เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 174

ห่างจากด่านเจิ้นเป่ยออกไปห้าสิบลี้ ต้าหรงและเป่ยจินสู้รบกัน สงครามนี้นานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว เป็นช่วงที่สำคัญมากที่สุด

ภายในเต็นท์ของแม่ทัพหลัก เหล่าแม่ทัพกำลังเจรจาถึงวิธีการสู้รบต่อไปอย่างดุเดือด ดูจากสถานการณ์แล้วคงจะต้องถกเถียงกันอีกหลายวันหลายคืน

เหยียนมู่นั่งพิงอยู่บนเก้าอี้ที่ปูด้วยหนังแกะ เขาอยู่ห่างจากเหล่าแม่ทัพนั้นไกลพอสมควร ราวกับว่าจะหลบน้ำลาย เขาเล่นตั๊กแตนหญ้าในมือ ความคิดของเขาลอยไปไกล

จางหยางเดินเข้ามา เขาชะงักไปสักพักแล้วจึงเดินไปทางเหยียนมู่

“นายท่าน” จางหยางก้มลงแล้วเรียกเบาๆ

เหยียนมู่ได้สติกลับมา มือที่จับตั๊กแตนหญิงก็กำไว้แน่น “มีข่าวแล้วเหรอ”

“คนของเราส่งข่าวกลับมาบอกว่าฮูหยินคลอดลูกสาว...”

เหยียนมู่ยิ้มออกมา “ลูกสาวดี ข้าชอบลูกสาว”

จางหยางอยากจะขยับปากพูดอีกครั้ง แต่ก็พูดไม่ออก

“นางสบายดีไหม”

“ฮูหยิน...”

สีหน้าของเหยียนมู่จริงจังขึ้นมา จากนั้นก็หันไปมองจางหยาง “นางเป็นอะไร”

จางหยางก้มหน้าแล้วพูดอย่างเจ็บปวดว่า “ฮูหยินถูกเผาตาย คุณหนูเล็กเองก็ไม่รู้หายไปที่ไหน”

เหยียนมู่ขยำตั๊กแตนหญ้านั้นทิ้ง เขาหายใจถี่และแรงขึ้น “เกิดอะไรขึ้น”

“เกิดไฟไหม้ที่ห้องโถงบรรพบุรุษนอกเมืองแห่งหนึ่ง เมื่อดับไฟลงก็พบศพหญิงหนึ่งศพ หน่วยสืบตงชางพิสูจน์ได้ว่านั่นคือฮูหยิน”

“พิสูจน์ยังไง”

“มีคนเห็นกับตาว่าฮูหยินอยู่ในห้องโถงบรรพบุรุษ คงจะเป็นเพราะเพิ่งคลอดบุตร ร่างกายอ่อนแรงจึงไม่สามารถหนีออกมาได้”

เหยียนมู่หลับตาลงแล้วหายใจเข้าลึกๆ “ไม่ใช่นาง”

“นายท่าน...”

“นางฉลาดมาก จะต้องไม่ใช่นางแน่นอน”

จางหยางคิดว่าเมื่อเหยียนมู่ได้ยินข่าวนี้แล้วจะเสียสติ แต่ขณะนี้เขากับสงบนิ่งอย่างมาก สงบนิ่งจนไม่น่าเชื่อ

ขณะนั้นมีแม่ทัพรองคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วรายงานว่า “แม่ทัพเหยียน เป่ยจิงมาท้าทายอีกแล้ว”

ในเวลาที่ควรจะตัดสินใจแบบนี้ เหล่าแม่ทัพกลับไม่พูดอะไร ต่างหันไปมองเหยียนมู่

การสู้รบในครั้งนี้มันกล้าๆ กลัวๆ ความจริงคือดีแต่ป้องกันแต่ไม่กล้าจะโจมตี เพราะอะไรกันนะ เป็นเพราะฮ่องเต้กลัวที่จะรบ เหล่าขุนนางในราชสำนักยังคงฝันถึงความสงบสุขของใต้หล้า

เหยียนมู่คลายมือออก ตั๊กแตนหญ้าตกลงไปที่พื้น

สายตาของเขานั้นเหี้ยมขึ้น เผยให้เห็นถึงความอาฆาต “สั่งคำสั่งออกไป ให้ทุกคนเตรียมพร้อม!”

มันทำให้ทหารทุกคนต่างตกใจอย่างมาก

จางหยางถึงกับทรงตัวไม่อยู่ เมื่อตะลึงแล้วก็ยกดาบขึ้นมาตะโกนเสียงดังว่า “รีบตามข้าไปปกป้องแม่ทัพเหยียน!”

ก้อนเมฆปกคลุม ลมเหนือพัดแรง

เมื่อถึงยามกลางคืน ก็มีหิมะตกลงมา

ภายในเต็นท์ทหาร จางหยางแบกเหยียนมู่เข้ามาด้วยสายตาที่แดงก่ำ จากนั้นก็วางเขาลงบนผ้าห่มหนังแกะ ผ้าห่มหนังแกะที่ขาวสะอาดนั้นแดงไปด้วยเลือด

จางหยางมองดูเหยียนมู่ที่เลือดเต็มตัวและหมดสติไป เขาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง

หมอทหารถูกทหารสองคนพาตัวเข้ามาเร่งด่วน เมื่อเห็นเหยียนมู่ก็ตะลึงอย่างมาก “เร็วเข้า ถอดชุดเกราะของแม่ทัพหลักออกก่อน เอากรรไกรตัดเสื้อออก”

สู้รบไปสามวัน แผลบางจุดได้ติดอยู่กับเสื้อผ้าหมดแล้ว เมื่อถอดเสื้อก็จะไปโดนแผล

ต่อให้เป็นแม่ทัพที่มีประสบการณ์ในสนามรบมากว่าหลายสิบปี เวลานี้ก็ไม่กล้าจะดู

เมื่อถอดชุดเกราะและเสื้อผ้าออกหมด เมื่อมองดูอีกทีก็พบว่าร่างกายเลือดเนื้อเละไปหมด รอยแผลจากมีดดาบมากมายนับไม่ถ้วน

หมอทหารเองถึงกับไม่รู้ว่าควรจะลงมือตรงไหนดี นิ่งอยู่สักพักแล้วถึงได้รีบหยุดเลือดและเย็บแผล

ขณะนั้นเหยียนมู่ลืมตาขึ้น แต่สายตาของเขานั้นล่องลอยไม่สามารถจับจุดได้ ปากของเขานั้นพึมพำเหมือนกับเป็นห่วงอะไรบางอย่าง

จางหยางรีบเข้าไปใกล้แล้วพูดว่า “นายท่าน ท่านสู้รบเข้าค่ายศัตรูคนเดียว และได้ตัดหัวของแม่ทัพหลักอีกฝ่าย ทักเป่ยจินนั้นลนลาน ตายบ้างหนีบ้าง และพวกเราเองก็ได้จับตัวประกันมาว่าน้อยคน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นแม่ทัพใหญ่”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน