เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 212

แต่ผ่านไปเพียงวันเดียว นางก็กลายเป็นร่างไร้วิญญาณที่เย็นชืดเสียแล้ว

และนางกำนัลเหล่านี้ พวกนางส่วนใหญ่ก็อายุเพียงเท่านี้ พวกนางติดตามองค์หญิงมาแต่งงาน พวกนางล้วนรวบรวมความกล้าอย่างมาก แต่โชคชะตากลับไม่เมตตาพวกนาง

เหล่าทหารต่างก้มหน้า แสดงสีหน้าเศร้าโศกเสียใจ บางคนถึงกับร้องไห้

พวกเขายังรู้สึกเสียใจขนาดนี้ แล้วเหยียนมู่จะขนาดไหน

หลิวอวิ๋นเซียงมองไปที่เหยียนมู่ แต่ในขณะนี้ ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ มีเพียงสีหน้าที่ซีดเผือดกว่าเดิม

เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก แล้วคลุมร่างกายขององค์หญิงเก้า จากนั้นก็ก้มลงอุ้มร่างของนางขึ้น เหล่าทหารคนอื่น ๆ ก็อุ้มร่างของนางกำนัลเหล่านั้นขึ้นมาเช่นกัน พวกเขาทั้งหมดเดินทางกลับไปยังด่านเจิ้นเป่ยด้วยความโศกเศร้า

ภายในศาลาพักม้า หลิวอวิ๋นเซียงกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าให้องค์หญิงเก้า บาดแผลบนร่างกายของนางนั้นดูน่าตกใจมาก จนมือของหลิวอวิ๋นเซียงสั่นเทาไปหมด และเหงื่อก็ท่วมตัว นางไม่กล้าคิดเลยว่าเด็กสาวคนนี้จะต้องหวาดกลัวและสิ้นหวังมากแค่ไหนในตอนนั้น

หลังจากจัดแต่งร่างกายให้องค์หญิงเก้าเรียบร้อยแล้ว หลิวอวิ๋นเซียงก็ขอให้ทหารสองนายช่วยกันนำร่างขององค์หญิงเก้าใส่ลงในโลงศพ เมื่อมองดูเด็กสาวคนนี้อีกครั้ง หลิวอวิ๋นเซียงก็ถอนหายใจ แล้วให้พวกเขาปิดฝาโลง

เมื่อมาถึงห้องโถงด้านหน้า หลิวอวิ๋นเซียงก็ได้ยินเจ้าหน้าที่ผู้ส่งเสด็จพูดด้วยความร้อนใจว่า “ผู้บัญชาการเหยีนย โปรดอย่าวู่วาม โปรดอย่าวู่วาม เรื่องนี้เป็นความผิดของเป่ยจิน พวกเราควรจะรีบรายงานราชสำนัก ให้ฝ่าบาทและเหล่าขุนนางในราชสำนักเป็นผู้ตัดสินใจ เป่ยจินทำผิด พวกเขาจะต้องให้คำอธิบายแก่ต้าหรงของเรา องค์หญิงเก้าจะไม่ตายเปล่า”

หลิวอวิ๋นเซียงเดินเข้าไปในห้องโถง รินชาอุ่นให้พวกเขาคนละแก้ว แล้วไปยืนอยู่ข้างหลังเหยียนมู่

เขานั่งพิงเก้าอี้ ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์ ราวกับไม่ได้ฟังสิ่งที่ทูตส่งตัวเจ้าสาวพูดเลยแม้แต่น้อย

เมื่อทูตส่งตัวเจ้าสาวเห็นว่าเหยียนมู่ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ จึงรีบหันไปมองเสิ่นอวิ๋นโจวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “ใต้เท้าเสิ่น ท่านช่วยพูดเกลี้ยกล่อมผู้บัญชาการเหยียนด้วยเถอะ ให้คำนึงถึงสถานการณ์โดยรวมเป็นสำคัญ!”

เสิ่นอวิ๋นโจวก้มหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “ถ้าราชสำนักยืนกรานจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด งั้นเป่ยจินจะยุติเรื่องนี้ได้อย่างไร?”

ทูตส่งตัวเจ้าสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ก็ต้องให้ฆาตกรชดใช้ชีวิต”

แต่คนผู้นั้นเป็นถึงองค์ชายสามของเป่ยจิน และเป่ยจินขึ้นชื่อเรื่องความเย่อหยิ่งอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่หาแพะรับบาป โยนความผิดทั้งหมดในวันนี้ไปให้คน ๆ นั้น ถือว่าเป็นการปิดเรื่อง

เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก เรื่องเล็กก็หายไป

คิดได้ดังนั้น เหล่าราชทูตส่งตัวเจ้าสาวต่างก็ถอนหายใจ

เสิ่นอวิ๋นโจวแค่นเสียงเย็นชา “ข้ากำลังคิดอยู่ว่า เหตุใดองค์ชายสามผู้นี้ถึงกล้าทำเช่นนี้กับองค์หญิงต้าหรงของพวกเรา หรือว่าในสายตาของชาวเป่ยจินแล้ว ชีวิตของพวกเราชาวต้าหรงช่างไร้ค่าเช่นนั้น”

“ใต้เท้าเสิ่น ท่าน…”

เสิ่นอวิ๋นโจวรีบหัวเราะกลบเกลื่อน “ข้าก็แค่บ่นไปอย่างนั้น เรื่องนี้ต้องให้ผู้บัญชาการเหยียนเป็นผู้ตัดสินใจ”

สงครามแนวหน้าปะทุขึ้น กองทัพเจิ้นเป่ยออกจากด่านในคืนนั้นแล้วเผาค่ายใหญ่เป่ยจิน ทหารสามพันนายถูกสังหารทั้งหมด แถมยังจับองค์ชายสามได้อีกด้วย เหยียนมู่ใช้ดาบเดียวฟันหัวของเขา แล้วนำไปแขวนไว้หน้าค่ายใหญ่เป่ยจิน

การรบครั้งนี้ทำให้เป่ยจินตั้งรับไม่ทัน จึงรีบนำกำลังพลจากแนวตะวันตก กองกำลังสนับสนุนจากสี่ทิศก็มุ่งหน้ามาทางนี้ รวบรวมกำลังพลได้สามหมื่นนายอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ราชสำนักต้าหรงยังไม่ทันได้ตอบสนอง สงครามก็เข้าสู่จุดดุเดือดแล้ว

หลังจากสู้รบเป็นเวลาหนึ่งเดือน เสบียงและเบี้ยหวัดของกองทัพเจิ้นเป่ยเริ่มตึงตัว

ภายในกระโจมใหญ่ เว่ยเทียนร้อนใจจนเดินวนไปวนมา

“เสบียงจากราชสำนักควรจะมาถึงตั้งหลายวันก่อนแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววเลย พวกเขาคิดอะไรกันอยู่ หรือว่าจะปล่อยให้พวกเราอดตาย?”

เหล่าแม่ทัพในกระโจมต่างก็โกรธแค้น พวกเขาสู้รบเพื่อราชสำนัก เสี่ยงชีวิตและเลือดเนื้อ แต่กลับไม่มีแม้แต่อาหารจะกิน

“ราชสำนักไม่ได้อยากทำสงครามครั้งนี้ แต่พวกเราก็ถูกบีบจนไม่มีทางเลือก สุดท้ายไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ ราชสำนักก็คงจะลงโทษพวกเรา” แม่ทัพอีกนายกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

เหยียนมู่มองอย่างเคร่งขรึม “ถ้าราชสำนักจะลงโทษ ข้าจะรับผิดชอบเอง ส่วนเรื่องเสบียง ข้าจะหาวิธีเอง ทุกท่านไม่ต้องกังวล ตอนนี้พวกเราต้องเอาชนะเป่ยจินให้ราบคาบ ทำให้พวกเขาไม่กล้ารุกรานต้าหรงของเราอีก”

แม่ทัพคนอื่น ๆ พยักหน้า พวกเขายังคงเชื่อในสิ่งที่เหยียนมู่พูด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน