เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 180

ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องตากันอย่างไม่ลดละ ราวกับเวลาผ่านไปเนิ่นนาน แต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา

หิมะพัดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้หลิวอวิ๋นเซียงมองไม่เห็น เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็เห็นลูกธนูพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นางจะทันได้ตอบสนอง โจรที่อยู่ด้านหลังก็ล้มลงกับพื้น

นางหันกลับไปมองด้วยความตกใจ เห็นลูกธนูปักอยู่กลางหน้าผากของโจรพอดี

“ฆ่าผู้หญิงสองคนนี้ซะ...”

หัวหน้าโจรยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ถูกธนูพุ่งเข้ากลางอก สิ้นใจตายคาที่

ทันใดนั้น เหล่าทหารก็กรูกันเข้ามา จัดการโจรที่เหลืออยู่จนราบคาบในพริบตา

โรงเตี๊ยมเบื้องหลังยังคงโหมไหม้ ทิ้งไว้เพียงซากศพเกลื่อนกลาด ชีวิตคนนับสิบ…

หลิวอวิ๋นเซียงหายใจหอบถี่ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกมัดด้วยโซ่ตรวน มิอาจขยับไปไหนได้

“อุแว้ อุแว้...”

สิงอี้ที่อยู่ในอ้อมอกร้องไห้ออกมา ปลุกวิญญาณของทุกคนที่ตกอยู่ในภวังค์ให้กลับคืนมา

หลิวอวิ๋นเซียงพลันเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเหล่าทหารแยกออกเป็นทาง คนผู้หนึ่งเดินอย่างองอาจสง่างามลงมาจากหลังม้า ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ทีแรกเห็นเพียงเงาราง ๆ จากนั้นก็เห็นร่างสูงใหญ่และใบหน้าที่คุ้นเคย

แม้แสงไฟจะริบหรี่และค่ำคืนจะมืดมิดจนแทบจะมองไม่เห็นใบหน้า แต่หลิวอวิ๋นเซียงกลับร่างภาพใบหน้าของบุรุษผู้นี้ขึ้นในใจได้อย่างแจ่มชัด

ในวินาทีนั้น เส้นประสาทที่ตึงเครียดของนางพลันคลายลง ดวงใจที่หวาดกลัวก็สงบลง หายใจเข้าออกอย่างโล่งอก

“อุแว้ อุแว้…” เด็กน้อยยิ่งร้องดังขึ้น ราวกับต้องการเรียกร้องความสนใจ

เพราะเสียงร้องไห้นั้น ชายคนนั้นดูเหมือนจะถูกตรึงอยู่กับที่ ครู่ใหญ่จึงได้เดินต่อไป ในที่สุดแสงไฟก็ส่องสว่างใบหน้าของเขา ใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยงดงามราวกับหยก แต่ในตอนนี้กลับผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน ทำให้ดูมีพลังมากขึ้น

รอยแผลเป็นยาวบนแก้มซ้ายยิ่งเสริมให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดุดันน่ากลัว

ริมฝีปากของหลิวอวิ๋นเซียงสั่นเทา “เหยียน…”

“เหยียนหลาง!”

จ้งหมิงในชุดขาวบริสุทธิ์โผเข้าสู่อ้อมกอดของเหยียนมู่ราวกับกระต่ายน้อยที่กระโจนหาอ้อมแขนอันอบอุ่น

“เหยียนหลาง ในที่สุดข้าก็ได้พบท่านแล้ว”

“การเดินทางครั้งนี้ ข้าฝ่าฟันขุนเขาและมหานทีนับพันเพื่อมาพบเจอท่าน”

“เหยียนหลาง ท่านช่างใจร้ายเหลือเกิน!”

จ้งหมิงกอดเหยียนมู่ไว้แน่น ร้องไห้คร่ำครวญน่าสงสารยิ่งนัก ผู้ได้ยินก็เศร้าโศก ผู้ได้เห็นก็อดเวทนาไม่ได้

หลิวอวิ๋นเซียง “...”

เหยียนมู่ “...”

“เหยียนหลาง!”

จ้งหมิงโผเข้ากอดคอเหยียนมู่ พยายามเขย่งปลายเท้าขึ้น เหยียนมู่ตกใจรีบผลักเขาออก ถอยหลังไปอีกก้าว หน้าซีดเผือดตวาดลั่น “เจ้าบ้าไปแล้วรึ!”

การผลักและตวาดครั้งนี้ทำเอาจ้งหมิงถึงกับตัวแข็งทื่อ ลืมแม้กระทั่งจะร้องไห้ ได้แต่มองเหยียนมู่ด้วยความอึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ที่รักของเขา ทำไมถึงทำกับเขาเช่นนี้…

“ก็...ก็เพิ่งจะเก้าเดือนเอง”

อันที่จริงสิงอี้หนึ่งขวบแล้ว แต่เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ตัวเล็กตั้งแต่เกิด ดูเหมือนจะไม่ค่อยแข็งแรงนัก หนึ่งขวบแล้วยังเดินไม่ได้ แม้แต่เรียกแม่ก็ยังไม่เป็น บอกว่าอายุเก้าเดือนก็ไม่มีใครสงสัย

“เจ้าเป็นคนคลอดงั้นรึ?”

“อืม”

“ลูกสาวข้า?”

“...”

เหยียนมู่ไม่ได้ยินเสียงหลิวอวิ๋นเซียง จึงเงยหน้ามองนาง “เจ้าคงไม่ได้หาพ่อใหม่ให้นางอีกแล้วใช่ไหม?”

หลิวอวิ๋นเซียงกัดฟัน “ท่านก็รู้อยู่แก่ใจ ยังจะมาพูดจาเหลวไหลอะไรอีก!”

เหยียนมู่ถูกตวาดใส่ แต่กลับหัวเราะออกมา แล้วอุ้มสิงอี้จากอ้อมแขนของหลิวอวิ๋นเซียงขึ้นมาชูสูง หันกลับไปตะโกนใส่เหล่าทหารว่า “ข้ามีลูกสาวแล้ว!”

สิงอี้น้อยขยับขาเล็ก ๆ ของนางไปมา คงจะดีใจที่ถูกยกขึ้นสูง เลยหัวเราะคิกคักไม่หยุด

มีเหยียนมู่เป็นผู้นำทาง หลิวอวิ๋นเซียงและคนอื่น ๆ จึงได้เข้าเมืองในคืนนั้น และพักค้างคืนที่ศาลาพักม้า

หลิวอวิ๋นเซียงอาบน้ำไปพลางถอนหายใจไปพลาง ในห้องข้าง ๆ จ้งหมิงร้องไห้คร่ำครวญน่าสงสารยิ่งนัก ถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นบ้า แต่เมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมา นางก็เผลอคิดว่าเขาเป็นหวั่นเอ๋อร์ไปจริง ๆ หวั่นเอ๋อร์ที่คอยเรียกนางว่าพี่หญิง ดังนั้นจึงรู้สึกทั้งสงสารและจนใจ

พออาบน้ำเสร็จ ก็สวมชุดนอนออกมา สิงอี้น้อยก็หลับไปบนเตียงอุ่นแล้ว

มีเสียงคนพูดคุยกันที่หน้าประตู หลิวอวิ๋นเซียงจึงเดินไปดู เห็นเงาของเหยียนมู่และขอทานอยู่ข้างนอกผ่านช่องประตู

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน