เสิ่นอวิ๋นโจวใช้นิ้วชี้เคาะโต๊ะ เห็นชัดว่ากำลังชั่งน้ำหนัก จากนั้นเขาก็เก็บมือเงยหน้ามองหลิวอวิ๋นเซียง
“ขายที่ดินให้เจ้าได้ แต่ภาษีข้าวจะว่าอย่างไร?”
หลิวอวิ๋นเซียงว่า “แน่นอนว่าส่งตามกฎ”
เสิ่นอวิ๋นโจวส่ายหน้า “เพิ่งหนึ่งส่วน”
หลิวอวิ๋นเซียงทำเสียงเหอะ “การเพาะปลูกนี้จะได้เก็บเกี่ยวหรือไม่ ข้าก็เสี่ยงมากแล้ว เดิมหาเงินได้ไม่น้อย ใต้เท้าเพิ่มหนึ่งส่วน กำไรที่ข้าได้ก็เท่ากับให้ใต้เท้าหมดไม่ใช่หรือ”
“ข้าคำนวณแล้ว ฮูหยินยังมีกำไร แม้ว่ากำไรจะไม่มากนัก”
หลิวอวิ๋นเซียงเงียบไป “ครึ่งส่วน”
“ก็ไม่ใช่ไม่ได้”
หลิวอวิ๋นเซียงเลิกคิ้ว “ใต้เท้ามีอะไรก็พูดมาได้เถอะ”
“ข้าต้องการให้หลิงอวิ๋นของพวกเจ้าเปิดร้านยาที่นี่ รับสมุนไพรของท้องถิ่น ทำเป็นการแลกเปลี่ยนกลายเป็นตลาดสมุนไพรที่นี่”
หลิวอวิ๋นเซียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ใต้เท้าวางแผนได้ดีจริงๆ ให้พวกเราเปิดร้านยาเป็นเรื่องเล็ก แต่ความจริงอยากอาศัยป้ายร้านอักษรทองของพวกเราหลิงอวิ๋นกระมัง”
ถึงอย่างไรไทเฮาเป็นคนประทานป้ายร้าน ผลกระทบจะมองข้ามไม่ได้
เสิ่นอวิ๋นโจวแสดงท่าที “ฮูหยินหากเรื่องนี้สำเร็จ ข้าก็จะเป็นตัวแทนชาวบ้านขอบคุณเจ้า”
หลิวอวิ๋นเซียงพยักหน้า “ได้ คำไหนคำนั้น แล้วเรื่องโฉนดที่ดิน?”
“ลงลายมือเดี๋ยวนี้”
แต่ตอนมา หลิวอวิ๋นเซียงครุ่นคิดทำไมเสิ่นอวิ๋นโจวถึงตั้งใจถ่วงเวลานาง ที่จริงอยากจะหยั่งเชิงนางกระมัง เห็นนางร้อนใจไปหาเขา จึงเพิ่มน้ำหนักขึ้นทีละนิด
ถ้าหากนางไม่ทำแล้วจริง ๆ เสิ่นอวิ๋นโจวคงร้อนใจกว่านาง
เป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ตัวหนึ่งจริงๆ!
ไม่รอให้เข้าฤดูใบไม้ผลิ หลิวอวิ๋นเซียงจ้างคนถางที่ดิน ตอนนี้มีเรื่องต้องใช้เงินเยอะมาก ไม่มีค่าแรง วันหนึ่งมีข้าวสองมื้อ แต่รับประกันถางที่ให้นางก็ได้ทำเพาะปลูกบนที่ดินของนาง
รอถึงเข้าฤดูใบไม้ผลิลงเมล็ด ในที่สุดคลองก็ขุดเสร็จแล้ว ทำให้ดินที่แห้งแล้งชุ่มไปด้วยน้ำ จากนั้นค่อยปลูก
อากาศอุ่นขึ้นทุกวัน เมล็ดแตกหน่อขึ้นจากผิวดิน
เมืองเยี่ยนกุยในหนึ่งปีนี้ ในที่สุดที่รกร้างกลายเป็นสถานที่เพาะปลูกแล้ว
ในเวลานี้ร้านยาก็เปิดแล้ว เพราะมีป้ายร้านของหลิงอวิ๋น ประกอบกับคุณภาพสมุนไพรของแดนเหนือ ร้านยาอื่นกลัวถูกหลิงอวิ๋นแย่งธุรกิจ ทยอยเปิดร้านขายยาที่นี่แล้ว
หลิวอวิ๋นเซียงเก็บที่ผืนหนึ่งเอาไว้ปลูกสมุนไพรโดยเฉพาะ สภาพการเติบโตก็ใช้ได้
วันนี้ในเดือนห้า หลิวอวิ๋นเซียงกลับจากชานเมืองเปิดประตูเข้าบ้าน ได้กลิ่นควันผสมกลิ่นหอมของเนื้อย่าง มองไปเห็นกองไฟในลานบ้าน กวางตัวหนึ่งย่างบนกองไฟ และเหยียนมู่นั่งอยู่ด้านข้างมือหนึ่งขยับไม้อีกมืออุ้มสิงอี้เอาไว้
แต่นางนอนไม่หลับพลิกตัวบนเตียง จากนั้นก็ลุกมานั่งบนเตียงหลัวฮั่น มองข้างนอกผ่านหน้าต่าง
ใต้ดวงจันทร์ เหยียนมู่นั่งบนบันได ไม่คิดจะเข้าบ้าน
พอนั่งก็นั่งอยู่ทั้งคืน
ชายโสดหญิงโสด เขารู้จักปกป้องคำครหาแล้ว
ปลูกฤดูใบไม้ผลิ ยุ่งหน้าร้อนใกล้จะเก็บเกี่ยวตอนฤดูใบไม้ร่วงแล้ว
หลายวันนี้ หลิวอวิ๋นเซียงจ้างหนุ่มชาวไร้แบ่งเป็นหลายชุด ลานตระเวนที่นาตอนกลางคืน เห็นรวงข้าวอวบอิ่มค่อยๆเหลือง และโค้ง นางดีใจไปพลางและกังวลไปพลาง
นี่เป็นไร่เพาะปลูกพันหมู่ ตอนนี้เป็นเนื้อมันชิ้นใหญ่ ใครก็จ้องตาเป็นมัน
เมื่อคืนมีคนมาขโมยข้าว โชคดีชาวบ้านที่จ้างเห็นเข้า ไล่คนออกไปถึงไม่มีความเสียหาย
วันนี้ หลิวอวิ๋นเซียงอุ้มสิงอี้ดูสมุดบัญชีอยู่ ร้านขายข้าวหลิงอวิ๋นส่งข้าวแสนตันมาเก็บแล้ว ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่แต่ละรายการก็บันทึกลงในสมุดบัญชีแล้ว
หลายแสนตำลึง ด้านหนึ่งนางกำลังทอดถอนใจการค้านี้ขาดทุน อีกด้านก็อิจฉาเหยียนมู่ เขามีเงินมากจริงๆ
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าเหยียนมู่ได้มาจากการปล้นและติดสินบนจากคนรวย แต่ขอทานยิ้มว่านางความรู้ตื้นเขิน บอกอย่างนั้นจะได้สักเท่าไหร่ เหยียนมู่มีอำนาจในมือใช้ตัวตนหนึ่งขุดเหมืองแร่และน้ำมัน เปิดร้านผ้าและร้านเครื่องลายครามกลายเป็นพ่อค้าหลวง เขายังมีเรือการค้าซื้อขายกับต่างแดน ยังมีกลุ่มพ่อค้าติดต่อกับจงหยวนและประเทศต่าง ๆ แทบตะวันตก
ขอทานหัวเราะ “เจ้าคิดว่าเขาเปิดธนาคารมากมายเพื่ออะไร ก็เพื่อไม่ให้ทรัพย์สินมากมายของเขาดูเด่นชัดเกินไป”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน