่น้องกัน และเป็นครอบครัวเดียวกันเจ้าค่ะ”
หลิวอวิ๋นเซียงหมดคำพูด แถมทำไมเขาถึงได้แกล้งใสซื่อได้ขนาดนี้
“พี่หญิง ท่านคงไม่ได้ไม่ชอบหวั่นเอ๋อร์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
หลิวอวิ๋นเซียงยกยิ้มเล็กน้อย “ไม่หรอก”
“ท่านมีบุตรให้กับพี่เหยียน เขาไม่มีทางทิ้งท่านหรอกเจ้าค่ะ ข้าไม่ยอม”
“...”
ทำไมเขาถึงได้เหมือนกับเป็นอีกร่างหนึ่งของลี่เหนียงกันนะ แต่ดูเหมือนว่าจะมีชั้นเชิงสูงกว่าลี่เหนียง
“พี่หญิง...”
“ข้าจะพักแล้ว โปรดออกไปด้วย”
จ้งหมิงเบ้ปาก เขาเดินออกประตูไปด้านนอก แต่เดินถึงหน้าประตูก็หันหลังกลับมา
หลิวอวิ๋นเซียงตระหนก นางเดินเขาไปคิดที่จะเดินเข้าไปตบเขาสักสองฉาด คนบ้าก็คนบ้าสิ อย่าทำตัวน่ารังเกียจจะได้หรือไม่
“พี่หญิง พี่เหยียนมาไม่ได้หลายวัน เขายุ่งมากหรือเจ้าคะ”
หลิวอวิ๋นเซียงมองไปทางจ้งหมิง ชายหนุ่มทำหน้าไม่พอใจ น้ำตาไหล นางส่งเสียงหัวเราะในลำคอ “เขายุ่งจริงๆ เขารับภรรยารองเข้ามาและใช้ชีวิตอย่างดื่มด่ำ ดูเหมือนว่าเขาจะลืมนางงิ้วเล็กๆ อย่างเจ้าไปนานแล้ว”
กลางดึก หลิวอวิ๋นเซียงนอนอยู่บนเตียง เสียงร้องไห้อันเศร้าสร้อยดึงขึ้นมาเป็นระยะเบาบ้างดังบ้าง แต่ไม่หยุดเลย ตั้งแต่ที่นางบอกไปว่าเหยียนมู่มีคนใหม่แล้วก็ร้องไห้จนถึงตอนนี้
“พี่เหยียน! ท่านทรยศข้าได้อย่างไร”
เขากรีดร้องออกมาอย่างเศร้าโศก
ในอ้อมกอดของนางมีเด็กทารกที่ตกใจกลัวจนตัวสั่น ปากเล็กๆ เบะออกอย่างจะร้องไห้ หลิวอวิ๋นเซียงรีบตบที่หลังของนางเพื่อปลอบขวัญ เด็กน้อยมุดเข้าไปในอกของนางอย่างเอาใจและหลับต่อ
หลิวอวิ๋นเซียงทนไม่ไหว นางลุกขึ้น คลุมเสื้อคลุมแล้วเดินออกไป แต่ขอทานที่กำลังเดินไปเดินมาในห้องโถงอย่างกระวนกระวายใจเมื่อเห็นหลิวอวิ๋นเซียงเดินออกมาก็เบิกตากว้างมองนาง
“ท่านหาเรื่องเขาทำไม”
หลิวอวิ๋นเซียงเบ้ปาก “ใครให้เขามาเล่นละครสกปรกต่อหน้าข้าล่ะ”
“ท่านจะถือสาอะไรกับคนบ้ากัน”
ขอทานพูดจบก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบ หันกลับไปมองก็เห็นสาวใช้เดินออกมาจากห้องของจ้งหมิง สาวใช้คนนั้นเกล้าผมสูง ใบหน้างดงามหมดจด คิ้วคมงาม ดูอาจหาญมาก
ขอทานรีบหัวเราะออกมา “หมอเทวดาจ้งหมิงบ้าไปแล้ว พวกเราจะต้องขอโทษเขา ขอโทษเขา”
สาวใช้คนนั้นชื่อฮัวจู๋ ดูเหมือนว่าจะมีพืชที่ถูกเรียกว่าฮัวจู๋ มันเป็นพืชมีพิษ
ในเวลานี้ฮัวจู๋มองมาทางหลิวอวิ๋นเซียง ใบหน้าของนางมีความโกรธอย่างไม่ปิดบัง
“หรือว่า...ข้าไปเตือนเขาหน่อยดี” หลิวอวิ๋นเซียงพูดอย่างจนใจเล็กน้อย
เมื่อนางพูดออกไปเช่่นนี้ จ้งหมิงหยุดร้องไห้ทันที และรีบลุกขึ้นนั่ง เขาออกแรงเช็ดน้ำตาทั้งสองข้าง
“จริงหรือเจ้าคะ”
ตอนนี้หลิวอวิ๋นเซียงปวดฟันเล็กน้อย แต่เพื่อความสงบนางทำได้เพียงพยักหน้า “จริงสิ”
“พี่หญิง!” จ้งหมิงซาบซึ้งใจจนโผเข้ากอดหลิวอวิ๋นเซียง
เขาสูงกว่านางครึ่งศีรษะ และจริงๆ แล้วเป็นผู้ชาย จนทำให้นางเกือบล้มลงไป
“พี่หญิง ท่านดีกับข้าจริงๆ ข้าจะดีกับท่านด้วย หลังจากนี้พวกเราสองคนจะคอยรับใช้พี่เหยียนอย่างดี และจะไม่ให้เขาไปยุ่งกับใครที่ไหนอีก”
“อืม”
จากห้องทางทิศตะวันตกเดินออกมา ขอทานพุ่งเข้ามาโบกมือให้กับหลิวอวิ๋นเซียง “ลำบากเจ้าแล้ว ลำบากแล้ว”
หลิวอวิ๋นเซียงขบกราม “พอถึงฤดูใบไม้ผลิ พวกเราจะไปจากที่นี่”
“ขอรับ ตามที่ฮูหยินว่า”
หลิวอว๋นเซียงกำลังจะเดินเข้าไปในห้อง ขอทานนึกอะไรบางอย่างได้จึงเรียกนางเอาไว้
“จริงสิ หัวหน้าหน่วยสืบตงชางได้ให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าเหมือนท่านมากปลอมเป็นท่านเพื่อลบร่องรอยการเดินทางนะขอรับ แบบนี้พวกเราไม่จำเป็นต้องซ่อนตัวที่ซีจั้ง”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”
ขอทานพูดจบก็หันหลังเดินกลับไปยังห้องด้านข้างเพื่อนอนหลับ จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างได้จึงเคาะหัวตัวเอง
“ข่าวที่หลิวอวิ๋นเซียงตายจะไปถึงหูเหยียนมู่หรือยังนะ พ่อบุญธรรมได้อธิบายข่าวนี้กับเขาหรือยังกันนะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน